โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เบื้องหลังแก๊งหลอกลงทุน! องค์กรอาชญากรรมครบวงจร มี CEO-CFO และฝ่าย HR ที่ศึกษาคุณมาแล้ว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 07.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ระวัง! มิจฉาชีพไม่ได้โง่ — พวกเขาศึกษาคุณมาก่อนแล้ว

ก่อนอ่านบทความนี้ ลองถามตัวเองดูสักครั้งว่า เคยได้รับข้อความจากคนแปลกหน้าในโซเชียลมีเดียที่ดูดีเกินไป พูดจาสุภาพ ดูฉลาด แล้วค่อย ๆ นำเรื่องการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนงาม ๆ เข้ามาในบทสนทนาบ้างไหม? ถ้าเคย….คุณเกือบตกเป็นเหยื่อแล้ว

ข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่ปี 2565 ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงรวมทะลุหลักแสนล้านบาท และ "คดีหลอกลงทุน" ครองอันดับ 1 ด้วยมูลค่าความเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่สถิติบนกระดาษ แต่คือเงินที่หายไปจากกระเป๋าคนไทยจริง ๆ

ความรุนแรงของปัญหานี้เป็นแรงผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดตัวนิทรรศการพิเศษ "INVESTIGUARD นักสืบกันโกง" ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY โดยนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การหลอกลวงออนไลน์ด้านการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนี้ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของการหลอกลวงทั้งหมด และยืนยันว่า ตลท. พร้อมเดินหน้าสื่อสารและผลักดันเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

"ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีทุกวันนี้พัฒนาอยู่เรื่อย ๆ และมีการนำมาใช้ในทางที่ไม่ดีด้วย อยากให้ทุกคนในวงการตลาดทุนช่วยกันเผยแพร่ความรู้ให้กับพี่น้อง ญาติ และเพื่อนฝูง เพื่อไม่ให้ต้องเห็นข่าวไม่ดีแบบที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันอีก" นายอัสสเดช กล่าว

มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ใช่แค่แก๊งโทรมาข่มขู่อีกต่อไปแล้ว

พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ หรือ "สารวัตรเติร์ก" ตำรวจไซเบอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้นำเสนอข้อมูลที่ในสนใจในงานนี้ด้วยว่า รูปแบบการหลอกลวงได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีโทรศัพท์ข่มขู่แล้วให้โอนเงินทันที ปัจจุบันมิจฉาชีพหันมาใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Pig Butchering หรือ Hybrid Scam

กล่าวให้เข้าใจง่าย คือพวกเขาจะ "สร้างความไว้วางใจ" ก่อน แล้วค่อยลงมือ

กระบวนการทำงานของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มีความซับซ้อนไม่ต่างจากองค์กรธุรกิจ มีโครงสร้างชัดเจนตั้งแต่ระดับผู้บริหารลงมาถึงฝ่ายปฏิบัติการคล้ายๆกับบริษที่มีตั้งแต่ CEO, CFO ฝ่ายการตลาด ไปจนถึงฝ่าย HR ที่คัดเลือกและฝึกอบรมพนักงานโดยเฉพาะ รวมถึงการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลโปรไฟล์เหยื่อจากโซเชียลมีเดีย เพื่อออกแบบกลอุบายให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของเหยื่อเป็นรายบุคคล สิ่งที่น่าวิตกคือ เหยื่อส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเล็งเป้าอยู่

3 กับดักจิตวิทยาที่มิจฉาชีพใช้โจมตีทุกคน

พ.ต.ต.พากฤต ชี้ให้เห็นว่า อาชญากรไซเบอร์ไม่ได้มุ่งโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ แต่โจมตี "จิตใจ" มนุษย์โดยตรง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Social Engineering โดยอาศัย 3 อารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมี

กับดักที่ 1: ความกลัวพลาดโอกาส (FOMO) ภาพสลิปผลกำไรหลักหมื่นหลักแสนที่โพสต์ในกลุ่มไลน์นั้น ส่วนใหญ่มาจาก "หน้าม้า" ที่มิจฉาชีพจัดเตรียมไว้ หน้าที่ของพวกเขาคือจุดประกาย "ความกลัวที่จะพลาดโอกาส" ให้เหยื่อรู้สึกว่าถ้าไม่ตัดสินใจเดี๋ยวนี้ก็จะสายเกินไป

กับดักที่ 2: ความโลภและกับดักต้นทุนจม (Sunk Cost Fallacy) ในช่วงแรก มิจฉาชีพจะปล่อยให้เหยื่อได้รับผลกำไรจริงทีละเล็กน้อยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จากนั้นจึงชักชวนให้ลงทุนในจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน จะมีเงื่อนไขให้ต้องโอนเพิ่มก่อน ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ภาษี หรือค่าปลดล็อกระบบ ทำให้เหยื่อติดอยู่ในกับดักและยังคงจ่ายเงินต่อไปเพราะเสียดายเงินต้นที่ลงทุนไปแล้ว

กับดักที่ 3: ความหลง (Amygdala Hacking) นี่คืออาวุธที่อันตรายที่สุด มิจฉาชีพจะค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์และความผูกพันทางอารมณ์กับเหยื่อ บางรายใช้เวลานานหลายเดือนก่อนจะพูดถึงเรื่องเงิน จากประสบการณ์การสืบสวนพบว่า มีเหยื่อจำนวนไม่น้อยที่รับรู้แล้วว่าตนเองอาจกำลังถูกหลอก แต่ก็ยังโอนเงินต่อเพราะความผูกพันทางอารมณ์ที่สะสมมา และที่สำคัญต้องตระหนักว่า ผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีดีเพียงใดก็ตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน เพราะนี่คือการโจมตีที่อารมณ์ ไม่ใช่ความรู้

ทฤษฎี "งู" คู่มือรวบรวมหลักฐานเมื่อตกเป็นเหยื่อ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือโทรแจ้งสายด่วน 1441 ทันทีเพื่ออายัดเงิน และรีบไปแจ้งความ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืน ไม่ควรมองว่าเป็นแค่การฟาดเคราะห์และปล่อยผ่าน เพราะการแจ้งความคือการสกัดกั้นไม่ให้มิจฉาชีพนำบัญชีนั้นไปหลอกผู้อื่นต่อ

สำหรับการเตรียมพยานหลักฐานให้ตำรวจ พ.ต.ต.พากฤต ได้จำลองทฤษฎี "การเก็บหลักฐานชิ้นส่วนงู" เพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น ได้แก่:

  • หัวงู: จุดเริ่มต้นที่เจอกัน คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด เพจชื่ออะไร ใครเป็นคนชักชวน
  • กลางงู: พฤติการณ์การหลอกลวง มิจฉาชีพให้ลงทุนในรูปแบบไหน มีบทสนทนาหรือกลุ่มแชทอย่างไร
  • หางงู: ปลายทางของเงิน คือให้โอนเงินไปที่ไหน เข้าบัญชีบุคคลธรรมดา (บัญชีม้า) หรือนิติบุคคลใด

สัญญาณอันตราย (Red Flag) ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

ก่อนตัดสินใจลงทุนหรือทำธุรกรรมใดๆ พ.ต.ต.พากฤต แนะนำให้ตรวจสอบกับแพลตฟอร์มของตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) เสมอ สังเกตความผิดปกติของ URL และให้พึงระวังไว้ว่า "อะไรที่ผลตอบแทนดีเกินจริง หรือการันตีกำไรแน่นอน มักจะเป็นสัญญาณเตือนภัย (Red Flag)" นอกจากนี้ ควรแยกการเชื่อมต่อบัญชีต่างๆ ไม่ควรผูกทุกระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกล้วงข้อมูล

ท้ายที่สุดนี้ คาถาสำคัญที่เป็นเกราะป้องกันการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ที่ได้ผลดีที่สุด คือการตั้งสติแล้วท่องไว้ว่า "ไม่กลัว ไม่โลภ ไม่หลง" และจงตั้งข้อสงสัย (Zero Trust) กับคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์เสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...