คนกรุงเทพฯ น่าเป็นห่วง ป่วย"มะเร็งปอด"สูงกว่าเขตอื่น ใน 1 ปี กรุงเทพฯอากาศดีแค่ 38 วัน
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานสภาวะสังคมประจำไตรมาส 4 ปี 2568 พบคนกรุงเทพฯ น่าเป็นห่วง ป่วย"มะเร็งปอด"สูงกว่าเขตอื่น ใน 1 ปี กรุงเทพฯอากาศดีแค่ 38 วัน โดยงานรายงานระบุเนื้อหาว่า
วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กับการเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งปอด เขตสุขภาพที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) มีอัตราป่วยโรคมะเร็งปอดในปี 2561 ปี 2563 และปี 2565 สูงกว่าเขตอื่นสุขภาพ อย่างมีนัยสำคัญ แม้ในปี 2565 อัตราป่วยจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ร้อยละ 29.4 เกือบสองเท่า
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคม ทั้งนี้ ข้อมูล World Air Quality Index6 ชี้ว่า จำนวนวันที่มีอากาศดีในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นจาก 20 วัน ในปี 2561 เป็น 90 วัน ในปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลดลงของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังปี 2564 จำนวนวันที่มีอากาศดีในกรุงเทพฯ กลับลดลงจนเหลือเพียง 38 วัน ในปี 2568 ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2568 พบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ย 52 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 41 รายต่อ
นอกจากนี้ ฝุ่น PM2.5 ยังส่งผลกระทบต่อโรคอื่น ๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคผิวหนัง และโรคตา โดยในช่วงปี 2564-2568 มีผู้ได้รับผลกระทบเฉลี่ยปีละกว่า 10.4 ล้านราย ทั่วประเทศ
สะท้อนถึงความจำเป็นในการมีกลไกจัดการคุณภาพอากาศเชิงรุก เช่น การจำกัดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลผ่านมาตรการภาษีความแออัด ในลักษณะเดียวกับกรุงลอนดอนที่กำหนดให้รถยนต์ต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราสูงเมื่อขับเข้าสู่เขตเมืองชั้นใน รวมถึงการสั่งหยุด หรือชะลอกิจกรรมก่อสร้างที่ก่อฝุ่นสูงในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับวิกฤต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กทม. ฝุ่นPM 2.5 เกินมาตรฐานระดับสีส้ม 58 พื้นที่
- ความสามารถดมกลิ่นของสุนัข ช่วยตรวจหามะเร็งบางชนิดได้
- ไขรหัสลับ"มะเร็ง" 25 ปี จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคตของการรักษา
- แผ่นแปะอัจฉริยะ ส่งยาตรงจุด-แม่นยำสู่อวัยวะซับซ้อน
- ควันบุหรี่สร้าง PM 2.5 สูงกว่าควันรถยนต์ ส่วนคนที่สูบบุหรี่ช่วงค่าฝุ่น PM 2.5 สูง เท่ากับทำร้ายตัวเอง 2 เท่า!