“ทรัมป์” ลั่นช่วยนักบิน F-15 สำเร็จ ขีดเส้นตาย 48 ชม.บีบ "อิหร่าน" เปิดฮอร์มุซ
“ทรัมป์” ลั่นช่วยนักบิน F-15 สำเร็จ ขีดเส้นตาย 48 ชม.บีบ "อิหร่าน" เปิดฮอร์มุซ
วันที่ 5 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือนักบินที่สูญหายจากเหตุเครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ถูกยิงตกในพื้นที่ห่างไกลของอิหร่าน เมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น
ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า “WE GOT HIM!” พร้อมยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุด โดยนักบินซึ่งเป็นนายทหารยศพันเอกได้รับบาดเจ็บ แต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. มีการช่วยเหลือนักบินอีก 1 รายได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธของเครื่องยังคงสูญหาย โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ระดมอากาศยานติดอาวุธเต็มรูปแบบเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยตามคำสั่งผู้นำประเทศ
ด้าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม อ้างว่าเป็นผู้ยิงเครื่องบินตกในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ขณะที่ภาพซากเครื่องบินที่สื่ออิหร่านเผยแพร่ ถูกผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าสอดคล้องกับเครื่อง F-15
ระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ที่เข้ารับตัวนักบินถูกยิงจากภาคพื้นดิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ แต่ยังสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน เครื่องบินโจมตี A-10 Thunderbolt II ที่สนับสนุนภารกิจถูกยิงเสียหาย นักบินต้องดีดตัวเหนืออ่าวเปอร์เซีย ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา
รายงานระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ที่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในการรบจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สงครามเริ่มปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีเครื่องบินรบถูกยิงตกแล้วอย่างน้อย 4 ลำ โดย 3 ลำเกิดจากการยิงพลาดของระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวต
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะเผชิญการตอบโต้รุนแรง ซึ่งส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นจุดผ่านน้ำมันราว 20% ของโลก
ด้าน อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกของ กองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบิยา เตือนว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังเพิ่มแรงกดดัน ภูมิภาคตะวันออกกลางอาจ “กลายเป็นนรก” พร้อมอ้างว่าอิหร่านได้ใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายของทั้งสองประเทศในหลายพื้นที่
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ขยายเส้นตายการเจรจาออกไปเป็นวันที่ 6 เม.ย. พร้อมระบุว่า หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซและบรรลุข้อตกลง จะมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเตหะรานอย่างหนัก
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือนยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย อิรัก และอิสราเอล ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลังงาน รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชฮร์ ซึ่งถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 4 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต
ขณะเดียวกัน รายงานข่าวกรองสหรัฐฯ ที่เผยแพร่โดย CNN ระบุว่า แม้การโจมตีจะดำเนินมากว่า 1 เดือน แต่อิหร่านยังคงมีศักยภาพทางทหารเหลืออยู่ราวครึ่งหนึ่ง ทั้งแท่นยิงขีปนาวุธและโดรนพลีชีพ
การประเมินดังกล่าวสวนทางกับคำแถลงของทรัมป์และรัฐบาลอิสราเอลที่ระบุว่าศักยภาพของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวในภูมิภาคชี้ว่า แม้การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านจะลดลง แต่กลับมีความแม่นยำมากขึ้นหลังปรับยุทธศาสตร์ใหม่