หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีคำร้อง ป.ป.ช.มีคำร้อง 44 ส.ส.ก้าวไกล มีความผิดเรื่องจริยธรรมในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ต่อศาลอาญาทุจริต ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูล 44 ส.ส.ก้าวไกลว่ามีความผิดจริยธรรม ฐานเสนอแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายระบุให้สั่งฟ้องภายใน 30 วัน เท่ากับว่าต้องสั่งฟ้องภายใน 8 มี.ค. หรืออีกไม่ถึงครึ่งเดือน และถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่สั่งอะไรก็เท่ากับว่าถ้าประทับรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งยังไม่มีใครขอมาก่อน แต่ตนจะยื่นขอศาลว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
โดยจะยื่นเป็น 3 คำร้อง คือ 1.ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในส่วนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพราะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตย หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ
2.ขอให้ไม่ประทับรับฟ้องเลย โดยอธิบายว่ากระบวนการของ ป.ป.ช.ขัดต่อกฎหมาย เพราะจะเห็นได้ว่าพวกตนพยายามร้องสอดขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กน้อยถึงเรื่องใหญ่
นพ.วาโยระบุว่า เรื่องเล็กน้อย อาทิ การส่งหมาย ป.ป.ช.ระบุในระเบียบว่าต้องคำนึงถึงระยะใกล้ไกลของผู้ถูกร้อง แต่หมายที่ออกมากำหนดเวลาตามที่เขาสะดวก ไม่ได้คำนึงถึงระยะใกล้ไกล คนนนทบุรี ได้ให้ไปวันหลังคนจากเชียงราย อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผิดระเบียบของ ป.ป.ช.เอง
การชี้แจงด้วยวาจา กลับถูกคัดค้าน ไม่ให้ชี้แจง มีครั้งหนึ่งไปกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เมื่อเข้าไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมส่วนตัว เพราะถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมพิเศษ จนถูกจัดไว้ในกลุ่ม 1 โดยบอกว่านายวิโรจน์มุ่งมั่นมากที่จะแก้ 112 โดยเอาหลักฐานสัมภาษณ์จากสำนักข่าวว่ายอมหัก แต่ไม่ยอมงอ ในเรื่องแก้ 112
แต่เนื้อข่าวที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้เรา ไปเช็กดูยูอาร์แอล ปรากฏว่านายวิโรจน์ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่เป็นนักข่าวถามว่า แปลว่ายอมหักไม่ยอมงอใช่ไหม นายวิโรจน์ก็ตอบว่านี่ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ แต่เป็นเรื่องสัจจะวาจา เป็นนโยบายที่ได้พูดกับประชาชนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ เน้น 2 ครั้ง แต่ ป.ป.ช.ก็เอามาเขียน
ตนเข้าไปชี้แจงก็บอกว่าเป็นเฟคนิวส์ กรรมการไต่สวนก็ยอมรับว่าน่าจะเป็นเฟคนิวส์ แต่พอช่วงบ่ายตนจะไปชี้แจง บอกไม่ต้องไป เพราะรับรู้คำเบิกความ ทั้งที่เป็นคนละคน คนละกรณีกัน คือตอนแรกเขาทักท้วง ไม่ให้ทนายเข้าฟัง แต่ตามกฎหมายผู้ถูกร้องสามารถชี้แจงโดยเอาผู้ไว้ใจ และทนายเข้าด้วยได้ตามกฎหมาย ก็ยืนยันจนได้เข้าไป
นอกจากนี้ จากใบแถลงข่าว ก็ไม่รู้ว่าจะฟ้องในประเด็นอะไร แต่เท่าที่อ่านคือ ป.ป.ช.ไม่ได้อ่านคำชี้แจงจากพวกตนเลย เพราะคำชี้แจงที่เราทำไปของแต่ละคน คนละสำนวน ไม่มีการก๊อบปี้กัน เราแยกกันทำทุกคน คนละพฤติการณ์ อย่างเรื่องคุณณัฐพงษ์ที่ถูกกล่าวหาว่าประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่เมื่อเอาเลขคดีไปเช็ก เป็นคดีมาตรา 116 และมีอีกหลายคนที่เป็นแบบนี้
กฎหมายเขียนว่าคดีจริยธรรมที่ ป.ป.ช.ส่งไปศาลฎีกานั้น ให้พิจารณาโดยยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก แล้วปัญหาคือข้อต่อสู้ของพวกผมไปอยู่ในสำนวน ป.ป.ช.หรือไม่ ยังมีเรื่องที่ขอหมายไปยังพยานต่างๆ ขอหมายไปยังสภา เพื่อขอเอกสาร เพราะเอกสารที่เป็นประโยชน์กับเราไม่อยู่ในสำนวน ป.ป.ช. ก็ไม่ออกหมายให้เราเลย แล้วนี่คือกระบวนการที่ชอบได้อย่างไร
บางคนอ้างว่าไปประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่ไม่มีเลขคดี สืบค้นก็ไม่ได้ ทำคำร้องถามว่าคดีไหน ขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ป.ป.ช.บอกตามนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องไปสู้ในฎีกาว่ามันเป็นอย่างนี้
ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้เราคัดค้านได้หากมีข้อพิพาทกัน ของเราก็คัดค้าน ตกหมด แต่ ป.ป.ช.คัดค้านเราได้ อย่างผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้ที่ต้องสรรหาองค์กรอิสระ และต้องสรรหา ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง เขาคัดค้านนายณัฐพงษ์ ไม่ให้ไปเลือกเขา ซึ่งทำได้ ไปโหวตเขาไม่ได้ แต่พอทำคำขอตามที่เขาเขียนเลยว่ามีคดีอะไรบ้าง คัดค้าน ป.ป.ช.ไม่ให้พิจารณาคดีนี้ กลับไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือคำร้องว่าไม่ควรรับ
3.จะเป็นกรณีการตีความกฎหมายว่าอำนาจ ป.ป.ช.สืบสวนไต่สวน สั่งฟ้อง คดีจริยธรรม ท่านไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เพราะคนที่จะร้องเรากล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ก็ต้องเป็นคดีอาญา ถ้าจะกล่าวหาก็ต้องแจ้งความเป็นคดีอาญามาตรา 113 และต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน และสืบสวนเรื่องคดีอาญาก่อน
ที่มา กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th