โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

รู้ไหม BYD สร้าง PHEV เจ้าแรก พร้อมรู้จัก DM-i Super Hybrid 4.0 ขับเหมือน EV ประเดิมในรุ่น BYD Sealion 6

BT Beartai

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 04.57 น.
รู้ไหม BYD สร้าง PHEV เจ้าแรก พร้อมรู้จัก DM-i Super Hybrid 4.0 ขับเหมือน EV ประเดิมในรุ่น BYD Sealion 6

เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV ที่จีนมียอดขายรวมกว่า 3.6 ล้านคันในปี 2023 แต่สถิติที่น่าสนใจคือปลั๊กอินไฮบริด 3 คันที่ขายได้ในจีน 1 ในนั้นคือรถของ BYD

ความนิยมในรถปลั๊กอินไฮบริดที่จีนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จนหลายโรงงานของ BYD จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสายพานการผลิตจากรถยนต์ไฟฟ้ามาเป็นปลั๊กอินไฮบริดแบบฉับพลัน และน่าจะเป็นทางออกของคนที่ยังไม่กล้าก้าวข้ามไปเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเต็มตัว อย่างคนไทยในเวลานี้

ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรก

รู้หรือไม่ว่า BYD เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจ้าแรกของตลาดรถยนต์ โดยนำเสนอเทคโนโลยี DM-i ที่ย่อมาจาก Dual Mode รวมกับคำว่า Intelligent ซึ่งหมายถึงระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดรูปแบบใหม่ที่มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน แต่ต่างจากรถไฮบริดทั่วไปตรงที่แบตเตอรี่สำหรับขับเคลื่อนมีขนาดใหญ่กว่า และยังสามารถชาร์จไฟจากภายนอกเข้าไปที่แบตฯ ได้ด้วย

BYD F3DM

รถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ BYD และเป็นรุ่นแรกของโลกคือ BYD F3DM ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DM-i 1.0 เปิดตัวในปี 2008 ผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองซีอาน ประเทศจีน ซึ่งเป็นเมืองที่เราได้มาเยือนในทริปนี้ เพียงแต่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรก

แต่อย่างน้อยก็มีโอกาสได้ทดสอบสมรรถนะของเทคโนโลยี DM-i ที่พัฒนาต่อเนื่องมาตลอด 16 ปี นั่นคือ DM-i Super Hybrid 4.0 ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2024 โดยมีตัวเลขยอดขายรวมกว่า 3.6 ล้านคัน นับตั้งแต่เทคโนโลยีนี้คิดค้นขึ้นมา คิดเป็นส่วนแบ่งของตลาดรถปลั๊กอินไฮบริดในตลาดจีนกว่า 50% และบรรจุอยู่ในรถรุ่นใหม่ 4 รุ่น ที่เราได้ทดสอบในวันนี้ด้วย

Yangwang U8

ปัจจุบันแบรนด์ BYD ประกอบด้วยแบรนด์ย่อย 4 แบรนด์ ได้แก่ BYD ที่มีทั้งธุรกิจรถยนต์และแบตเตอรี่ (Blade Battery) Denza บริษัทร่วมทุนผลิตระหว่าง BYD และ Mercedes-Benz นอกจากนี้ยังมี Yangwang (อ่านว่า หยางว่าง) ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมของ BYD ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงสุดยอดสมรรถนะของรถยนต์ ไปจนถึงแบรนด์น้องใหม่อย่าง Formula Bao (อ่านว่า เป้า) ที่เน้นความไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขับขี่ได้ทั้งเส้นทางออฟโรดและในเมือง

DM-i Super Hybrid 4.0

BYD นำเสนอเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด DM-i Super Hybrid (4.0) ที่มีจุดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพของการรักษาความร้อนของเครื่องยนต์ได้ดีถึง 43.04% และรองรับการขับขี่ได้ไกลถึง 1,245 กม. รวมถึงแพลตฟอร์ม e4 Platform ที่มาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ควบคุมแรงบิดของแต่ละล้อโดยตรง ซึ่งช่วยมอบกำลังสูงสุด 1,100 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในไม่ถึง 2 วินาที สำหรับรถสมรรถนะสูงอย่าง Yangwang U9

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี DMO สำหรับรถประเภทออฟโรด ที่มอบกำลังสูงสุด 505 แรงม้า อัตราเร่งภายใน 4.8 วินาที ด้วยระยะการขับขี่ไกลกว่า 1,200 กม. เช่นกัน

Formula Bao 5

จุดเด่นของ DM-i Super Hybrid 4.0 จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีอัตราคงประสิทธิภาพความร้อนอยู่ที่ 43.04% และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง กำลัง 145 kW ช่วยส่งกำลังขับเคลื่อนมากกว่า 97.5% เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ใช้กำลังจากเครื่องยนต์เลย ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ยังลดเสียงรบกวนลงได้ดีขึ้น 15% พร้อมด้วยแบตเตอรี่ Blade Battery ของ BYD ที่มีขนาดใหญ่ 18.3 kWh

โหมดการทำงานของ DM-i Super Hybrid 4.0 จะประกอบด้วย

  • EV Mode ทำงานเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ
  • HEV เมื่อขับในเมือง ระบบจะส่งกำลังเพิ่มขึ้น
  • HEV Serie มีเครื่องยนต์เข้ามาช่วยเสริม แต่สิ้นเปลืองพลังงานต่ำ
  • HEV Parallel เครื่องยนต์ช่วยเสริมกำลัง
Yangwang U9

DM-i ต่างจาก HEV อย่างไร

เมื่อเทียบการทำงานของ DM-i Super Hybrid 4.0 กับรถไฮบริดทั่วไป แม้จะมีหลายจุดคล้ายกัน อย่างการทำงานช่วงออกตัว การขับขี่ในเมือง หรือการเสริมกำลังด้วยเครื่องยนต์เมื่อต้องการเร่งแซงหรือขึ้นเขา ไปจนถึงการรีเจเนอเรชันยามเบรกหรือถอนคันเร่ง

แต่จุดที่ทำให้ DM-i Super Hybrid ต่างออกไปคือการลดอัตราสิ้นเปลืองของพลังงาน ทำให้ขับขี่ได้ไกลยิ่งขึ้น และมีขนาดมอเตอร์ที่ค่อนข้างใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป จึงทำความเร็วในเมืองได้แบบปลอดไอเสียและมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ (เมื่อขับขี่โหมด EV) เพราะตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก

อีกทั้งยังสามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ด้วย จึงยิ่งขับได้ไกลขึ้น พร้อมกับปล่อยไอเสียได้น้อยลง โดยมีตัวเลขของอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 21.28 กม./ลิตร หรือ ประมาณ 5.03 กม./kWh อีกทั้งเมื่อขับขี่มากกว่า 150,000 กม. ทาง BYD ได้ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของรถ PHEV ที่ใช้เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ให้ความประหยัดกว่ารถไฮบริดทั่วไปอย่างน้อย 103,500 บาท และอย่างมากถึง 330,000 บาทเลยทีเดียว (ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณคร่าว ๆ เท่านั้น)

BYD Sealion 6

BYD Sealion 6 ออกแบบด้วยดีไซน์ Ocean Aesthetics รอบคัน มาพร้อมไฟหน้ารูปตัว C และไฟท้ายลายหยดน้ำ ภายในห้องโดยสารมาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอผู้ขับขี่ 12.3 นิ้ว และหน้าจอดิจิทัลขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการสั่งการด้วยเสียง และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto รองรับที่ชาร์จไร้สาย 15W เบาะขับขี่ปรับได้ 8 ทิศทาง หลังคาพาโนรามิก

ตัวรถรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BYD ที่สั่งการสตาร์ตรถและเปิดแอร์รอล่วงหน้าได้ พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยของเรดาร์ 5 ตัว (หน้า 3 ตัว หลัง 2 ตัว) ทำงานร่วมกับกล้องหน้า 1 ตัว พื้นที่สัมภาระ 425 ลิตร ปรับได้สูงสุด 1,440 ลิตร เมื่อพับเบาะลง

BYD Sealion 6

BYD Sealion 6 ใช้ระบบขับเคลื่อน DM-i Super Hybrid 4.0 ที่มอบอัตราเร่งใน 8.3 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.3 kWh รองรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้าสูงสุด 95 กม. (รุ่น Superior หรือรุ่นท็อป ขับขี่ไฟฟ้าได้ 92 กม.) โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 4.72 ลิตร/100 กม.

BYD Sealion 6

ทั้งนี้ BYD Sealion 6 มีแผนจะประกอบที่ไทย ที่โรงงานในจังหวัดระยองด้วย พร้อมเปิดตัวรถรุ่นประกอบไทยภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 (ก่อนหน้านั้นจะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ BYD Dolphin รุ่นประกอบไทยในเดือนสิงหาคม) ซึ่งน่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ตลาดรถปลั๊กอินไฮบริดในไทยมากขึ้น ด้วยจุดเด่นของการใช้งานคล้ายคลึงกับรถ EV ที่สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ทุกวันหลังกลับจากการทำงาน พร้อมทั้งรองรับการขับขี่ทางไกลในวันหยุดได้นั่นเอง

BYD เชื่อมั่นว่าตัวเลขยอดขาย BYD Sealion 6 ในจีนทะลุ 1 ล้านคันภายในเวลาแค่ 3 ปี และในปี 2023 สามารถขายได้มากกว่า 3 ล้านคันเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2024 ทาง BYD ก็ตั้งเป้าไว้ที่ 4 ล้านคัน และปัจจุบันโรงงานที่จีนหลายแห่งต่างเพิ่มสายพานการผลิตของ BYD Sealion 6 มากขึ้น โดยคาดว่าจะมีกำลังผลิตรวมไม่น้อยกว่า 5 ล้านคันเลยทีเดียว

และนี่คืออาจเป็นทิศทางใหม่ที่ช่วยแบ่งเบาความเดือดดาลของสงครามราคารถ EV ลงได้บ้าง ทั้งนี้เราต้องมาลุ้นว่าบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD จะตั้งราคาขายของ BYD Sealion 6 ไว้ที่เท่าไหร่ ถึงจะไม่ทำตลาดแตกไปมากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...