โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ดร.ปณิธาน" เตือนเกมกัมพูชารุกเวทีโลก เสนอไทยเดินยุทธศาสตร์ 3 กระดาน ทหาร–การเมือง–การทูต

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 27 ก.พ.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ในรายการมีเรื่องต้องคุย : ไทยตีแสกหน้า กัมพูชาผ่านเวทีโลก ผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn พร้อมข้อความระบุว่า…

ารทูตไทยทำได้ดี แต่กำลังจะ "ติดเพดาน" แล้ว

โดยมีใจความสำคัญว่า สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ไทยไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจากเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่กัมพูชาพยายามใช้เป็นพื้นที่โจมตีไทยอย่างต่อเนื่องในข้อหาละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและสิทธิมนุษยชน แม้ฝ่ายไทยจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงจนได้รับเสียงปรบมือในที่ประชุม ซึ่งเป็นสัญญาณบวกถึงความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่า แต่ในมุมมองของ รอง ศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ กลับมองว่าชัยชนะบนหน้ากระดาษทางการทูตอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะปัจจุบันกัมพูชาได้ขยับเพดานการต่อสู้จาก "การทูตแบบปกติ" ไปสู่ "เกมการเมืองระหว่างประเทศ" อย่างเต็มตัวเพื่อชิงพื้นที่ความได้เปรียบในระดับสากล

ดร.ปณิธาน วิเคราะห์ว่าในขณะที่นักการทูตไทยยังคงยึดถือระเบียบแบบแผนและมารยาทสากลอย่างเคร่งครัด แต่ฝ่ายกัมพูชาภายใต้การนำของตระกูลฮุนกลับเดินเกมรุกด้วยช่องทางพิเศษผ่านผู้นำระดับสูงของมหาอำนาจโดยตรง กลยุทธ์ที่น่ากังวลที่สุดคือการ "พลิกบทบาท" จากเดิมที่พยายามทำตัวเป็นเหยื่อเพื่อเรียกความสงสาร เปลี่ยนมาเป็นบทผู้รักษาความถูกต้องและกฎกติกาโลก ร่วมกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ และจีน การที่กัมพูชาพยายามเข้ามามีบทบาทในคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) และร่วมมือกับมหาอำนาจในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมเพื่อปิดล้อมไทยในเวทีโลก ซึ่งหากไทยไม่รีบแก้ภาพลักษณ์เรื่องการใช้กำลังที่เกินกว่าเหตุในสายตาบางประเทศ ก็อาจทำให้เสียงสนับสนุนในเวทีโลกไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

เพื่อให้เท่าทันเกมของกัมพูชา ดร.ปณิธาน ได้เสนอแนวทาง "3 กระดาน" ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ เริ่มจากกระดานแรกคือ "ด้านทหาร" ที่ต้องเตรียมความพร้อมรบให้ถึงขีดสุด 100% ไม่ใช่เพื่อต้องการทำสงคราม แต่เพื่อส่งสัญญาณขู่ทางการทหารให้ชัดเจนว่าไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยอย่างเด็ดขาด เพราะกัมพูชาจะเกรงใจต่อเมื่อเห็นว่าไทยเข้มแข็งจริงเท่านั้น กระดานที่สองคือ "ด้านการเมือง" ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุด นายกรัฐมนตรีต้องลงมานำทัพด้วยตัวเอง ตัดสินใจใช้ทีมงานพิเศษหรือช่องทางนอกแบบแผนทางการทูตเพื่อเข้าถึงผู้นำโลกโดยตรง เหมือนที่กัมพูชาใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้าหาผู้นำฝรั่งเศสหรือสหรัฐฯ และกระดานที่สามคือ "ด้านการทูต" ที่ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ไม่เพียงแค่รอชี้แจงตามวงรอบ แต่ต้องกดดันไปถึงประเทศต้นทางที่ให้การสนับสนุนกัมพูชา เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเมืองและข้อมูลที่บิดเบือน

ความเสี่ยงที่ไทยอาจต้องเผชิญกับการรบในรอบที่ 3 ยังคงมีความเป็นไปได้สูงหากเราปล่อยให้กัมพูชาเห็นช่องว่างจากความอ่อนแอหรือความล่าช้าในการบริหารจัดการของไทย ดร.ปณิธาน ย้ำว่าราคาที่ไทยต้องจ่ายในอนาคตจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่งบประมาณ ความสูญเสียของกำลังพล และเกียรติภูมิในเวทีโลก หากเรายังไม่สามารถทำลาย "กับดัก" ทางการเมืองที่กัมพูชาวางไว้ได้ ดังนั้น รัฐบาลใหม่จึงมีภารกิจเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างความมั่นคง จัดตั้งทีมพิเศษที่ทำงานได้รวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุดราชการ เพื่อทวงคืนพื้นที่ทางการเมืองในระดับสากลและยุติพฤติกรรมยั่วยุตามแนวชายแดนให้จบสิ้นอย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารหากเป็นไปได้

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ปณิธานวัฒนายากร #UNHRC #ความมั่นคง #การทูตไทย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...