โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์" ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อ สั่งกักตัวนับร้อย

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

23 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความระบุว่า "กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง ‼ ไวรัสนิปาห์ ในประเทศอินเดีย อย่างใกล้ชิด เร่งประสานเครือข่าย One Health ป้องกันการระบาด" โดยปัจจุบันยังไม่มีการพบผู้ป่วยในไทย

ขณะที่ เพจ หมอแล็บแพนด้า โพสต์ะรุบว่า "อินเดียเตือน!! ‘ไวรัสนิปาห์’ ยืนยันพบ 5 ราย ผู้ป่วย 2 รายแรก เป็นพยาบาลชายและหญิง รพ.แห่งหนึ่งในบาราซัต อาการโคม่า ต่อมาพบเพิ่มอีก 3 ราย เป็นแพทย์ 1 ราย พยาบาล 1 ราย และจนท.สาธารณสุข 1 ราย ติดต่อจากสัตว์สู่คน(ค้างคาว หมู) และคนสู่คนได้"

ทั้งนี้รายงานจากสำนักข่าว The Independent รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียได้รับยืนยันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบพยาบาลจำนวน 2 ราย ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (NiV) เพิ่ม โดยเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือดขั้นวิกฤต (ICCU) และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเนื่องจากมีอาการสมองอักเสบรุนแรง โดยขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดรวมเป็น 5 ราย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมอนามัยรัฐเบงกอลตะวันตกกล่าวว่า อาการของพยาบาลชายดีขึ้น แต่พยาบาลหญิงยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต ทั้งสองคนกำลังได้รับการรักษาในห้อง ICCU

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐเบงกอลตะวันตกไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มานานถึง 19 ปี ครั้งสุดท้ายระบาดเมื่อปี 2550 การกลับมาครั้งนี้สร้างความกังวลให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% และในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่จำเพาะเจาะจง

โดยขณะนี้รัฐบาลกลางอินเดีย สั่งให้ทีมตอบโต้การระบาดฉุกเฉินระดับชาติ ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2569 เพื่อวางระบบการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ยีนของไวรัส พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบพาหะนำโรคจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ในวงศ์ Pteropodidae ซึ่งเป็นพาหะธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้ พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า และงดบริโภคผลไม้ที่มีร่องรอยการกัดแทะ

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

1.ติดต่อจากสัตว์สู่คน ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของค้างคาว หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

2.อาการ: ไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน และอาจลุกลามเป็นสมองอักเสบเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการสับสน โคม่า และเสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันสั้น
3.ขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษาเฉพาะทาง การรักษายังคงเป็นการประคับประคองตามอาการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...