โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชาญชัย’ งัดหลักฐานเด็ดยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน.วินิจฉัยปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ลับ ถือเป็นโมฆะ?

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.20 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก และทนายความ เดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี กกต.พิมพ์บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ทำให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่เป็นความลับหรือไม่ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคาร C ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

‘ชาญชัย’ งัดหลักฐานเด็ดยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับ ถือเป็นโมฆะหรือไม่ ภายใน 60 วัน หากไม่ดำเนินการเล็งยื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก และทนายความ เดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี กกต.พิมพ์บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ทำให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่เป็นความลับหรือไม่ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อาคาร C ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

นายชาญชัย กล่าวว่า วันนี้ตนได้มายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ถูกละเมิดสิทธิ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ….” และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 84 ที่ระบุว่า “การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำได้โดยวิธีการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีการอื่นได้ หากการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีนั้นสามารถป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกกว่าการออกเสียงลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และวิธีการนั้นเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ รวมทั้ง มาตรา 96 แห่ง พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ฯที่ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง” ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สุจริตยุติธรรม และไม่โปร่งใส ถือเป็นโมฆะหรือไม่?

“วันนี้ตนจึงมายื่นคำร้องพร้อมหลักฐานส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาดำเนินการรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากภายใน 60 วัน ผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ดำเนินการ ประชาชนก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตรง” นายชาญชัย กล่าว

โดยนายชาญชัย ได้นำหลักฐานบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเมื่อปี 2554 ซึ่งได้มาโดยคำสั่งศาลในคดีที่ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กตต. มาเปรียบเทียบกับบัตรเลือกตั้งปี 2569 จะเห็นว่าบัตรเลือกตั้งปี 2554 จะไม่ได้พิมพ์บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ดลงบนบัตร ส่วนบัตรเลือกตั้งในปี 2569 จะมีการพิมพ์บาร์โค้ด ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัคร สส.รายใด ทั้งๆที่ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ส่งให้ประชาชน ตามหนังสือแจ้งเจ้าบ้านให้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่มีบาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด แต่บัตรเลือกตั้งจริงกลับมีบาร์โค้ด ตรงนี้จึงถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนทั้งประเทศ สำหรับหลักฐานตนที่นำมาส่งให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินยังมีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนจะนำข้อมูลชุดใหญ่มาเปิดเผยในครั้งถัดไป

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า จากคำแถลงของสำนักงาน กกต.ได้ยอมรับว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละรายลงคะแนนเลือกผู้สมัคร หรือ พรรคการเมืองใด และได้อธิบายว่า ยากที่จะทำเช่นนั้น และหากบุคคลใดทำ ก็ย่อมผิดกฎหมาย ตรงนี้จึงถือเป็นการยอมรับว่า สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ส่วนกรณีที่ กกต.กล่าวอ้างว่ามีสิทธิทำได้เพื่อป้องกันการปลอมแปลง เชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับการมีมาตราการวิธีการป้องกันการปลอมแปลง แต่จะต้องไม่ขัดต่อหลักการตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น อาจกำหนดเป็นสัญลักษณ์ลายน้ำ หรือ กำหนดสัญลักษณ์อย่างอื่นที่ไม่สามารถเชื่อมข้อมูลกับต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งได้ เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกลับไม่พบว่ามีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรออกเสียงประชามติ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ย้อนแย้งกับคำชี้แจงของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยสิ้นเชิง

นายชาญชัย กล่าวว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ “การออกเสียงลงคะแนนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” ซึ่งคำว่า “ลับ” ในทางรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้มีความหมายเพียงการเข้าคูหาโดยลำพังเท่านั้น แต่หมายถึง “กระบวนการที่ไม่สามารถสืบทราบได้ ทั้งในระหว่างและหลังการลงคะแนน” ว่าผู้สิทธิเลือกตั้งเลือกใคร ดังนั้น การมีบาร์โค้ดที่สามารถสืบค้นระบุตัวตนได้จึงเป็นการทำลายหลักการความลับโดยสภาพ ซึ่งตามหลักการ “Secrecy of the Ballot” ในระดับสากลตามหลักวิชาการทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ บัตรเลือกตั้งต้องมีลักษณะเป็น “บัตรมาตรฐานที่ไม่มีตำหนิ หรือ เครื่องหมายใดที่ทำให้จำแนกได้” (Anonymous Ballot) การใส่รหัสเฉพาะถือเป็นเครื่องมือในการคุกคามทางอ้อม (Voter Intimidation) ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจโดยอิสระของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากมีความกังวลว่า อาจถูกตรวจสอบ หรือกลั่นแกล้งในภายหลัง และที่สำคัญจะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ซื้อเสียงจะใช้หลักการสืบย้อนไปยังต้นขั้ว ทำให้ทราบถึงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และอาจถูกข่มขู่ จูงใจ คุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องทำตามที่ได้ตกลงกันในการซื้อสิทธิขายเสียง ดังนั้น ข้อมูลการลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นความลับจะเป็นข้อผูกมัดที่สำคัญให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องทำตามข้อตกลงที่ซื้อเสียงไว้ ข้อเท็จจริงเช่นนี้จะเป็นกระบวนการที่ทำลายระบบประชาธิปไตยอย่างไม่มีชิ้นดี การทุจริตในการเลือกตั้งก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และการที่มีบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลการเลือกตั้งได้เพียงฝ่ายเดียวผ่านเทคโนโลยีบาร์โค้ด ทำให้หลักการตรวจสอบถ่วงดุลเสียไป ซึ่งการจัดพิมพ์บัตรที่มีลักษณะ “ระบุตัวตนได้” จึงเป็นการกระทำที่ไร้ผลบังคับทางกฎหมาย กระทบต่อเจตนารมณ์ประชาธิปไตย หากประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่าความลับถูกเปิดเผย การเลือกตั้งนั้นย่อมไม่ใช่การแสดงเจตจำนงที่แท้จริง แต่เป็นการแสดงออกภายใต้ความกดดัน

“ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการบางท่าน บอกว่า การที่จะทราบข้อมูลดังกล่าวได้ ต้องรอให้ศาลมีคำสั่ง แต่จริง ๆแล้วไม่ใช่แค่ศาลสั่งเท่านั้น แม้แต่ กกต.เองก็รู้ข้อมูลไม่ได้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้ใคร เนื่องจากกฎหมายห้ามทำ สมมติว่า ถ้าเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของศาล แล้วศาลมีคำสั่งเรียกเอกสารมาดู ทำให้รู้ว่าข้อมูลการลงคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดเลย เหตุก็เพราะ กตต.ไปทำสัญลักษณ์เอาไว้ วันนี้ผมจึงต้องมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และขอให้พิจารณาโดยเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ” นายชาญชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...