โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ฟินันเซีย” ชู MTC เด่นรับสินเชื่อ Q2 ฟื้น เคาะเป้า 46 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 08.01 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ "ซื้อ" หุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 46.00 บาท อิงวิธี GGM ที่ P/BV 1.94 เท่า (กำหนด LT-ROE ที่ 16.4% และ COE ที่ 9.9%) แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 จะออกมาตามคาด แต่ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวด้อยลงบ้าง เนื่องจากความพยายามในการบริหารจัดการไม่ให้สินเชื่อหดตัว ด้วยการลดการขายหนี้ลงในงวดนี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม จากการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญของราคาหุ้น MTC ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งปรับตัวลดลงกว่า 22% ถือว่าได้สะท้อนความกังวลไปมากแล้ว ทั้งประเด็นคุณภาพสินทรัพย์และการเติบโตของสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาหุ้นปัจจุบันมีค่า P/BV ที่ 1.2 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 16.4% จึงมองว่า MTC ยังมีความน่าสนใจในการลงทุน

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 MTC ประกาศกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ที่ระดับ 1.83 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 3% และคิดเป็นสัดส่วน 24% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 โดยธุรกิจหลักส่วนใหญ่เป็นไปตามคาด แม้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรอง (PPOP) จะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงตามการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงแผ่วตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-income ratio) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 48.81% จากระดับ 47.20% ในไตรมาส 4/2568

ทางด้านสินเชื่อในไตรมาส 1/2569 มีการเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการจัดเก็บหนี้ที่ดีกว่าคาดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง แม้ว่า MTC จะลดการขายหนี้ลงเพื่อช่วยพยุงการเติบโตของสินเชื่อก็ตาม ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Loan spread) ปรับตัวลดลงเหลือ 12.69% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ (Loan yields) ปรับตัวลดลงเร็วกว่าต้นทุนทางการเงิน ทั้งนี้ คาดว่าผลบวกจากต้นทุนทางการเงินจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากที่หุ้นกู้มูลค่ากว่า 1.60 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2/2569 จะถูกนำไปรีไฟแนนซ์ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง

ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงลบเล็กน้อย จากตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPLs), สินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2 loans) และอัตราส่วน NPL ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการขายหนี้ที่ลดลงและการขยายตัวของสินเชื่อที่ยังคงเติบโตช้า อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECLs) ปรับตัวลดลงตามคาด ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit costs) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.14% จากระดับ 2.59% ณ สิ้นปี 2568 ทว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 141.9% จากระดับ 143.0% ณ สิ้นปี 2568

นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิของ MTC ในช่วงปี 2569-2571 โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ระดับ 12.4% ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ ที่จะผลักดันให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การคาดการณ์ว่าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Loan spread) จะทรงตัวอยู่ในระดับราว 13% ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อ เนื่องจากประเมินว่าการจัดเก็บหนี้อาจไม่ดีเท่ากับช่วงไตรมาส 1/2569 ผนวกกับจำนวนวันทำการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเข้ามาช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit costs) ที่มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้นได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...