โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บทเรียนประชาธิปไตย 2 ราชอาณาจักรแห่งเทือกเขาหิมาลัย ‘ภูฏาน’ คงระบอบกษัตริย์ - ยึดในหลวง ร.9 เป็นต้นแบบพัฒนาชาติ

THE STATES TIMES

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 07.00 น. • Hard News Team

เมื่อวันที่ (14 ก.ย. 68) รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า Piti Srisangnam ว่า ในปี 2008 ราชอาณาจักร 2 แห่งสุดท้ายบนเทือกเขาหิมาลัย เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองสู่ ระบอบประชาธิปไตย

เนปาล ราชอาณาจักรฮินดูแห่งสุดท้าย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ถูกแรงกดดันอย่างต่อเนื่องเนื่องจากปกครองแบบรวมศูนย์และละเมิดสิทธิพลเมือง ทำให้ Napali Congress ลุกฮือต่อต้านมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแบบที่ราชวงศ์พยายามประสานผลประโยชน์กับฝ่ายการเมือง ความมั่งคั่งกระจุกตัวเฉพาะคนข้างบน คนข้างล่างทนไม่ได้จึงหันไปนิยมลัทธิเหมา สังคมนิยมสุดโต่ง จนเกิดเหตุการณ์สงครามกลางเมือง Maoist Insurgency ตั้งแต่ 1996 จนถึง 2006

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ปี 2001 มกุฎราชกุมารลุกขึ้นมาสังหารหมู่พระราชวงศ์ของตนเอง ตำแหน่งกษัตริย์เปลี่ยนมือ

2006 ข้อตกลงสันติภาพระหว่างราชวงศ์ นักการเมือง และขบวนการหัวรุนแรงลัทธิเหมาเกิดขึ้น หลังการประท้วงใหญ่ Jana Andolan II

2008 คือจุดสิ้นสุดของระบอบกษัตริย์ในเนปาล ประเทศเดินหน้าสู่ระบอบ Federal Parliamentary Republic แต่ละรัฐมีรัฐบาลท้องถิ่นที่มีอำนาจในท้องถิ่นตนเอง มีเมืองหลวงทำนโยบายระดับชาติ ประธานาธิบดีเชิงสัญลักษณ์ อำนาจบริหารอยู่ที่นายกฯ

2008-2025 ประเทศลงเหวจากการผูกขาดการเมืองของนักการเมืองกลุ่มเดิม ๆ ที่ผลัดกันครองตำแหน่ง คนรวย-รวยขึ้น คนจน-จนลง เครือข่ายนักการเมืองสวาปามกอบโกยความมั่นคั่ง ทอนเงินแบ่งเงินกันในทุกระดับ ลูกหลานโชว์รวย+โชว์โง่ สร้างความเกลียดชัง

2025 ประชาชนโกรธแค้น ลุกฮือ

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
กษัตริย์ Jigme Singye Wangchuck (พระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน) ประกาศในปี 2001 ในการปฏิรูปประเทศเพื่อเปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบ Constitutional Monarchy ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

เจ้าชายหนุ่ม Jigme Kheser Namgyel Wangchuck เดินทางออกไปเรียนหนังสือในต่างประเทศทั้งที่ สหรัฐอเมริกา ประเทศไทย และ ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 ต่อจากพระราชบิดา

ในหลายวาระ เราได้เห็นความใกล้ชิดระหว่าง 2 พระราชวงศ์ ไทย-ภูฏาน ที่ทั้ง King Jigme Singye Wangchuck (คนพ่อ) และ King Jigme Kheser Namgyel Wangchuck (คนปัจจุบัน) ต่างก็แสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นว่าพระองค์ท่านมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบุคคลต้นแบบ เป็น Role model ทฤษฎีการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการหลวงฯ กลายเป็นเครื่องมือหลักในการปฏิรูปประเทศภูฏาน

จาก 2001-2008 เราเห็นภูฏานพัฒนาดัชนีชี้วัดประเมินการพัฒนาของตนเองที่เรียกว่า Gross National Happiness (GNH) เราเห็นการปรับปรุงระบบสาธารณสุข แบบ Universal Health Coverage เราเห็นการขยายโอกาสการศึกษา เราเห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ปี 2008 เราราชอาณาจักรพุทธแห่งสุดท้ายบนเทือกหิมาลัย ภูฏาน เปลี่ยนสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เราเห็นสถาบันกษัตริย์ที่ผูกพันกับศาสนาที่เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่เข้มแข็ง เราเห็นพระราชวงศ์ที่ใกล้ชิดเป็นกันเองร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน

เราเห็น Bhutan Model ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็น Role Model

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ประชาชน คือ เสาหลักของการพัฒนาประเทศ

ในเวลาที่โลกระส่ำ ฝรั่งเศสประท้วงเพราะรัฐบาลจะลดงบประมาณ ลดสวัสดิการ ลดวันหยุด ของประชาชน แต่ยังเอาเงินไปสนับสนุนสงคราม, อังกฤษประท้วงต่อต้านคนต่างชาติ ต่างอัตลักษณ์, สหรัฐอเมริกายิงทิ้งผู้ที่คิดต่างจากตนเอง, อิสราเอลถล่มการ์ตาทั้งที่เขาต้องการเป็นตัวกลางในการสร้างสันติภาพ…

ผมว่าไทยเราเองต้องสร้าง model การเมือง การปกครอง การพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นของเราเอง เพื่อผลประโยชน์ของคนไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...