โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

World Coin โปรเจ็กต์สุดทะเยอทะยานของผู้สร้าง ChatGPT

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. 2566 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2566 เวลา 07.56 น.

ชวนรู้จัก คริปโตโทเค็น World Coin ของผู้สร้าง ChatGPT สแกนม่านตามนุษย์แลกเหรียญหวังนำข้อมูลไปจำแนกมนุษย์ออกจากเอไอในอนาคต

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกคริปโตเคอร์เรนซีเกิดเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อ “แซม เอาท์แมน” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OpenAI ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิดสุดล้ำอย่าง ChatGPT ได้ออกมาเปิดตัว World Orb อุปกรณ์ทรงกลมที่กระจายไปตามจุดสำคัญทั่วโลกกว่า 1,500 แห่ง เพื่อให้บริการ “สแกนม่านตา” ของผู้เข้าร่วมโครงการ World Coin

เมื่อสแกนม่านตาผ่านอุปกรณ์นี้จะได้รับรหัสเพื่ออ้างสิทธิ์รับเหรียญคริปโต WLD (World Coin) 25WLD มูลค่าซื้อ-ขายปัจจุบัน 2 เหรียญสหรัฐ/WLD (Binance 6 ส.ค. 2566)

ข้อมูลชีวภาพที่ได้จะถูกเก็บในคริปโตวอลเลต เพื่อใช้พัฒนาฐานข้อมูลสำหรับจำแนกคนและเอไอในอนาคต ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความห่วงกังวลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลชีวภาพ/ส่วนบุคคลของมนุษย์แลกกับเงินที่น้อยนิดในประเทศพัฒนาแล้ว แต่ในประเทศโลกที่สามเงินจำนวนดังกล่าวถือว่ามากพอสมควร

รู้จักโปรเจ็กต์ World ID ทะเบียนมนุษย์ป้องกันเอไอสวมรอย

Worldcoin บริษัทลูกของ Tools for Humanity ก่อตั้งโดย “อเล็กซ์ บาเรีย” และ
“แซม เอาท์แมน” ผู้ก่อตั้ง OpenAI

“เอาท์แมน” เปิดเผยถึงเป้าหมายของการพัฒนา Worldcoin ว่าจากความสามารถของปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด หรือ Generative AI ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะความสามารถในการเลียนแบบมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การใช้ภาษา เสียง และการแสดงภาพ รวมถึงการสร้างอวตารหรือบัญชีที่ปลอมเป็นมนุษย์เพื่อใช้สำหรับเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ก่อนที่มนุษยจริงจะใช้ ซึ่งต่อไปเอไอเหล่านี้จะท้าทายระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างมาก

ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างเทคโนโลยีสำหรับใช้ระบุตัวตน เพื่อแยกแยะความต่างระหว่างมนุษย์และเอไอ โดยเฉพาะเวลาทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งหากสำเร็จก็จะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจได้อีกมาก

กลไกการพิสูจน์ตัวตนเรียกว่า Proof of Personhood โดยพยายามเก็บข้อมูลทางชีวภาพของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางผู้พัฒนาเลือกใช้ข้อมูลม่านตา เนื่องจากข้อมูลอื่น ๆ อย่างเช่นลายนิ้วมือนั้นเปลี่ยนแปลงได้

โดยมีการสร้างวัตถุทรงกลมที่เรียกว่า The Orb ซึ่ง Worldcoin ระบุว่าข้อมูลม่านตาของบุคคลที่ได้รับการสแกน (IrisCode) จะอยู่ใน การรักษาความปลอดภัยผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง อย่าง Zero-knowledge proofs และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งฐานข้อมูลเป็นการกระจายศูนย์ไปยังพื้นที่ 30 ประเทศทั่วโลกตามลักษณะของบล็อกเชน

ผู้สแกนจะต้องมีแอป World ซึ่งเปรียบเสมือนคริปโตวอลเลตที่ใชเก็บรหัสความปลอดภัยและการเข้าถึงข้อมูลของ World เมื่อสแกนม่านตาแล้วจะได้ World ID ที่เปรียบเสมือนรหัสพิสูจน์ตัวตนว่าคุณคือมนุษย์ที่อยู่ท่ามกลางโลกของเอไอ

นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง World Coin ออกมาเป็นค่าตอบแทนผู้สแกนม่านตาจำนวน 25 WLD ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าเหรียญคริปโตดังกล่าวเอาไปใช้ทำอะไร และมีจำนวนเท่าไหร่ มีนโยบายแจกจ่ายควบคุมอย่างไร (Tokenomics) แต่ทันทีที่มีการฃซื้อขายบนกระดานเทรด Binance ราคาวิ่งขึ้นไป 5 เหรียญสหรัฐในวันแรก (24 ก.ค. 2566) ก่อนทรงตัวมาที่ 2 เหรียญสหรัฐ โดยมีผู้อ้างสิทธิใน WLD แล้ว 18,696,714 โทเค็น ณ ขณะเขียนรายงาน

แซม เอาท์แมน ให้ความเห็นว่า กระบวนการแจกจ่ายโทเค็นดังกล่าวเป็นการทดสอบถึงสิ่งที่บล็อกเชน และคริปโตสามารถสร้าง UBI (Universal Basic Income) หรือสวัสดิการถ้วนหน้าให้กับประชากรโลกได้ จากการระดมทุนผ่านเอไอ แต่ยังไม่มีรายละเอียดของวิธีการหารายได้ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในโปรเจ็กต์ “คริปโตยูโทเปีย” ที่แสนทะเยอทะยาน

ข้อโต้แย้ง กับหลักการเรื่องความปลอดภัยในข้อมูล

ระหว่างที่มีการดำเนินการเก็บข้อมูลม่านตาทั่วโลก ภาพที่ประชาชนในประเทศโลกที่สามเข้าคิวรอสแกนและรับเงิน 25WLD ถูกเผยแพร่ไปทั่ว ทำให้คำถามเรื่องความปลอดภัยและการ “เสก” เงินจากอากาศเพื่อซื้อ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของมนุษย์ถาโถมใส่ทีมพัฒนา Wolrd Coin

ในตัวหลักการ การเก็บข้อมูลม่านตาถือเป็นเรื่องเปราะบางอยู่แล้ว แม้ Worldcoin อ้างว่ามีการป้องกันอย่างดี แต่ไม่มีอะไรรับประกัน เพราะตัวบริษัทเองยังไม่จัดตั้งเพื่อดำเนินการในสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

World coin ก่อตั้งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร เช่นเดียวกับตอนที่ OpenAI ก่อเกิดขึ้น ซึ่งมีกองทุน VC จำนวนมากอยู่เบื้องหลัง และหนึ่งในนั้งคือกองทุนของนายแซม แบงก์แมน ฟรายด์ อดีตซีอีโอ FTX ที่โดนคดีฉ้อโกงและล้มละลายไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ภาพของความเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรไม่ชัดเจนนัก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาแฝงอยู่มากมาย เมื่อ World coin มีกองทุนหนุนหลัง ข้อมูลที่ได้ถูกรวมศูนย์และนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือที่ก่อประโยชน์และกำไรแก่กองทุน

ดังนั้นการหลีกเลี่ยงปัญหาจากประเทศที่มีกฏหมายคุ้ทครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น European Union’s General Data Protection Regulations (GDPR) ในยุโรป หรือการคุ้มครองพลเมืองอเมริกัน ของสหรัฐก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่การสแกนม่านตาผู้คนทำได้ง่ายในประเทศกำลังพัฒนาที่อาจจะไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลบุคคล

นอกจากนี้ “เงินฟรี” ที่ World Coin แจกจ่ายหลังสแกนม่านตา แม้จะไม่ได้เยอะมากในประเทศรายได้สูง แต่กับประเทศที่กำลังพัฒนาถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเก็บข้อมูลด้วยวิธีนี้ไม่สง่างามเท่าไหร่นัก

แต่ถึงกระนั้น The Orb จำนวน 1,500 ลูกที่กระจายไปทั่วโลก มีผู้ที่เข้าร่วมสแกนม่านตาแล้ว กว่า 2 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในยุโรป อินเดีย และแอฟริกาใต้

ล่าสุด ประเทศเคนย่า สั่งระงับไม่ให้ประชาชนเข้าไปสแกนม่านตากับ World Coin เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย

แม้จะโดนข้อวิพากษ์วิจารย์มากมาย “แซม เอาท์แมน” กล่าวว่า เขารับคำวิจารณ์ และยอมรับว่าโครงการนี้มีความทะเยอทะยานอย่างยิ่ง ซึ่งมันอาจจะได้ผลหรือไม่ก็ได้ แต่การทดลองทำเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...