โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

1 เดือนปิดฮอร์มุซ "อาเซียน" พลิกเกมจากตั้งรับ สู่บริหารวิกฤตพลังงานเต็มรูปแบบ

Thai PBS

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 08.31 น. • Thai PBS

วันนี้ (1 เม.ย.2569) สงครามตะวันออกกลางทำให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ส่งผลให้ "อาเซียน" ที่พึ่งพานำเข้าพลังงานสูงกว่าร้อยละ 70 เผชิญราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และขาดแคลนอุปทานเฉียบพลัน

ตั้งแต่เดือน มี.ค. ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศได้ยกเลิกมาตรการการตั้งรับ และเปลี่ยนเป็นการบริหารวิกฤตเต็มรูปแบบ โดยออกมาตรการเกี่ยวกับภาษี การอุดหนุนราคาน้ำมัน ควบคุมพฤติกรรมผู้บริโภค รับมือผลกระทบที่ลุกลามเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ปั๊มน้ำมันว่างเปล่า สู่การยกเลิกเที่ยวบิน ภาคอุตสาหกรรมชะงัก และความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (Stagflation) ทั่วภูมิภาค

ข้อมูลล่าสุด 1 เม.ย.2569 ภาพรวมของอาเซียนที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกประเทศต้องเผชิญแรงกดดันร่วมกันจากเงินเฟ้อ ค่าขนส่งพุ่ง และความมั่นคงพลังงานที่สั่นคลอน IEA Southeast Asia Energy Outlook 2024 ชี้ว่าภูมิภาคนี้เคยเผชิญวิกฤตเชื้อเพลิงในปี 2022 ด้วยเงินอุดหนุนพุ่ง 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปี 2569 รุนแรงกว่าเพราะความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้อุปทานหายไปร้อยละ 8 ของตลาดโลก

ไทย-จากอุดหนุน สู่ควบคุมทั้งระบบ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ตอบสนองต่อวิกฤตพลังงานโลกค่อนข้างรวดเร็ว โดยเริ่มจากใช้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุน แต่เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนมีนาคม รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น เพิ่มสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เป็น 95 วัน (จากเดิม 70 วัน) จำกัดการส่งออกน้ำมันและก๊าซชั่วคราว และรณรงค์ลดการใช้พลังงานทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง

มาตรการเชิงพฤติกรรมที่เคยสมัครใจกลายเป็นกึ่งบังคับ เช่น สั่งข้าราชการ Work from Home เต็มรูปแบบตั้งแต่ 10 มี.ค.2569 ปรับอุณหภูมิแอร์ในหน่วยงานรัฐไม่ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส และห้ามใช้ลิฟต์ยกเว้นผู้สูงอายุหรือคนพิการ ทำให้การใช้ไฟฟ้าภาครัฐลดลงร้อยละ 15-20 ภายในสัปดาห์แรก

นอกจากนี้ยังส่งเสริม Biofuel และเพิ่มการใช้ถ่านหินชั่วคราวเพื่อชดเชย LNG ที่นำเข้าจากตะวันออกกลางลดลงถึงร้อยละ 40 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายสีเขียวสู่ความมั่นคงพลังงานระยะสั้น

ในงาน MEET The Press หัวข้อ "1 เดือน วิกฤตโลก: แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2569 รัฐบาลได้ปรับนโยบายพลังงานครั้งสำคัญ โดยทยอยลดการตรึงราคาน้ำมันและปล่อยให้สะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท และมีภาระไหลออกเฉลี่ยวันละ 1,300 ล้านบาท

โดยลดการอุดหนุนจากเดิมลิตรละ 24 บาท เหลือประมาณ 16–19 บาทต่อลิตร การปรับราคานี้ไม่เพียงช่วยลดภาระงบประมาณ แต่ยังลดแรงจูงใจในการลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน รัฐยังส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น E20 และ B20 ที่ราคาถูกกว่าราว 5 บาท/ลิตร และเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดีเซล 14 ล้านลิตรในเดือน เม.ย. ผ่านการผ่อนคลายเงื่อนไขสำรองน้ำมันจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเสริมอุปทานในช่วงวิกฤต

ในด้านค่าครองชีพ รัฐบาลเร่งคุมราคาสินค้าโดยเพิ่มรายการสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ และเตรียมขยายเป็น 71 รายการ พร้อมเปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย" ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการและกระจายจุดจำหน่ายธงฟ้าเคลื่อนที่ กว่า 500 จุดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอาหารและเกษตรกร เช่น จัดส่งวัตถุดิบราคาถูกและแก้ปัญหาปุ๋ยค้างท่าเรือ ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจภาพรวมจะเน้นช่วยกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น คนละครึ่ง พลัส ทันทีที่ข้อจำกัดทางการเมืองและงบประมาณคลี่คลาย

ฟิลิปปินส์-โหมดฉุกเฉินเต็มรูปแบบ

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินพลังงานแห่งชาติ" เมื่อ 24 มี.ค.2569 หลังสำรองน้ำมันลดลงเหลือเพียง 45 วัน (เบนซิน 53 วัน ดีเซล 46 วัน) รัฐบาลตั้งคณะกรรมการวิกฤตระดับชาติ จัดสรรงบฉุกเฉิน 20,000 ล้านเปโซ เพื่อนำเข้าน้ำมันจากแหล่งใหม่ รวมถึงรัสเซียและเวเนซุเอลา ซึ่งอยู่นอกพันธมิตรเดิม

มาตรการเร่งด่วนประกอบด้วยการสั่งปั๊มน้ำมันหลายร้อยแห่งปิดชั่วคราวเพื่อจัดสรรอุปทาน และยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศกว่าร้อยละ 30 ในเดือน เม.ย. ห้างสรรพสินค้าลดเวลาทำการเหลือ 10 ชั่วโมง/วัน

ผลกระทบลุกลามสู่สังคมอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดีเซลพุ่งร้อยละ 120 นับตั้งแต่การสู้รบเริ่ม ขณะที่ราคาอาหารและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 25–30 ส่งผลให้ภาคประมงและเกษตรกรรมที่พึ่งพาน้ำมันเครื่องเริ่มชะงักงัน

ด้านภาวะเศรษฐกิจ ธนาคารกลาง Bangko Sentral ng Pilipinas ได้ออกมาเตือนว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานอาจกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มต้องปรับลดคาดการณ์ GDP ลงจากเดิม ท่ามกลางความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวมากกว่าที่คาด

ขณะที่นักวิเคราะห์ภาคเอกชนบางส่วนประเมินว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในไตรมาส 1 อาจเข้าสู่ภาวะหดตัว โดยมีการคาดการณ์ในช่วงประมาณร้อยละ 1 ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผ่านจากต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังเศรษฐกิจจริงอย่างรวดเร็ว

เวียดนาม-ลดภาษีเป็นศูนย์–เร่งหาแหล่งพลังงานใหม่

เวียดนามตอบสนองเร็วที่สุดด้วยการประกาศลดภาษีนำเข้าน้ำมันเหลือร้อยละ 0 ครอบคลุมเบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบินและวัตถุดิบปิโตรเคมี มีผลตั้งแต่ 9 มี.ค. - 30 เม.ย.2569

ตามด้วยมาตรการยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อม สรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวระหว่าง 27 มี.ค.-15 เม.ย. ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 38 ของราคาขายปลีกน้ำมัน RON95 ทำให้รัฐสูญรายได้ 7.2 ล้านล้านดอง/เดือน (ราว 8,914 ล้านบาท) เพื่อช่วยลดภาระประชาชนและธุรกิจ อ้างอิงตามการรายงานของ Reuters

ด้านอุปทาน น้ำมันเครื่องบินนำเข้าจากจีนและไทยกว่าร้อยละ 60 ถูกกระทบจากมาตรการห้ามส่งออก ทำให้ราคาพุ่งถึง 157 ดอลลาร์/บาร์เรล รัฐบาลจึงมองหาแหล่งพลังงานใหม่พันธมิตร พร้อมมาตรการลดความต้องการใช้พลังงาน เช่น รณรงค์ประหยัดพลังงา

อินโดนีเซีย-อุดหนุนพลังงาน จำกัดการซื้อน้ำมัน

อินโดนีเซียมีแผนเร่งการนำเชื้อเพลิงไบโอดีเซลผสมร้อยละ 50 (B50) มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและบรรเทาแรงกดดันทางการคลังท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น หวังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึง 4 ล้านกิโลลิตรต่อปี และลดแรงกดดันค่าเงินรูเปียห์

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเห็นชัดในภาคขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มร้อยละ 15-20 ขณะที่ภาคส่งออกได้ประโยชน์จากรูเปียห์อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม การซื้อเวลาด้วยทรัพยากรในประเทศอาจไม่ยั่งยืน อินโดนีเซียวางแผนระยะยาวหากวิกฤตยืดเยื้อ รัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาและลดโควตาอุดหนุน เริ่มใช้โควตาจำกัดการซื้อน้ำมันรายวันตั้งแต่วันนี้ (1 เม.ย.) เพื่อป้องกันกักตุนและควบคุมงบประมาณ

สิงคโปร์-ลดใช้พลังงาน กระจายความเสี่ยง

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ นำเข้าพลังงานเกือบร้อยละ 100 และมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับราคาพลังงาน เช่น สำรองพลังงานเพื่อคงเสถียรภาพ รัฐบาลได้ออกมาพูดถึงการหาพลังงานจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง และพยายามลดผลกระทบต่อผู้บริโภค

สิงคโปร์ออกมาตรการผ่าน Energy Efficiency Grant (EEG) Expansion 2026 สนับสนุนธุรกิจเปลี่ยนเครื่องจักรประหยัดพลังงานสูงสุดร้อยละ 70 สำหรับธุรกิจ SME และรณรงค์ครัวเรือนตั้งแอร์ 25 องศาเซลเซียส ลดใช้ไฟฟ้า ทำให้ช่วยลดการใช้โดยรวมไปได้ร้อยละ 12

รัฐบาลกระจายแหล่ง LNG และไฟฟ้าผ่านการเชื่อมกับมาเลเซีย-อินโดนีเซีย ขยายมาตรการการใช้โซลาร์ รูปท็อป เพื่อลดพึ่งพาแหล่งเดียว

มาเลเซีย-ตรึงราคา ใช้สถานะผู้ผลิตพลังงานพยุงเศรษฐกิจ

มาเลเซียใช้จุดแข็งในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของภูมิภาค โดยรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมัน RON95 ภายใต้โครงการ BUDI95 ไว้ที่ 1.99 ริงกิต/ลิตร และดีเซลที่ 2.15 ริงกิต/ลิตร สำหรับกลุ่มเป้าหมาย เช่น รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 300 ลิตร/เดือน และภาคขนส่งสินค้า ผ่านระบบอุดหนุนของรัฐ แม้ว่าราคาน้ำมันตลาดโลกจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสงครามตะวันออกกลาง

มาตรการนี้ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศและลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้ต่ำและธุรกิจขนาดกลางที่พึ่งพาน้ำมันดีเซลในการขนส่ง

อย่างไรก็ตาม ภาระงบประมาณของรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมราว 700 ล้านริงกิต/เดือน เพิ่มเป็นเกือบ 4,000 ล้านริงกิต/เดือน (เพิ่มขึ้นกว่า 5-6 เท่า) ทำให้กระทรวงการคลังต้องพิจารณาปรับโครงสร้างอุดหนุนที่เข้มงวดมากขึ้น จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำและยานพาหนะที่จดทะเบียนถูกต้อง

ลาว-ลดวันทำงาน จำกัดการใช้พลังงาน

ลาวประกาศมาตรการฉุกเฉินทันทีหลังราคาน้ำมันพุ่ง โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 สั่งลดวันเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศ (ทั้งรัฐและเอกชน) เหลือเพียง 3 วัน/สัปดาห์ (จากเดิม 5 วัน) พร้อมส่งเสริม Work from Home ในหน่วยงานรัฐทุกแห่ง ลดการเดินทางและประหยัดน้ำมัน โดยมีเป้าหมายลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงร้อยละ 20-25 ภายในเดือนแรก

มาตรการนี้ยังรวมการจำกัดการใช้ไฟฟ้าในบางพื้นที่ โดยเฉพาะเขตอุตสาหกรรมและครัวเรือนในช่วงพีค เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อน ราคาน้ำมันภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 25-30 ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4.5 และค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาอาหารและค่าขนส่งที่ปรับตัวตาม

มาตรการจำกัดไฟฟ้าในบางพื้นที่และการรณรงค์ประหยัดพลังงานทั่วประเทศช่วยลดความต้องการใช้ได้บางส่วน แต่กลับส่งผลกระทบต่อการศึกษาเด็กนักเรียนที่ต้องเรียนออนไลน์หรือหยุดเรียนบ่อยขึ้น รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่ขาดสภาพคล่องและรายได้ลดลง หากวิกฤตยืดเยื้อเกิน 3 เดือน ลาวอาจเผชิญความเสี่ยงใหญ่เพราะเป็นประเทศส่งออกไฟฟ้าไปยังไทยและเวียดนามเป็นหลัก

นักวิเคราะห์จากธนาคารโลกเตือนว่าหากไม่หาแหล่งนำเข้าน้ำมันทางเลือกเพิ่ม ลาวอาจต้องยกระดับมาตรการไปสู่การปิดโรงงานบางแห่งและจำกัดการเดินทางระหว่างจังหวัด

เมียนมา-วิกฤตซ้อนวิกฤต ขาดแคลนเชื้อเพลิง

เมียนมาเผชิญ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ทั้งจากสถานการณ์ภายในประเทศและผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลทหารประกาศใช้ระบบควบคุมเติมน้ำมันด้วย QR code และ barcode ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.2569 เพื่อจำกัดปริมาณการเติมต่อคัน รถยนต์เล็กเติมได้ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ รถใหญ่จำกัดตามขนาดเครื่องยนต์ ทำให้เกิดคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันทั่วเมืองใหญ่ หลายปั๊มต้องปิดชั่วคราวเพราะน้ำมันหมด

ผลกระทบลุกลามอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เกิดไฟดับเป็นระยะในหลายพื้นที่เพราะโรงไฟฟ้าขาดน้ำมันดีเซล ภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะชาวนาลำบากหาดีเซลสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร บางครอบครัวต้องนอนคิวที่ปั๊มข้ามคืน เพื่อซื้อน้ำมันเพียงไม่กี่แกลลอน

นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group เตือนว่าวิกฤตนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งเปราะบาง และอาจนำไปสู่ความไม่สงบทางสังคมเพิ่มเติม แม้รัฐบาลพยายามควบคุมราคาและป้องกันการกักตุน แต่ผลคือเกิดตลาดมืดราคาสูงและประชาชนฐานรากได้รับผลกระทบหนัก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบการผลิตข้าวและสินค้าส่งออกหลักของประเทศอย่างรุนแรง

บรูไน-รายได้พุ่งแต่ต้องบริหารความเสี่ยง

บรูไนได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูง เพราะเป็นประเทศส่งออกพลังงานในอาเซียน รายได้ที่เพิ่มขึ้นช่วยลดการขาดดุลการคลังและเพิ่มรายได้รัฐบาลให้เพียงพอสำหรับการตรึงราคาพลังงานภายในประเทศไว้ในระดับต่ำ เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือเศรษฐกิจยังพึ่งพาพลังงานสูงเกินไป หากราคาน้ำมันผันผวนลงในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการคลังระยะกลาง รัฐบาลบรูไนวางแผนใช้รายได้ส่วนเกินจากน้ำมันในปีนี้ ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว และกระจายรายได้สู่ภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ตามแผนพัฒนาประเทศวาวาซานบรูไน 2035

กัมพูชา-เปลี่ยนแหล่งนำเข้าและประหยัดพลังงาน

กัมพูชาเป็นประเทศที่ไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตนเองและมีสำรองน้ำมันเหลือน้อยกว่า 30 วัน ต้องเปลี่ยนแหล่งนำเข้าอย่างเร่งด่วนไปเป็นสิงคโปร์และมาเลเซีย เพิ่มปริมาณนำเข้าถึงร้อยละ 25 ในช่วงกลางเดือน มี.ค.2569 ราคาน้ำมันภายในพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 68 ดีเซลพุ่งถึงร้อยละ 4 ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันกว่า 2,000 แห่งจากทั้งหมด 6,300 แห่งต้องปิดชั่วคราวเพราะขาดสต็อก

รัฐบาลตอบสนองด้วยการยกเลิกภาษีนำเข้าและภาษีน้ำมันชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ออกคำสั่งให้กระทรวงทุกแห่งลดการเดินทางราชการ เปลี่ยนประชุมเป็นออนไลน์ นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันพลังงานหมุนเวียนและรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นทางออกระยะยาว ลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ EV แผงโซลาร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเหลือ 0% ตั้งแต่ 1 เม.ย.2569

ข้อมูล:Decree Vietnam, Philippines Emergency, IEA Outlook, Cambodia, Myanmar,Laos School Cut, Indonesia

อ่านข่าวอื่น :

พระสันตะปาปา หวังสงครามยุติ ขอให้เจรจากัน ก่อนเทศกาลอีสเตอร์

“พรรคเศรษฐกิจ” แนะทางออกลดราคาน้ำมัน หนุนนำเข้าเสรี-ลดภาษีเต็มรูปแบบ

นายกฯ ตั้ง "พิพัฒน์" นั่งประธาน กก.บริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์

10 สส. ปชน. "ถอยหลัง" ปมจริยธรรม หลัง ป.ป.ช.เห็นชอบส่งคำร้อง "ศาลฎีกา"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

พณ.คุมเข้มส่งออก น้ำมันปาล์มดิบ ดีเดย์ 7 เม.ย.หวังรักษาสมดุลในประเทศ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศรชล.แจงไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมัน แต่คือแท่นผลิตพลังงานในทะเลและเรือที่ได้รับอนุญาต

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อินโดนีเซียจัดพิธีรับร่าง 3 จนท.รักษาสันติภาพ เสียชีวิตในเลบานอน

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นิด้าโพล เผย ปชช.ไม่มั่นใจ 3 รมต.เศรษฐกิจพาไทยผ่าวิกฤตพลังงานได้

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...