โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผนคุมดีเซลไม่เกิน 32 บาท รองรับขึ้นภาษี 5 บาท

The Better

อัพเดต 29 พ.ค. 2566 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2566 เวลา 12.30 น. • THE BETTER
กบน.เตรียมส่งโมเดลดูแลราคาดีเซล 32 บาทถึงรัฐบาลรักษาการ และว่าที่รัฐบาลใหม่ หากคลังลดภาษีน้ำมัน 5 บาทต่อลิตร เลือกลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯควบคู่ไปด้วย

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์. ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ซึ่งมี รมว.พลังงาน เป็นประธานได้สั่งการให้ สำนักงานกองทุนฯ จัดทำสมมติฐานต่าง ๆ (Scenario Analysis)ของมาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซล เพื่อเสนอทั้งรัฐบาลรักษาการ และ รัฐบาลใหม่ เพื่อให้ทราบทิศทางและให้นโยบายทางการเมืองว่าจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับทิศทางราคาดีเซล ซึ่งขณะนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 32 บาท/ลิตร ภายใต้การลดภาษีสรรพสามิต ดีเซล 5 บาทต่อลิตร จนถึงวันที่ 20 ก.ค. 66( จัดเพียง 1.34 บาท/ลิตร ) และเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ 5.43 บาท/ลิตร

ทั้งนี้กบน.ได้ประเมินราคาดีเซลจนถึงสิ้นปี 2566 หากราคาตลาดโลกอยู่ที่ราคาปัจจุบันประมาณ 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 33-35 บาท/เหรียญสหรัฐ กำหนดสมมติฐานไว้ 2 แนวทางได้แก่

1.กรณีนโยบายภาครัฐให้ขึ้นภาษีดีเซล 5 บาทต่อลิตรหลังวันที่ 20 ก.ค.66 ทาง กบน.ก็คาดว่า จะสามารถรักษาระดับราคาดีเซล 32 บาท/ลิตร ด้วยการลดการจัดเก็บเงินกองทุนประมาณ 5 บาท/ลิตร โดยกองทุนสำหรับดีเซลจะเหลือประมาณ 43 สตางค์/ลิตร ก็จะเพียงพอในการดูแลสภาพคล่องกองทุนฯได้

2.กรณีรัฐบาลต้องการให้ลดราคาดีเซลต่ำกว่า 32 บาท/ลิตร รัฐบาลต้องใช้นโยบายภาษีเข้ามาร่วมดูแลด้วย โดยแทนที่จะขึ้นทันที 5 บาท/ลิตร ก็จะต้องทยอยขึ้น อาจจะเป็น 2-3 บาทต่อลิตร แนวทางนี้กองทุนฯก็จะร่วมดูแล โดยการลดการจัดเก็บเงินกองทุนฯควบคู่ไปด้วย เช่น หากต้องการเห็นดีเซล 30 บาท/ลิตร ก็ต้องลดภาษีต่อ อีก 2 บาท/ลิตร และลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯลง 5 บาท/ลิตร

ปัจจุบัน(29 พ.ค. 66 )ฐานะเงินกองทุนน้ำมันฯล่าสุด ติดลบ 69,000 ล้านบาท จากเคยติดลบสูงสุดกว่า 1.3 แสนล้านบาท โดยสภาพคล่องในขณะนี้ดีขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง มีเงินไหลเข้าประมาณ 10,000 ล้านบาท/เดือน (จากการจัดเก็บเงินกองทุนอัตราปัจจุบัน ) และ อีก 2 เดือน ก็คาดว่าเงินกองทุนฯจะติดลบเหลือ 5 หมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นหากลดเงินกองทุนฯที่เก็บดีเซลจาก 5.43 บาทเหลือประมาณ 0.43 บาท/ลิตร จากยอดการใช้ดีเซลเฉลี่ยวันละ 65-67 ล้านลิตร คาดว่าจะมีเงินไหลเข้ากองทุนส่วนนี้ ประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน น่าจะมีเพียงพอในการจ่ายคืนเจ้าหนี้ โดยขณะนี้กู้มาแล้ว 5 หมื่นล้าน บาท และจะกู้เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาทเป็น 7 หมื่นล้านบาทภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยวงเงินจำนวนนี้เพียงพอในการดูแล ไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่มอีก

“กองทุนฯพร้อม จะลดการจัดเก็บเงินสำหรับดีเซล โดยจะต้องพิจารณาทั้งจากนโยบายรัฐบาล ราคาตลาดโลก การจ่ายคืนเจ้าหนี้ และการดำเนินการตามวินัยการเงิน การคลัง ซึ่งหากราคาดีเซล สิงคโปร์ ยังอยู่ที่ 90 เหรียญ การใช้ดีเซลยังสูงราว 65-67 ล้านบาร์เรล/วัน เงินสดจะเข้ามาเป็นบวก ไม่ติดลบ ก็คาดว่าราคาดีเซลจะอยู่ได้ที่ 32 บาท แม้ว่าจะขึ้นภาษี 5 บาท/ลิตร”

นายวิศักดิ์ กล่าว ฐานะกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น เป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลง ราคาดีเซล (Gas Oil) เดือน ต.ค.65 ที่เคยสูงถึง 133.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ได้ปรับลดลงมา โดยช่วง2 สัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. (1 –12 พ.ค.66) ราคาดีเซลลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 87.49 เหรียญ/บาร์เรล หรือลดลงเฉลี่ยถึงเกือบ 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.

ส่วนอีกปัจจัยคือ ความสามารถในการกู้ยืมเงินมาชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้ยืมของ สกนช. ส่งผลให้มีสภาพคล่องมากขึ้นและได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไปแล้วตั้งแต่ต้นปี2566 ถึง 6 ครั้ง จาก 35 บาทต่อลิตร เหลือ 32 บาทต่อลิตร (ณ วันที่ 15 พ.ค.66)

อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ปัจจัยคุกคามที่จะมีผลทำให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนอีก และต้องบริการกองทุนฯเพื่อดูแลเสถียภาพราคาน้ำมัน คือภาวะตลาดโลก ทั้งการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน, การลดอัตรากำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัส ,ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ รวมไปถึงทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรป ถดถอย ซึ่งกบน.จะประชุมหารือต่อเนื่อง พร้อมทบทวนแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...