โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตฯ การบินเดินหน้าใช้ ‘SAF’ เร่งปรับกลยุทธ์รับน่านฟ้าคาร์บอนต่ำ

เดลินิวส์

อัพเดต 19 มกราคม 2569 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
บางกอกแอร์เวย์เดินหน้าใช้ SAF-ปรับกลยุททธ์เพิ่มประสิทธิภาพการบิน สอดรับทิศทางอุตสาหกรรมการบินโลก

ในช่วงที่ประเด็นสภาพภูมิอากาศกลายเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ‘ธุรกิจการบิน’ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นภาคส่วนที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ของอุตสาหกรรมโลก

ประเทศไทยเองเริ่มขยับอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สายการบิน 8 แห่งในประเทศเริ่มนำเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มาผสมกับน้ำมัน Jet A-1 ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ SAF ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อปูทางสู่เป้าหมาย ‘การบินยั่งยืน’ ในระดับประเทศ

ภายใต้บริบทดังกล่าว บางกอกแอร์เวย์สเดินหน้าปรับกลยุทธ์องค์กรให้สอดรับกับทิศทางนโยบายและแนวโน้มของอุตสาหกรรมการบินโลก โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

‘กัปตัน ปฐมภูม สุทธิสมณ์’ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการบิน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางกอกแอร์เวย์สดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ควบคู่กับวิสัยทัศน์ ‘Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability’ โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะด้านปฏิบัติการบินซึ่งเป็นแหล่งปล่อยหลักของอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero Carbon Emissions ของการบินโลกภายในปี 2593 ภายใต้การนำของ กัปตันเต๋ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่

หนึ่งในกลไกของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ซึ่งกัปตันปฐมภูมมองว่าเป็นหัวใจของการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 80% ตลอดวัฏจักรชีวิต เมื่อเทียบกับน้ำมัน Jet A-1 แม้ต้นทุนในปัจจุบันยังสูงกว่าประมาณ 3-4 เท่า แต่เป็นการลงทุนที่จำเป็นในระยะยาว

บางกอกแอร์เวย์สเริ่มทดลองใช้ SAF เป็นครั้งแรกในเส้นทางสมุย-กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ภายใต้แคมเปญ ‘Low Carbon Skies by Bangkok Airways’ ก่อนขยายสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันสายการบินใช้ SAF ในสัดส่วน 1% ผสมกับน้ำมัน Jet A-1 99% ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยประมาณ 128 กิโลกรัมต่อเที่ยวบิน

นอกเหนือจากการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก บางกอกแอร์เวย์สยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการบินอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ผ่านการวางแผนเส้นทางและเทคนิคการบินที่ช่วยลดการใช้พลังงาน โดยในปี 2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3,663 ตัน และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ลดลงได้อีกกว่า 2,769 ตัน จากการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน

กัปตันปฐมภูมย้ำว่า ความปลอดภัยยังคงเป็นหลักการสูงสุดของการบิน การบริหารจัดการเชื้อเพลิงต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานดังกล่าว สายการบินจึงมีระบบรายงานผลการใช้เชื้อเพลิงรายบุคคลส่งให้นักบินทุกเดือน เพื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของฝูงบิน พร้อมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในระดับองค์กร กระบวนการสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างฝ่ายบริหารและนักบิน หรือ ‘Continuous Communication’ เป็นกลไกที่ช่วยให้แนวคิด Low Carbon Skies เกิดผลในทางปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่การบินยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีหรือเชื้อเพลิง กัปตันปฐมภูมมองว่า การปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืน หรือ Sustainable Mindset ให้กับบุคลากรทุกระดับ คือรากฐานของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ทั้งในมิติการดูแลสิ่งแวดล้อมและการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่รับผิดชอบต่อโลกให้กับผู้โดยสาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...