โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BOI โชว์ยอดลงทุน EV แตะ 1.37 แสนล. หนุน 10 ค่ายดันซัพพลายเชนโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เปิดเผยว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แล้วทั้งสิ้น 198 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

ทั้งนี้ การลงทุนแบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มูลค่า 39,500 ล้านบาท จำนวน 18 โครงการ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) มูลค่า 29,900 ล้านบาท จำนวน 7 โครงการ กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มูลค่า 9,429 ล้านบาท จำนวน 7 โครงการ และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น อาทิ รถโดยสารไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 3,100 ล้านบาท จำนวน 18 โครงการ

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & ESS) มูลค่า 33,500 ล้านบาท จำนวน 57 โครงการ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ EV เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบควบคุมพลังงาน มูลค่า 12,500 ล้านบาท จำนวน 49 โครงการ รวมถึงกลุ่มสถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ มูลค่า 9,788 ล้านบาท จำนวน 42 โครงการ ซึ่งจะมีการติดตั้งหัวชาร์จทั่วประเทศกว่า 22,900 หัว ในจำนวนนี้เป็นหัวชาร์จเร็วกว่า 10,000 หัว

นายนฤตม์ กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ได้เริ่มเดินสายการผลิตในประเทศไทยแล้ว โดยเริ่มจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตามมาด้วย เกรท วอลล์ มอเตอร์, เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี, บีวายดี, ไอออน ออโตโมบิล, ฉางอาน, อีวี ไพรมัส และในปี 2569 มีผู้ผลิตรายใหม่เริ่มเดินสายการผลิต ได้แก่บีเอ็มดับเบิลยู, ฮุนได โมบิลิตี้ และโอโมดา แอนด์ เจคู

ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว มีการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 16,000 คน ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน บีโอไอยังเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ผ่านมาตรการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัทต่างชาติ รวมทั้งการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในงาน Subcon Thailand และ Sourcing Day ระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับค่ายรถยนต์ไฟฟ้า

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บีโอไอจัดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว 18 ครั้ง เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,200 คู่ ครอบคลุมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพกว่า 800 ราย และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท

นายนฤตม์ กล่าวถ้อยแถลงระหว่างเป็นประธานเปิดงาน International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition (iEVTech) 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้แนวคิด “Driving Thailand's EV Future: Powering a Competitive & Connected Supply Chain” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร และยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่

งาน iEVTech 2026 เป็นเวทีประชุมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติ มีองค์กรด้านยานยนต์ไฟฟ้าจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ สมาพันธ์ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเอเชีย, China EV100 และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ลาว จีน และฮ่องกง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...