โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 4 โต 4.5% ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี แต่จีดีพีทั้งปียังตามเป้า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยข้อมูลล่าสุดวันนี้ (19 ม.ค.) ว่าจีดีพีไตรมาส 4 ระหว่างเดือนต.ค.-ธ.ค. ขยายตัว 4.5% ลดลงจาก 4.8% ในไตรมาส 3 และยังเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 4.5% หลังอุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแรง

อย่างไรก็ตาม การเติบโตทั้งปียังคงบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลที่ 5% ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐที่เพิ่มขึ้นและภาวะซบเซาของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ

ข้อมูลเฉพาะในเดือนธ.ค. สะท้อนว่าการบริโภคในประเทศอ่อนแรงลง การลงทุนหดตัวมากขึ้น ในขณะที่ภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้น

"ยอดค้าปลีก" ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการบริโภค เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 1.2% และชะลอลงจาก 1.3% ในเดือนก่อนหน้า

ในทางกลับกัน"ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม" เพิ่มขึ้น 5.2% สูงกว่าคาดการณ์ไว้ที่ 5% และเร่งตัวขึ้นจาก 4.8% ในเดือนพ.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานในเขตเมืองทรงตัวที่ 5.1% ในเดือนเดียวกัน

ส่วน "การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร" ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ หดตัว 3.8% ในปีที่ผ่านมา แย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลง 3% จากผลสำรวจของรอยเตอร์ส

ซีเอ็นบีซี ระบุว่า เขตเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกรายนี้ ยังคงแสดงความยืดหยุ่นในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคาด และความพยายามของ"ผู้ส่งออก" ในการกระจายตลาดออกจากสหรัฐ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งในปีที่แล้วจีนมีดุลการค้าเกินดุลถึงเกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ จากการส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐที่พุ่งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ

ทอมมี เซี่ย กรรมการผู้จัดการของธนาคารOCBC ระบุว่าผลกระทบเชิงลบจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า มาตรการคุมการส่งต่อสินค้า และการแข็งค่าของค่าเงินหยวนยังอยู่ในระดับจำกัด พร้อมคาดว่าการส่งออกจีนจะขยายตัวได้ราว 3% ในปี 2026

ก่อนหน้านี้ บรรดานักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเรียกร้องให้จีนเร่ง"ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง" เพื่อขยับเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายใน ลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน โดยเตือนว่าโมเดลการเติบโตในปัจจุบันอาจสร้างความเสี่ยงในระยะยาว

เอสวาร์ ประสาท ศาสตราจารย์ด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ระบุว่า ตัวเลขการลงทุนที่ร่วงลงและการบริโภคภาคครัวเรือนที่อ่อนแอ ทำให้จีนต้องพึ่งพา "การส่งออก" มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ยั่งยืน ทั้งต่อเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งยังต้องพยายามควบคุม "การผลิตส่วนเกิน" ในภาคอุตสาหกรรมและสกัด "สงครามราคา" ที่รุนแรง โดยดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภคเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 0.8% ในเดือนธ.ค. หรือสูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี แต่ดัชนีราคาผู้ผลิตยังหดตัวลง 1.9%

อย่างไรก็ดี ดัชนี GDP Deflator ซึ่งสะท้อนระดับราคาของสินค้าและบริการโดยรวม ยังคง "ติดลบ" ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 และคาดว่าจะลดลงอีก 0.5% ในปี 2026 ถือจะเป็น "ช่วงเงินฝืดยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์" ตามการประเมินของแลร์รี หู นักเศรษฐศาสตร์จีนของบริษัทแมคควอรี

ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากการใช้จ่ายในประเทศที่อ่อนแอ ภาวะซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และแรงกดดันเงินฝืดอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารลดลงเหลือ 16.27 ล้านล้านหยวนในปี 2025 ซึ่งเป็น "ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี" สะท้อนอุปสงค์การกู้ยืมที่ซบเซา และเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม

ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่งประกาศมาตรการผ่อนคลายด้านสินเชื่อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเครื่องมือปล่อยกู้หลายรายการ 0.25% และเพิ่มโควตาการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเกษตร เทคโนโลยี และธุรกิจเอกชน

นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีนจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.5% และลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.1% ในไตรมาสแรกของปีนี้

ที่มา: CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...