โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] The Monkey King: กำเนิดหงอคงเล่าใหม่ ที่มีกลิ่นอายโจวซิงฉือมาเต็ม

BT Beartai

อัพเดต 26 ส.ค. 2566 เวลา 01.41 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 16.01 น.
[รีวิว] The Monkey King: กำเนิดหงอคงเล่าใหม่ ที่มีกลิ่นอายโจวซิงฉือมาเต็ม

เรื่องย่อ: เรื่องราวของราชาวานรกับกระบองวิเศษที่ร่วมมือกันทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ โดยต้องประจันหน้ากับเหล่าปีศาจกว่า 100 ตน รวมถึงราชามังกรสุดพิลึก แต่ศัตรูที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าปีศาจใดกลับเป็นอีโก้ของเจ้าราชาวานรนั่นเอง

ไซอิ๋ว หรือ Journey to the West เป็นวรรณกรรมจีนโบราณยุคราชวงศ์หมิงอายุกว่า 400 ปี ผลงานของ อู๋เฉิงเอิน เล่าเรื่องการเดินทางของพระถังซำจั๋งสู่แดนตะวันตกเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกจากชมพูทวีปหรืออินเดียกลับมายังเมืองจีน ซึ่งอิงเรื่องราวจากภิกษุที่มีตัวตนจริงในยุคราชวงศ์ถัง ก่อนหน้าอู๋เฉิงเอินจะเกิดกว่า 1,000 ปีนามว่า พระเสวียนจ้าง แน่นอนว่ามันอิงประวัติศาสตร์เพียงบางเบาแต่แต่งแต้มจินตนาการน่าตื่นเต้นมากมายจนผู้อ่านต้องอัศจรรย์ตรึงใจ

โดยเฉพาะศิษย์เอกของพระถังซำจั๋งที่เป็นราชาวานรผู้มีอิทธิฤทธิ์เย้ยฟ้าท้าดินนามว่า เห้งเจีย หรือ ซุนหงอคง ซึ่งอู๋เฉิงเอินได้เปรียบเปรยตัวละครนี้แทนนามธรรมของหนึ่งในไตรสิกขา นั่นคือ ปัญญา หรือความคิดที่มีลักษณะว่องไว ฟุ้งซ่าน อยู่ไม่สุข แต่ก็ช่วยให้ผ่านอุปสรรคไปได้ เห้งเจียเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากจนถูกนำเสนอดัดแปลงไปในหลายสื่อหลายวัฒนธรรม

หนึ่งในเวอร์ชันดัดแปลงและตีความใหม่ที่ดีที่สุดคงไม่พ้น ‘A Chinese Odyssey’ (1995) หรือ ‘ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน’ ที่มี โจวซิงฉือ (Stephen Chow) แสดงนำ และ ‘Journey to the West’ (2013) ซึ่งก็ให้บังเอิญว่ามีโจวซิงฉือทำหน้าที่กำกับอีก และเมื่อโจวซิงฉือจะสนใจอำนวยการสร้างให้แอนิเมชันว่าด้วยหงอคง จนกลายมาเป็น ‘The Monkey King’ เรื่องนี้ มันจึงน่าตื่นเต้นอย่างที่สุด

The Monkey King
The Monkey King

และทีมงานที่ถูกเลือกมาเล่าไซอิ๋วฉบับเน็ตฟลิกซ์นี้ก็คือ แอนโธนี สตักชี (Anthony Stacchi) ผู้กำกับที่เชี่ยวกรำในวงการเบื้องหลังจนเริ่มสร้างชื่อในหนังยาวของตนเองอย่าง ‘Open Season’ (2006) ก่อนจะได้มีลุ้นเข้าชิงออสการ์สาขาแอนิเมชันในเรื่อง ‘The Boxtrolls’ (2014) และหนังยังได้มือเขียนบทอเมริกันเชื้อสายจีนอย่าง ริตา โช (Rita Hsiao) ที่มีผลงานเขียนบทให้ ‘Mulan’ (1998) และ ‘Toy Story 2’ (1999) มาแล้ว จึงนับได้ว่านี่อาจเป็นส่วมผสมที่ลงตัวไม่น้อยในการดัดแปลงวรรณกรรมจีนยอดนิยมอย่างไซอิ๋วออกมาในรสแบบตะวันตก ที่ไม่ฉาบฉวยและหลงลืมความเป็นตะวันออก

‘The Monkey King’ อาจไม่ได้มีเส้นเรื่องที่แตกต่างไปจากเรื่องเล่าที่เราคุ้นชิน ลิงสวรรค์กำเนิดขึ้นจากศิลาวิเศษ จากนั้นก็ไปขโมยกระบองค้ำสมุทรของเจ้ามังกรมาเป็นอาวุธและตั้งตนเป็นราชาของเหล่าลิง เริ่มได้ใจจึงลงนรกภูมิไปแก้ไขวันตายของตน และบุกสวรรค์ไปกินท้อวิเศษ จนพระยูไลใช้กลลวงท้าให้กระโดดพ้นฝ่ามือแต่ก็พ่ายแพ้ในท้ายสุด ก่อนจะได้พานพบกับพระถังซำจั๋งในอีก 500 ปีต่อมา

ทว่าสิ่งที่สติกชีและโช และอาจรวมถึงโจวซิงฉือได้เพิ่มเข้ามาคือการเชื่อมระหว่างบรรทัดเส้นเรื่อง ใส่เหตุผลแรงจูงใจ ใส่ชีวิตลงไปจนหนังมีหัวใจ โดยเฉพาะการสร้าง 2 ตัวละครสำคัญในเรื่องราวนี้ หนึ่งคือ ตัวละครลิงเฒ่า ที่เป็นผู้ผลักไสและสร้างบาดแผลในใจให้หงอคงจิ๋ว ให้ยิ่งโหยหาความรักและการยอมรับ เพราะเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว กลายเป็นพฤติกรรมที่บิดเบี้ยวหลงตัวเองขาดความเข้าใจผู้อื่น และต้องการความรักจากคนอื่นอย่างไม่เลือกวิธีการ ลิงเฒ่ายังเป็นผู้ฝังคำว่าก้อนกรวดที่ไร้ค่าในฝ่ามือที่กว้างใหญ่จนกลายเป็นปมในใจของหงอคงที่ถูกนำไปโยงกับฝ่ามือพระยูไลในตอนท้ายอีกด้วย

อีกตัวละครหนึ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องราวอย่างมากคือ หลิน เด็กสาวที่มาพานพบกับหงอคงซึ่งกำลังเดินทางปราบปีศาจ 100 ตัวเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเซียนบนสวรรค์ หลินคือเด็กที่มาเปิดหัวใจที่แข็งกร้าวของหงอคงให้อ่อนโยน ในขณะเดียวกันหลินก็มีปูมหลังที่มีมิติต้องการฉกฉวยประโยชน์จากหงอคงด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์ของหงอคงและหลินที่เติบโตขึ้นเป็นพัฒนาการตัวละครที่ทำให้หนังมีความอิ่มอุ่นละมุนไปด้วยความรู้สึกดี และแน่นอนไม่ทิ้งความบันเทิงลงแต่อย่างใด

มุกจากลักษณะนิสัยที่ขัดกันของหงอคงและหลิน ที่มีลูกคู่เป็นกระบองวิเศษ ช่วยทำให้เรื่องราวมีลูกล่อลูกชนน่าติดตาม กลิ่นอายของหนังโจวซิงฉือก็ถูกถ่ายทอดมาอย่างคารวะ ทั้งตัวหงอคงแทบเห็นภาพการแสดงของโจวซิงฉือทาบทับ ดีไซน์ตัวละครเจ๊ฮูหยินเจ้าเมืองที่ถอดแบบมาจากหนัง ‘Kung Fu Hustle’ (2004) การเดินเรื่องแบบมีหญิงสาวเป็นผู้ช่วยสำคัญที่คอยตบเรียกสติพระเอกก็เป็นเอกลักษณ์ในหนังโจวซิงฉืออีกเช่นกัน

และอาจด้วยความที่มีทีมงานฝั่งเอเชียอยู่พอสมควร หนังจึงไม่ได้เป็นแบบการฟอกขาวให้เป็นตะวันตกอย่างงานอื่น ๆ มันมีการปรับแต่งที่เข้าใจรากวัฒนธรรมหรือเรื่องราวอย่างดี ตัวละครอย่างหงไหเอ๋อจริงแล้วจะเป็นปีศาจอุปโลกน์ตัวใดก็ได้ แต่ทีมงานก็เลือกเอาเด็กแดงลูกของปีศาจกระทิงและเจ้าหญิงพัดเหล็ก ที่ภายหลังจะเป็นมือขวาของเจ้าแม่กวนอิม ให้เอามาใช้จนเป็นตัวละครเซอร์ไพรส์ได้อย่างดี

ด้านงานภาพเองก็สุดยอดทั้งการดีไซน์ตัวละครจีนที่เรารู้สึกว่าทำได้ดีมากไม่ดูเหมารวมเป็นแค่พวกตาตี่เหมือนในแอนิเมชันบางเรื่อง การแอนิเมตที่ลื่นไหลทั้งมุมกล้องและท่าทางแอ็กชัน เอ็ฟเฟกต์อลังการจนเราเพลินตาไปพร้อมเพลินใจในเรื่องราวได้อย่างดี แน่นอนว่าบทเพลงที่นำมาใช้เป็นหนังเพลงบางช่วงนั้นก็หลากรสและผ่านการคิดมาอย่างดี ไม่ว่าจะเพลงแนวเมทัล ไปจนถึงแนวอะแคปเปลลา

แม้ว่างานพากย์อังกฤษจะทำได้น่าสนใจโดยเอานักพูดคอมเมเดียนดังที่มีโชว์ลงในเน็ตฟลิกซ์มาให้เสียง ทั้ง จิมมี โอ. ยาง (Jimmy O. Yang) หรือ โจ คอย (Jo Koy) แต่อยากให้ลองฟังพากย์ไทยของเรื่องนี้มาก เพราะเขาแปลกับร้องเพลงในเรื่องให้เป็นภาษาไทยด้วย แม้คุณภาพการร้องจะไม่ได้ระดับงานดิสนีย์ แต่ก็เห็นความพยายามความตั้งใจคิดสัมผัสคำได้น่าชม อันนี้ขอชมมือแปลฉบับไทยอย่าง รัตนชัย เหลืองวงศ์งาม และประพันธ์เพลงฉบับไทยอย่าง ธานี พูนสุวรรณ รวมถึงทีมพากย์ทีมร้องของไทยทุกคนด้วยเช่นกัน

สรุปนี่เป็นหนังแอนิเมชันที่เราชวนให้ชมมาก ๆ เหมาะแกการพักผ่อนสุด ๆ และแน่นอนว่าใครที่คิดถึงหนังของโจวซิงฉือเรื่องนี้แม้จะเป็นความเกี่ยวข้องในแบบที่เขานั่งอำนวยการผลิตเท่านั้น แต่มันก็ให้รสคลายคิดถึงได้พอประมาณเลย ขออนุญาตแนะนำครับ

The Monkey King
The Monkey King

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

The Monkey King
The Monkey King

The Monkey King บท 8 โปรดักชัน 7.5 การพากย์ 7.5 ความสนุกตามแนวหนัง 8 ความคุ้มค่าการรับชม 8 จุดเด่น งานดัดแปลงที่มีหัวใจและเติมชีวิตให้เรื่องราวเก่านับพันปีให้มีมุมมองใหม่ ๆ โดยไม่รื้อทำลายของเก่า คุณภาพงานแปลงานพากย์ที่ดี จุดสังเกต มีบางจุดที่บทหนังเล่นง่ายไปสักหน่อย งานร้องไทยที่ยังทำได้ไม่ดีมาก 8

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...