โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ฮั้วสว. – Spectre C ‘ ความลับสาธารณะ : เมื่อทุกฝ่ายรู้ แต่ไม่มีใครยอมรับ

ไทยโพสต์

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

20 ก.พ. 2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิตเผยแพร่บทความ เรื่อง 'ความลับสาธารณะ : เมื่อทุกฝ่ายรู้ แต่ไม่มีใครยอมรับ' มีเนื้อหากดังนี้

มีสองเรื่องดังในทางการเมืองที่น่าพูดถึง คือหนึ่งการ “ฮั้ว” สว. และสอง “สเป็คเตอร์ ซี” (Spectre C) อันเป็นเรื่องที่รับรู้กันในหมู่พรรคการเมือง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป ว่ากรณีแรกคือการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อควบคุมผลลัพธ์ของกระบวนการคัดเลือกหรือเลือกตั้ง สว. ที่กระทำการอย่างเป็นระบบ ซึ่งหลายพรรคที่เข้าสู่การแข่งขันต่างทำด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่กลุ่มที่ทำสเคล (Scale) ใหญ่ที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ส่วนกรณีที่สอง คือหน่วยงานปฏิบัติการด้าน “ข้อมูลข่าวสาร” หรือ Information Operations (IO) ที่ดำเนินงานในโลกออนไลน์ของพรรคการเมืองเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์พรรคตนเองและลดทอนความน่าเชื่อถือจนถึงทำลายคู่แข่งขันทางการเมือง

ปรากฎการณ์ทั้งสองอย่างนี้คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “การควบคุม” (Control) ฝ่ายหนึ่งควบคุม “ที่มา” ของอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งควบคุมการ “รับรู้” ของประชาชน เรื่องเหล่านี้มักถูก “ปฏิเสธ” ในที่สาธารณะ แต่กลับถูกพูดถึงอย่าง “เปิดเผย” ในวงปิดและในบทสนทนาของสังคมโดยรวม อันเกิดสภาวะที่อาจเรียกได้ว่า “ความลับสาธารณะ” (public secret) คือ สิ่งที่ทุกฝ่ายรู้ว่า “มีอยู่” แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องกล่าวว่า “ไม่มี”

การดำรงอยู่ของพฤติกรรมนี้มิได้เป็นเพียงปัญหาทางศีลธรรมของบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หากแต่สะท้อนโครงสร้างแรงจูงใจของระบบการเมืองที่การแข่งขันมีเดิมพันสูง และต้นทุนของความพ่ายแพ้สูงยิ่ง เมื่อชัยชนะทางการเมืองนำไปสู่การควบคุมงบประมาณมหาศาล อำนาจเชิงนโยบาย และ “ปากท้อง” ทางการเมืองของเครือข่าย การพ่ายแพ้จึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียตำแหน่ง แต่หมายถึงการถูกกันออกจากวงจรอำนาจ

ในบริบทเช่นนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคย่อมเผชิญแรงกดดันให้ใช้เครื่องมือทุกประเภทที่มีอยู่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หากฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าคู่แข่งใช้วิธีการจัดตั้งเครือข่ายหรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร อีกฝ่ายก็มีแนวโน้มจะใช้วิธีเดียวกันเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ กระบวนการเช่นนี้สร้างวงจรที่ยากจะหยุดยั้ง ยิ่งทุกฝ่ายเชื่อว่าคู่แข่งทำ ยิ่งต้องทำตาม และเมื่อทุกฝ่ายทำ การปฏิเสธในที่สาธารณะก็กลายเป็นกลไก “แอร์เสีย” อ้างเพื่อ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” ทางการเมืองที่จำเป็น

ทั้งหมดนำไปสู่การ “สึกกร่อน” ของความรับผิดชอบต่อคำพูดในพื้นที่สาธารณะ เมื่อการปฏิเสธสิ่งที่สังคมรับรู้ร่วมกันไม่ก่อให้เกิดต้นทุนทางการเมืองที่ชัดเจน การกล่าวอ้างที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงก็ไม่ถูกลงโทษ ส่งผลให้ความจริงค่อย ๆ สูญเสียสถานะในฐานะเงื่อนไขของความชอบธรรมทางการเมือง ในขณะที่ผู้สนับสนุนหรือ “สาวก” ทางการเมืองจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันมากกว่าความถูกต้องของข้อมูล การตรวจสอบภายในจากกลุ่มผู้สนับสนุนย่อมอ่อนแอลง การโกหกหรือการบิดเบือนกลายเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำ ขณะที่การยอมรับความจริงอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางการเมืองมากกว่า การเมืองจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการแข่งขันเชิงนโยบาย ไปสู่การแข่งขันเพื่อ “ควบคุม” การรับรู้ และความหมายของความจริงในสังคม

สิ่งที่น่าเศร้าจึงไม่ใช่การที่พรรคการเมืองใดใช้วิธีการ “สีเทา” หากแต่เป็นการที่ระบบไม่ให้ “รางวัล” กับความซื่อสัตย์อย่างเพียงพอ ประสบการณ์ทางการเมืองชี้ให้เห็นว่า เมื่อการใช้เครือข่าย การจัดตั้ง และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารสามารถสร้างความได้เปรียบอย่างแท้จริง พรรคการเมืองย่อมมีแรงจูงใจในการใช้เครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่การบังคับใช้กติกาเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ หรือการตรวจสอบสาธารณะไม่มีพลังเพียงพอ

ดังนั้น เมื่อการ “โกหก” หรือการ “ปฏิเสธ” สิ่งอันเป็นที่รับรู้ร่วมกันไม่ก่อให้เกิดต้นทุนทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะย่อมเสื่อมทรุดลงไปเรื่อย ๆ เมื่อคำพูดในพื้นที่สาธารณะ “ไม่มี” ราคา คำสัญญาเชิงนโยบายก็ย่อม “สูญเสีย” ราคาไปด้วย

ความหวังในการปรับปรุงคุณภาพของการเมืองจึงไม่อาจผูกไว้กับการปรากฏขึ้นของพรรคการเมืองที่บริสุทธิ์กว่าพรรคอื่นเพียงอย่างเดียว หากควรตั้งอยู่บนการเสริมสร้างโครงสร้างที่ทำให้ “การโกหก” มีต้นทุนและ “การบิดเบือน” ข้อเท็จจริงถูกลงโทษ หากสังคมสามารถสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ทุกพรรคการเมืองต้องระมัดระวังต่อคำพูดและการกระทำของตนเองมากขึ้น การเมืองย่อมมีแนวโน้มจะค่อย ๆ ปรับตัวไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น แม้จะไม่อาจกำจัดพฤติกรรม “สีเทา” ได้ทั้งหมดก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...