รายงานช็อกโลกแฉเบื้องหลังกระบวนการช่วยคนไข้จบชีวิตตัวเองในแคนาดา
วานนี้ (26 ก.พ. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศเผยเนื้อหาจาหรายงานจากคณะกรรมการทบทวนการเสียชีวิตด้วยความช่วยเหลือทางการแพทย์ (MDRC) ของหัวหน้าพนักงานสอบสวนการตายแห่งรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดาว่า ในปี 2566 มีผู้เสียชีวิตภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางการแพทย์ในการจบชีวิต (MAiD) รวม 65 ราย โดยอนุมัติภายในวันเดียวกับที่พวกเขายื่นคำร้อง นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอีก 154 รายที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐในการจบชีวิตในวันถัดมาหลังจากยื่นคำร้อง
กรณีหนึ่งที่น่าตกใจเป็นของผู้ป่วยหญิงวัย 80 ปีเศษ ซึ่งถูกระบุชื่อเพียงว่า นาง “บี” ซึ่งได้รับความช่วยเหลือให้จบชีวิตตัวเองภายใต้โครงการการุณยฆาตของประเทศ แม้ว่าเธอจะถอนคำร้องไปแล้วก็ตาม แต่กลับต้องเสียชีวิตในที่สุด เพราะสามีและผู้ดูแลของเธอได้ยื่นคำร้องในนามของเธอไปอีกครั้ง
นางบีซึ่งประสบภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังหลังการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ กำลังรับการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน เมื่อเธอแจ้งกับครอบครัวว่าต้องการจบชีวิตผ่านโครงการ MAiD แต่ต่อมาเธอได้แจ้งต่อผู้ประเมินว่า "ต้องการถอนคำร้อง โดยอ้างถึงค่านิยมและความเชื่อส่วนตัวและตามความเชื่อทางศาสนา"
อย่างไรก็ตาม คู่สมรสของเธอได้ขอให้มีการประเมินการทำการุณยฆาตอีกครั้ง ซึ่งผลการประเมินระบุว่านางบี "มีคุณสมบัติเหมาะสม" แม้ว่าเธอจะเคยแสดงความปรารถนาที่จะเลือกรับการดูแลแบบประคับประคองแทนก็ตาม หลังจากนั้นผู้ประเมินคนที่สามได้ยืนยันการอนุมัติของผู้ประเมินคนที่สอง และนางบีก็ได้รับการทำการุณยฆาตตามประบวนการของ MAiD ในวันเดียวกันนั้นเอง
เดิมที กฎหมาย MAiD ซึ่งผ่านการอนุมัติในปี 2556 กำหนดให้มี "ระยะเวลารอคอย" 10 วัน ระหว่างการยื่นคำร้องกับการทำการุณยฆาต แต่รัฐสภาแคนาดามีมติให้ยกเลิกข้อกำหนดนี้ไปในปี 2564 สำหรับผู้ป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต แม้จะมีความกังวลว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะเลือกการจบชีวิตตัวเองภายในวันเดียวที่ยื่นคำร้องเพื่อยุติความทรมาน เพราะทำได้รวดเร็วกว่าการเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคองที่มีคุณภาพสูงในแคนาดาซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากและรอคิวนาน
รายงานจาก MDRC ระบุในขณะนั้นว่า สมาชิกกลุ่มบางคนแสดงความกังวลว่า การเข้าถึง MAiD ทำได้ง่ายและสะดวกกว่าทางเลือกที่เป็นการดูแลผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยยกกรณีของนางบีเป็นตัวอย่างว่า ผู้ป่วยได้รับการทำการุณยฆาตภายในวันเดียวเพียงเพราะแพทย์จัดเตรียมกระบวนการได้ง่ายกว่าการจัดการเพื่อดูแลแบบประคับประคอง และครอบครัวเลือกวิธีนี้เนื่องจากภาวะเหนื่อยล้าสะสมของผู้ดูแล
นางบีได้รับการทำการุณยฆาตภายในวันเดียวที่ยื่นคำร้อง แม้ว่าผู้ปฏิบัติงานด้านการช่วยจบชีวิตผู้ป่วยคนแรกจะมีความกังวลว่าคำร้องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนจริงหรือไม่ และ "ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสุดโต่งต่อเป้าหมายในช่วงท้ายของชีวิต รวมถึงความเป็นไปได้ของการบีบบังคับหรืออิทธิพลที่ไม่เหมาะสม (เช่น ภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล)"
ดร. ราโมนา โคเอลยู จาก MDRC กล่าวว่า "เป้าหมายในกรณีนี้ควรจะอยู่ที่การจัดหาการดูแลแบบประคับประคองและการสนับสนุนที่เพียงพอสำหรับนางบีและคู่สมรสของเธอ ทีมดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรถูกดึงกลับมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อพิจารณาจากความรุนแรงของสถานการณ์"
นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่ากังวลล่าสุดภายใต้โครงการการุณยฆาตของแคนาดา ซึ่งหลายฝ่ายกล่าวว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ถูกมองว่าเป็น "ภาระ" เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ
ในปี 2565 ทิม สเตนตัน ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการอยู่ร่วมกันและพลเมืองแคนาดาแห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย เคยกล่าวไว้ว่า นโยบายนี้ "อาจเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของผู้พิการครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่โครงการของนาซีในเยอรมนีช่วงทศวรรษ 1930"
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES