โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูเต้ย-มิ๊ขนม ศึกรถตู้เดือด! แจงคนละมุม ดรามาลูกนั่งกระบะไปโรงเรียน

แนวหน้า

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตทั้ง 2 ฝั่ง จับตามองอย่างหนัก สำหรับกรณีดรามา "รถตู้" ระหว่างนักร้องหนุ่มชื่อดัง "ครูเต้ย อภิวัฒน์" และอดีตภรรยา "มิ๊ขนม" หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคุณภาพชีวิตของลูกสาว "น้องตั้งใจ" จนลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งที่แบ่งฝักฝ่ายบนโลกออนไลน์

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ "มิ๊ขนม" ไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ โดยมีช่วงหนึ่งที่ "น้องตั้งใจ" พูดขึ้นมาว่าอยากได้รถตู้คันใหม่ เพราะรถคันเดิมไม่อยู่แล้ว ต่อมามีการเผยแพร่ภาพเด็กๆ ต้องนั่งเบียดกันในแคปรถกระบะท่ามกลางอากาศร้อน ทำให้ทีมงานคนสนิทของมิ๊ขนมตัดสินใจตั้งแคมเปญ "โครงการรถตู้" เพื่อระดมทุนจากการขายสินค้าไปซื้อรถคันใหม่ให้ลูก ส่งผลให้ชาวเน็ตบางส่วนพุ่งเป้าโจมตีไปที่ครูเต้ยว่า "เอารถที่ให้ลูกคืนไปทำไม"

ด้าน ครูเต้ย อภิวัฒน์ ไม่นิ่งเฉย ออกมาชี้แจงผ่านพื้นที่ส่วนตัวว่า ตนไม่ได้มีเจตนายึดรถคืนเพื่อนำมาใช้ส่วนตัว แต่รถตู้คันดังกล่าวมีสภาพทรุดโทรม เครื่องยนต์มีปัญหา และยางเสื่อมสภาพจนเกรงว่าจะเกิดอันตราย ปัจจุบัน "รถจอดซ่อมอยู่ที่อู่"

นอกจากนี้ ครูเต้ยยังเผยความในใจว่า เดิมทีตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ลูกรับเปิดเทอม ด้วยการซ่อมและรีโนเวทรถตู้ใหม่ หรือซื้อรถ Fortuner ให้แทน พร้อมตัดพ้อว่ารู้สึกบั่นทอนใจที่ถูกสังคมตัดสินไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้ฟังความจริง

ขณะที่ครอบครัวฝั่งมิ๊ขนม (คุณตาคุณยาย) ออกมาชี้แจงกลับว่า ที่ต้องการรถตู้เพราะตอบโจทย์เรื่องสัมภาระเด็กที่มีจำนวนมาก ทั้งนมและของใช้ ซึ่งรถรุ่นอื่นไม่สามารถบรรจุได้เพียงพอ เคยใช้รถกระบะแล้วของเปียกฝนเสียหาย ส่วนประเด็นเรื่องการดูแลรถ ยืนยันว่าดูแลอย่างดีมาตลอด และเคยควักเงินส่วนตัวกว่า 6 หมื่นบาทเพื่อเปลี่ยนยางมาแล้ว จึงเป็นเหตุผลที่อยากให้เด็กๆ มีรถตู้ไว้ใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย

ขณะที่ดรามานี้ทำให้มีชาวเน็ตแตกเป็นหลายมุมมอง หลายคนมองว่าความรู้สึกของเด็กสำคัญที่สุด และเข้าใจหัวอกแม่ที่อยากให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดี บางส่วนก็มองว่าครูเต้ยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และตั้งคำถามว่าทางฝั่งแม่ก็มีรถหรูคันอื่น ทำไมถึงปล่อยให้ลูกนั่งแคปกระบะจนเกิดดรามา แต่อีกหลายคนที่เป็นกลาง มองว่าเรื่องนี้เกิดจากการ "สื่อสารล้มเหลว" ภายในครอบครัว และบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการสร้างดรามาเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...