โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษแทนที่จะใช้นามบัตรดิจิทัล?

conomi

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 18.23 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 10.00 น. • conomi.co

แม้ว่าชาติแรกที่คิดค้นธรรมเนียมการใช้นามบัตรจะเป็นชาวจีนเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ชาติที่นิยมใช้นามบัตรกันอย่างแพร่หลายที่สุด และให้ความสำคัญกับนามบัตรและการแลกนามบัตรว่าเป็น “พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์” ก็คือชาวญี่ปุ่น มีระดับของความตึงเครียดในการแลกนามบัตรและใช้นามบัตรขั้นสูงสุดกว่าชาติอื่น ๆ ทั่วโลก

วันนี้จะกล่าวถึงธรรมเนียมการใช้นามบัตรของญี่ปุ่นแบบคร่าว ๆ และกล่าวถึงสาเหตุที่ญี่ปุ่นยังไม่ประสบความสำเร็จในการใช้นามบัตรดิจิทัล

การแลกนามบัตรทั้ง 3 กรณี

การแลกนามบัตรของญี่ปุ่นแบ่งเป็น 3 กรณี ซึ่งจะมีรายละเอียดในการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป

1) กรณีที่เราเป็นฝ่ายยื่นนามบัตรฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายไม่ได้ยื่นนามบัตรกลับมาให้เรา หรือ อีกฝ่ายยื่นนามบัตรให้เราแต่เราไม่มีนามบัตรยื่นตอบ

มีรายละเอียดมากมาย แต่สิ่งที่ต้องปฏิบัติแน่นอนคือ ยื่นด้วยสองมือ และ รับด้วยสองมือ

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-การแลกนามบัตรกรณี 1

2) กรณีที่แลกนามบัตรพร้อมกันทั้งสองฝ่าย

ใช้กระเป๋านามบัตรรองนามบัตรของเราและถือทั้งสองสิ่งด้วยสองมือ จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือซ้ายคีบกระเป๋านามบัตรของเราไว้ และใช้มือขวาหยิบนามบัตรของเราไปไว้ในมือซ้ายของอีกฝ่ายซึ่งอีกฝ่ายจะสแตนด์บายมือซ้ายคีบกระเป๋านามบัตรของเขาเอาไว้เช่นกัน (มีรายละเอียดอีกมาก สามารถหาเพิ่มเติมได้ในอินเทอร์เน็ต)

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-การแลกนามบัตรกรณี 2

3) กรณีที่แลกนามบัตรพร้อมกันทั้งสองฝ่าย และมีสมาชิกที่ต้องแลกหลายคน

ปฏิบัติเหมือนกรณีที่ 2) แต่ต้องมีการตั้งแถว โดยผู้มีศักดิ์สูงสุดยืนตรงกลางประจันหน้ากันและกันทั้งสองฝ่าย และผู้มีศักดิ์รอง ๆ ลงไปจะต้องไปยืนขวามือถัดไปเรื่อย ๆ เมื่อแลกนามบัตรกันและกันแล้วจะค่อย ๆ ก้าวขยับไปทางซ้ายเพื่อแลกกับคนต่อไป โดยฝั่งตรงข้ามก็ควรตั้งแถวโดยยืนขวามือถัดไปเรื่อย ๆ จากผู้มีศักดิ์สูงสุดของฝั่งตรงข้ามเช่นกัน แต่ในกรณีที่สถานที่นั้นมีพื้นที่จำกัด อาจไม่ต้องตั้งแถวแต่ใช้การสังเกตว่าอีกฝ่ายเรียงลำดับศักดิ์สูงต่ำอย่างไรและพยายามแลกนามบัตรเรียงลำดับศักดิ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-การแลกนามบัตรกรณี 3

นามบัตรดิจิทัลในญี่ปุ่นปัจจุบัน

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-นามบัตรดิจิทัลในญี่ปุ่น

หลายสำนักต่างก็ทำสำรวจ โดยตัวเลขที่สำรวจออกมาได้ล้วนแตกต่างกันไป แต่ที่ผลออกมาเหมือนกันคือ 70-80% ของสังคมญี่ปุ่นยังใช้นามบัตรกระดาษกันอยู่ แม้จะมี 30-40% ตอบว่าอยากให้ใช้นามบัตรดิจิทัลได้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติก็ยังเปลี่ยนได้ยากเนื่องจากในสังคมญี่ปุ่นนั้นการแลกนามบัตรกระดาษนั้นไปเชื่อมโยงกับอะไรอื่น ๆ อีกหลายอย่างนอกเหนือไปจากแค่ข้อมูลบนนามบัตร

สาเหตุที่สังคมญี่ปุ่นยังไม่ประสบความสำเร็จในการใช้นามบัตรดิจิทัล

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-เหตุผล

1) มารยาทเมื่อแรกพบ

เมื่อแรกรู้จักใคร ต้องคำนึงถึงมารยาท แต่พอเจอตัวแล้วยกมือถือขึ้นมาสแกน จะถูกมองว่าไม่ค่อยมีมารยาท หรือไม่ค่อยเหมาะสมนัก จึงยังนิยมใช้นามบัตรกระดาษกันอยู่

2) กระเป๋านามบัตร

สังคมญี่ปุ่นจะนิยมพกกระเป๋านามบัตรแยกออกจากกระเป๋าสตางค์ หากใครเก็บนามบัตรในกระเป๋าสตางค์จะถือว่าไร้มารยาทอย่างรุนแรง โดยการเลือกลักษณะของกระเป๋านามบัตรก็เป็นการบอกตัวตนและนิสัยใจคอรูปแบบหนึ่ง บางบริษัทอาจมีกระเป๋านามบัตรที่มีโลโก้บริษัท เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในรูปแบบหนึ่ง หรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงก็จะมีการขายกระเป๋านามบัตรที่มีโลโก้ของมหาวิทยาลัยเอง จึงยังมีความจำเป็นต้องใช้นามบัตรกระดาษอยู่เพราะเป็นของคู่กับกระเป๋านามบัตรซึ่งเป็นสัญลักษณ์บอกตัวตนของผู้ใช้ โดยกระเป๋านามบัตรควรเป็นกระเป๋าหนังสีสุภาพ และไม่ควรเป็นกล่องเหล็กหรือกล่องพลาสติก

3) การเคลื่อนไหวในการแลกนามบัตร

จากที่กล่าวถึงกรณีการแลกนามบัตรทั้ง 3 กรณี หากอ่านอย่างละเอียดทุกขั้นตอนการเคลื่อนไหว จะพบว่าปฏิบัติยากมาก ต้องอาศัยการฝึกฝนและประสบการณ์อย่างมาก ที่จะทำได้ถูกต้องภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีสำคัญนั้น สังคมญี่ปุ่นจึงยังพิจารณาการเคลื่อนไหวในการแลกนามบัตรว่าหากทำได้คล่องแคล่วน่าประทับใจ จะสร้างความน่าเชื่อถืออย่างมาก เพราะดูรู้ว่ามีประสบการณ์ทำงานหรือประสบการณ์ในวงธุรกิจมามาก จึงแลกนามบัตรได้คล่องแคล่วไร้ที่ติเช่นนี้ ซึ่งการใช้นามบัตรดิจิทัลจะไม่สามารถแสดงสิ่งเหล่านี้ได้ จึงยังนิยมใช้นามบัตรกระดาษและดูการเคลื่อนไหวในการแลกนามบัตรเพื่อประเมินระดับประสบการณ์ทำงานของอีกฝ่ายกันอยู่

4) การสร้างความประทับใจว่าจดจำอีกฝ่ายได้แม่นยำ

เมื่อแลกนามบัตรจะมีเวลาเพียง 2-3 วินาทีในการจดจำใบหน้าและชื่อของอีกฝ่าย จากนั้นต่างก็แยกย้ายไปนั่งที่โต๊ะเพื่อเริ่มการคุยงาน นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์จะสามารถจดจำใบหน้าและชื่อของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ เมื่อแยกย้ายไปนั่งที่โต๊ะจะนำนามบัตรของอีกฝ่ายมาเรียงลำดับตามลำดับการนั่งของอีกฝ่ายได้ถูกต้อง สร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายได้ว่าเราใส่ใจเขามากจริง ๆ ซึ่งการใช้นามบัตรดิจิทัลจะไม่สามารถสร้างความประทับใจในลักษณะนี้ได้

5) ผู้บริหารญี่ปุ่นอายุ 50 ขึ้นไปยังใช้ดิจิทัลไม่คล่อง

เมื่อต้องการติดต่อธุรกิจ และขับเคลื่อนธุรกิจ เรามักจะพยายามติดต่อผู้บริหารระดับสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ญี่ปุ่นก็คล้ายสังคมไทยคือเมื่อเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดก็มีแนวโน้มจะอายุค่อนข้างมากและใช้เทคโนโลยีไม่เก่ง เมื่อต้องไปพบผู้บริหารระดับสูงแต่เราพยายามใช้นามบัตรดิจิทัลในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงใช้ดิจิทัลไม่เป็น แทนที่จะได้รับโอกาสดี ๆ อาจกลับกลายเป็นการสร้างความอับอายให้ผู้บริหารท่านนั้นไปแทนได้ จึงเป็นข้อควรระวังที่ทำให้นักธุรกิจญี่ปุ่นยังพยายามใช้นามบัตรกระดาษอยู่ตลอดเวลาหากไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว

สรุป

ทำไมสังคมญี่ปุ่นจึงยังต้องใช้นามบัตรกระดาษ-สรุป

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสังคมญี่ปุ่นจะไม่เปิดรับเทคโนโลยี เพราะมีหลายบริษัทพยายามพัฒนา Applications ต่าง ๆ ในการจัดการกับนามบัตรกระดาษที่ได้รับมา เรียกว่า ญี่ปุ่นไม่ได้พยายามจะ “เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” ว่าต้องกระดาษหรือดิจิทัล แต่ญี่ปุ่นมองว่าทั้งนามบัตรกระดาษก็มีฟังก์ชั่นของมันตามดัง 5 ข้อที่กล่าวไปไปแล้ว และนามบัตรดิจิทัลก็มีฟังก์ชั่นของมันอีกอย่างที่แตกต่างไปจากนามบัตรกระดาษ จึงมีลักษณะของการใช้นามบัตรกระดาษเป็นหลักก่อนเมื่อแรกพบอีกฝ่าย จากนั้นเมื่อรู้จักกันแล้วค่อยใช้นามบัตรดิจิทัลในการจัดการข้อมูลของนามบัตรกระดาษจำนวนมากที่ได้รับมา

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...