โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้งผู้ว่าฯโดยตรง! 'ความฝันสำเร็จรูป' ของธนาธรและการเมืองสีส้ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

แนวคิด “กระจายอำนาจ” เป็นเรื่องที่สังคมไทยพูดกันมานาน และแทบไม่มีใครปฏิเสธว่าท้องถิ่นควรมีบทบาทมากขึ้น ประเด็นอยู่ที่วิธีการ ว่าจะออกแบบอย่างไรให้สอดคล้องกับสภาพจริงของแต่ละพื้นที่

แต่ในช่วงหลัง แนวคิดนี้ถูกดึงให้เหลือคำตอบเดียวอย่างชัดเจน คือ“เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” และถูกผลักให้เป็นทางออกหลักของการปลดล็อกท้องถิ่น

เวทีเสวนาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ“ ในฐานะประธานคณะก้าวหน้า และผู้นำทางความคิดของพรรคส้ม เดินหน้าแนวคิดนี้ โดยชี้ว่าการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางทำให้ท้องถิ่นไปต่อไม่ได้

ข้อเสนอแบบนี้ดูเรียบง่าย เปลี่ยนวิธีได้มาของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนตาม

แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือ อบจ. ที่เปิดให้ประชาชนเลือกผู้บริหารโดยตรง ในบางพื้นที่ก็สามารถพัฒนาได้จริง มีการแข่งขัน มีการตรวจสอบ และมีผลงานเป็นรูปธรรม

แต่ในอีกหลายพื้นที่ ภาพกลับต่างออกไป เครือข่ายอิทธิพลยังมีบทบาท ระบบพวกพ้องยังฝังราก และการแข่งขันยังไม่เปิดเต็มที่ จนทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเพียงการหมุนเวียนของกลุ่มอำนาจเดิม

การมีการเลือกตั้งจึงไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างอำนาจจะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ และไม่ได้รับประกันว่าการบริหารจะโปร่งใสหรือแข่งขันอย่างเป็นธรรมในทุกพื้นที่

ในการพูดครั้งนั้น ธนาธรยกตัวอย่างญี่ปุ่น โดยชี้ว่าญี่ปุ่นเริ่ม “กระจายอำนาจ” ใกล้กับไทย แต่สามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่า ขณะที่ไทยถอยหลังเพราะอำนาจถูกดึงกลับส่วนกลาง

ภาพปลายทางแบบนี้ทำให้ข้อเสนอเรื่อง “เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” ดูมีน้ำหนัก เพราะมีประเทศที่ไปถึงจุดนั้นให้เห็น

แต่เงื่อนไขของญี่ปุ่นไม่ได้ถูกวางไว้พร้อมกัน ระบบราชการของเขาคุมมาตรฐานได้ งบประมาณมีวินัย ระบบตรวจสอบทำงานจริง และการเมืองท้องถิ่นแข่งขันกันในกรอบที่ควบคุมได้

ขณะที่ในไทย หลายจังหวัดยังอยู่กับโครงสร้างอำนาจเดิม การแข่งขันยังไม่เปิดเต็มที่ ระบบตรวจสอบยังมีช่องว่าง การเลือกตั้งในสภาพแบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนสมดุลอำนาจในพื้นที่ได้ทันที

การหยิบผลลัพธ์ของญี่ปุ่นมาอธิบาย โดยไม่วางเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้น ทำให้ข้อเสนอเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงข้ามขั้นตอนสำคัญไปตั้งแต่ต้น

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับพรรคอนาคตใหม่ ต่อด้วยพรรคก้าวไกล และปัจจุบันคือพรรคประชาชน ซึ่งสังคมเรียกรวมว่า พรรคส้ม

การขยายฐานลงสู่ระดับท้องถิ่นและการส่งผู้สมัครในหลายพื้นที่ ทำให้พรรคส้มมีบทบาทชัดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน กระบวนการคัดเลือกผู้สมัครทั้งระดับท้องถิ่นและ สส.กลับถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง

หลายกรณี การกำหนดตัวผู้สมัครและทิศทางทางการเมืองยังถูกชี้ว่าตัดสินจากแกนนำไม่กี่คน มากกว่าจะเปิดให้แข่งขันหรือคัดเลือกกันในวงกว้าง

ข้อวิจารณ์เหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่ไปถึงโครงสร้างอำนาจภายในพรรค ที่ยังรวมศูนย์การตัดสินใจอยู่กับคนกลุ่มเดิม จนถูกเปรียบเทียบว่าไม่ต่างจาก “โปลิตบูโร”

ภาพนี้จึงชนตรงกับแนวคิด “กระจายอำนาจ” ที่พรรคส้มพยายามผลักในระดับประเทศ เพราะในขณะที่เรียกร้องให้ลดอำนาจส่วนกลาง โครงสร้างภายในพรรคกลับยังรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางของพรรคเอง

ในพรรค การตัดสินใจยังไหลจากบนลงล่าง แต่ในระดับประเทศ กลับเสนอให้เปลี่ยนเป็นไหลจากล่างขึ้นบน

ความย้อนแย้งจึงไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่วิธีจัดการอำนาจที่สวนทางกันเอง และทำให้ข้อเสนอเรื่อง “กระจายอำนาจ” ถูกตั้งคำถามตั้งแต่ต้นทาง

ความแตกต่างของแต่ละจังหวัดเป็นปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้ ประเทศไทยไม่ได้มีสภาพเดียวกันทั้งประเทศ

บางพื้นที่มีการแข่งขันจริง มีการตรวจสอบจริง ขณะที่อีกหลายพื้นที่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มเดิม การ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” ในบริบทแบบนี้ให้ผลไม่เท่ากัน

ตัวอย่างอย่าง ”กรุงเทพมหานคร“ใช้ระบบเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ เพราะมีแรงกดดันจากสังคม มีสื่อ และมีการตรวจสอบที่เข้ม แต่เงื่อนไขแบบนี้ไม่ได้มีอยู่ในทุกจังหวัด

การนำรูปแบบเดียวกันไปใช้ทั้งประเทศ ไม่ได้ทำให้ผลออกมาเหมือนกัน และในบางพื้นที่อาจยิ่งทำให้โครงสร้างเดิมแข็งแรงขึ้น

ภาพทั้งหมดชี้ชัดว่าปัญหาของ “กระจายอำนาจ” ในไทยไม่ได้อยู่ที่มีหรือไม่มีการเลือกตั้ง แต่อยู่ที่โครงสร้างอำนาจ งบประมาณ อำนาจตัดสินใจ และระบบตรวจสอบที่ยังผูกอยู่กับส่วนกลางและกลุ่มอำนาจเดิม

การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่เรื่องของ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงการโอนงบประมาณ การกระจายอำนาจตัดสินใจ และการทำให้ระบบตรวจสอบทำงานจริงในระดับพื้นที่

แต่ข้อเสนอที่ถูกผลัก กลับตัดเรื่องเหล่านี้ออกไป แล้วเหลือเพียงการเปลี่ยนวิธีได้มาของผู้ว่าราชการจังหวัด เหมือนกับว่าเพียงมีการเลือกตั้ง ทุกอย่างจะขยับตามไปเอง

ในความเป็นจริง เมื่อโครงสร้างเดิมยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น กลุ่มอิทธิพล หรือระบบพวกพ้อง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงไม่ได้ไปแตะต้นตอของปัญหาเหล่านี้

ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การกระจายอำนาจ แต่เป็นการเปิดให้โครงสร้างเดิมเข้าสู่ตำแหน่งผ่านการเลือกตั้ง พร้อมความชอบธรรมจากคะแนนเสียง ขณะที่งบประมาณ อำนาจจริง และระบบตรวจสอบยังไม่ได้เปลี่ยน

“เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” ในแบบที่ธนาธรและพรรคส้มพยายามผลักดัน คือ “ความฝันสำเร็จรูป” ที่ให้ภาพว่าทุกอย่างจะดีขึ้นทันที ทั้งที่เงื่อนไขหลักยังไม่ถูกแก้ และปัญหาเดิมยังคงอยู่ครบ.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...