โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อังกฤษก้าวสู่ ‘วิกฤตพันธบัตร’ ครั้งใหญ่.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.2026 ที่ผ่านมา กลายเป็นหมุดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือที่เรียกกันว่า Gilts พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2008 หรือรอบเกือบ 18 ปีที่ผ่านมา

การที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ทะลุระดับสำคัญที่ 5% ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางสถิติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าถึงภาวะ Stagflation หรือเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ที่กำลังกลับมาหลอกหลอนเมืองผู้ดีอีกครั้ง ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนพากันเทขายพันธบัตรอย่างหนัก (Mass Sell-off) คือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก

โดยเฉพาะการข่มขู่ปิดกั้น “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันดิบสหราชอาณาจักรในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสัดส่วนสูง จึงตกเป็นเป้าสายตา ของตลาดทันที เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นย่อมหมายถึง “เงินเฟ้อ” ที่เร่งตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงกดดันนี้สะท้อนผ่านยีลด์อายุ 2 ปี ที่พุ่งขึ้นถึง 97% ช่วงเวลาเพียง 15 วันทำการ

เดิมทีช่วงต้นปี 2026 ตลาดต่างคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ภาพความหวังนั้นได้มลายหายไปเกือบทั้งหมดในช่วงสัปดาห์นี้

ข้อมูลจาก LSEG ชี้ชัดว่า นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มหันมามองว่า BoE จะต้อง“ขึ้นดอกเบี้ย”ในเดือนหน้า เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนฝั่งอุปทาน (Cost-push Inflation)

Nigel Green ซีอีโอของ deVere Group ระบุว่า นี่คือการปรับพอร์ตเพื่อสะท้อนความจริงที่โหดร้าย เมื่อพลังงานแพงขึ้น ดอกเบี้ยก็ต้องค้างอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คิด หรืออาจต้องขยับขึ้นไปแตะ 4.25%

ในฝั่งของนโยบายการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Rachel Reeves กำลังเผชิญกับบททดสอบใหญ่

ความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นผ่าน “กฎการคลัง” (Fiscal Rules) เริ่มถูกตั้งคำถาม เมื่อต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล (Borrowing Costs) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ พื้นที่ในการดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนจึงถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้ตัวเลขการกู้ยืมของรัฐบาลช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่สูงกว่าคาดที่ 1.43 หมื่นล้านปอนด์ ยิ่งเป็นตัวเติมเชื้อไฟให้ตลาดกังวลว่า สถานะทางการคลังของอังกฤษอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือวิกฤตได้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนเท่านั้น แต่มันจะส่งผ่านไปยังภาคครัวเรือนโดยตรง ผ่านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง (Mortgage Rates) ที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามยีลด์พันธบัตร ทำให้ต้นทุนชีวิตของคนอังกฤษพุ่งสูงขึ้นซ้ำเติมราคาพลังงาน

นั่นทำให้โลกการเงินกำลังจับตามองว่า รัฐบาลและ BoE จะประสานนโยบายกันอย่างไร เพื่อประคองเรือลำนี้ ท่ามกลางคลื่นลมแรง จากตะวันออกกลาง และความเปราะบางของเศรษฐกิจภายในประเทศเอง หากเงินเฟ้อยังไม่ถูกควบคุม ความผันผวนในตลาดพันธบัตรจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...