“ดาวโจนส์” ปิดร่วง 871 จุด ผวา “ทรัมป์” กดดันยุโรป ปมกรีนแลนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (20 ม.ค.69) ปรับตัวลงแรงทั้ง 3 ดัชนีหลัก ท่ามกลางแรงเทขายในวงกว้าง หลังนักลงทุนวิตกความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณกดดันประเทศในยุโรปจากประเด็นเกาะกรีนแลนด์ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างชัดเจน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 48,488.59 จุด ลดลง 870.74 จุด หรือ -1.76% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,796.86 จุด ลดลง 143.15 จุด หรือ -2.06% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,954.32 จุด ลดลง 561.06 จุด หรือ -2.39%
แรงขายกดดันตลาดอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นเติบโต ส่งผลให้ Nasdaq ปรับตัวลงแรงที่สุดในบรรดาดัชนีหลัก สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงเชิงนโยบายและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ขณะที่ S&P 500 และ Dow Jones ปรับตัวลดลงตามแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
ด้านหุ้นรายตัว กลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายชัดเจน โดย Nvidia และ Tesla ปรับตัวลงมากกว่า 4% ขณะที่ Apple และ Alphabet ปรับลดลงในกรอบ 2–3% สะท้อนแรงกดดันต่อหุ้นขนาดใหญ่ในตลาด ส่วนหุ้นอุตสาหกรรมอย่าง 3M ร่วงแรงมากกว่า 7% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคาร อาทิ JPMorgan Chase, Goldman Sachs และ Wells Fargo ปรับตัวอ่อนลงตามทิศทางตลาด
ขณะเดียวกัน เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนมุมมองนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น จากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศและทิศทางนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด