โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ'มารี เบิร์นเนอร์' นักแสดงสาวลูกครึ่งสุดฮอตฝีมือไม่ธรรมดา

แนวหน้า

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

24 สิงหาคม 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล สำหรับนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ มารี เบรินเนอร์ หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเมาแล้วขับ เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ส.ค.) ขณะเดินทางกลับจากงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนสนิท พร้อมขับรถหรูฝ่าด่านตรวจ แต่กลับปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์ทั้งในที่เกิดเหตุและที่โรงพัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ จากพฤติกรรมและอาการทางร่างกายที่เข้าข่ายมึนเมา

อีกหนึ่งประเด็นคือ แฟนหนุ่มคนดัง นายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล หรือ “บอส” นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ที่ถูกระบุว่าเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ดาราสาวดังขับรถหรูเข้าด่านไม่ยอมเป่า ไฮโซหนุ่มกร่างท้าต่อยตำรวจ

ย้อนประวัติ “มารี เบรินเนอร์”

มารี เบรินเนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มีพ่อเป็นอดีตทูตวัฒนธรรมของเยอรมนี ทำให้เธอเติบโตมาในหลายประเทศ ก่อนย้ายมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวรในวัย 10 ปี เธอจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาลัยนานาชาติ)

มารีเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 ปี เริ่มต้นจากงานถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ มิวสิกวิดีโอ และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากบทบาทต่างๆ ในละครของช่อง 3 ไม่ว่าจะเป็น สามหนุ่มเนื้อทอง, แววมยุรา, รักคุณเท่าฟ้า, แม่เปียดื้อ, และ กุหลาบซ่อนกลิ่น

ต่อมาเธอได้ย้ายมาร่วมงานกับช่องวัน โดยแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับบท "กันยา" เมียน้อยสุดแซ่บในละครกระแสแรง “เมีย 2018” ซึ่งพลิกภาพลักษณ์ของเธอจากสาวหวาน กลายเป็นนักแสดงมากฝีมือที่คนพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลานั้น

ผลงานอื่นๆ ที่น่าจดจำ ได้แก่ ละคร ลูกกรุง, พิษรักรอยอดีต, สายลับจับกลิ่น, รวมถึงการร่วมแสดงในซิตคอมชื่อดัง “เป็นต่อ” ในช่วงปี 2563-2565 ขณะที่ผลงานภาพยนตร์ที่สร้างเสียงฮือฮา คือ “มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ” ในปี 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...