โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTB ชี้บอนด์ยีลด์ “สหรัฐ” ยังเสี่ยง แนะทยอยสะสม “พันธบัตรระยะยาว”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 03.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดบอนด์สหรัฐฯ เริ่มคลายแรงกดดัน หลังบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.60% ท่ามกลางการที่นักลงทุนปรับลดความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ เหลือราว 66% ขณะเดียวกันตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Two-way Risk ที่ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ มองว่าระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ เหนือ 4.50% ยังเป็นโซนที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุน เนื่องจากสามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีเลวร้ายได้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนตลาดกลับมากังวลว่า FED อาจต้องขึ้นดอกเบี้ย 1–2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งอาจดันบอนด์ยีลด์ขึ้นแตะระดับ 5.00% ได้ อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์คลี่คลายและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวต่อเนื่อง FED ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปลายปีนี้ และอีก 1 ครั้งในต้นปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดช่วงปีนี้ถึงปีหน้า

ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 99.0–99.5 จุด จากแรงหนุนความหวังการเจรจาหยุดยิง อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังสูง ส่วนราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ตามแรงหนุนจากเงินดอลลาร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...