โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติ “สุนทรภู่” ผลงานกวีเอก 4 แผ่นดิน ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก

Thaiger

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 03.03 น. • Thaiger ข่าวไทย

สำหรับ สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร (ภู่) ชื่อนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก มหากวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าไว้มากมาย แต่ท่านไม่ได้เป็นเพียงกวีเท่านั้น หากยังเป็นนักปราชญ์ นักสังคมสงเคราะห์ และที่น่าสนใจคือความรู้ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ที่แฝงอยู่ในบทกวีของท่านอีกด้วย

เนื่องในวันสุนทรภู่ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านมาสำรวจเส้นทางของข้าราชการหนุ่มสู่กวีเอกแห่งยุคต้นรัตนโกสินทร์ผู้ซึ่งวางรากฐานสำคัญในวงการวรรณคดีและการเขียนไทยสู่ชนรุ่นหลัง

ประวัติชีวิตและผลงานของ “สุนทรภู่”

ภู่ หรือ สุนธรภู่ (ภาษาอังกฤษ : Sunthorn Phu) เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ซึ่งเป็นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลาเช้า 2 โมง ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง ซึ่งเป็นบริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบันนี้นั่นเอง ในช่วงชีวิตมีคู่สมรสทั้งหมด 3 คน ได้แก่ จัน นิ่ม ม่วง และบุตรทั้งหมด 4 คน

ช่วงเวลาในวัยเด็กของสุนทรภู่นั้น ภู่ได้เรียนหนังสืออยู่กับพระในสำนักวัดชีปะขาว จนเวลาผ่านไปก็ได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน แต่ทว่า ภู่ นั้นไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากการแต่งบทกลอน ซึ่งก็ทำได้ดีอีกด้วย จนได้เป็นผลงานอายุก่อน 20 ปี ก็จะได้แก่ กลอนนิทานเรื่อง โคบุตร นั่นเอง

ภายหลัง สุนทรภู่ ได้แอบลอบรักนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเหมือนมีเหตุว่าจะเป็นบุตรหลานของผู้มีตระกูลชั้นสูง จึงถูกกรมพระราชวังหลังสั่งโบยและจำคุกคนทั้งสอง ภายหลังในปี พ.ศ. 2549 ทั้งสองก็ได้ถูกปล่อยตัว สุนทรภู่ออกจากคุกก็เดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง การเดินทางครั้งนี้สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศเมืองแกลง ที่พรรณนาสภาพการเดินทางต่าง ๆ เอาไว้โดยละเอียด และลงท้ายเรื่องว่า แต่งมาให้แก่แม่จัน

ในเวลาต่อมา สุนทรภู่ก็ได้เลิกรากับจันไป พร้อมมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อหนูพัด และจากนั้นตนก็ได้แต่ง นิราศพระบาทในปี พ.ศ. 2350 ซึ่งหลังจากนั้นไม่ปรากฏผลงานใด ๆ ของสุนทรภู่อีกเลยจนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2359

ภาพจาก : วิกิพีเดีย

จุดเริ่มต้นแห่งตำแหน่งอาลักษณ์ราชสำนัก รัชกาลที่ 2

จุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางอาลักษณ์ของสุนทรภู่นั้น ได้เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2539 หรือสมัยรัชกาลที่ 2 สาเหตุที่เข้ารับราชการนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทว่าดูเหมือนโคลงกลอน ที่ได้แต่งในช่วงเวลาที่หายไปนั้นจะเป็นการสร้างชื่อจนได้ไปเข้าพระเนตรพระกรณ์ เลยถูกเรียกเข้ารับราชการก็เป็นได้

ในช่วงเวลาแรก สุนทรภู่เป็นอาลักษณ์ชั้นปลายแถว(ผู้ทำหน้าที่ทางหนังสือในราชสำนัก) ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ยิ่งใหญ่อะไรมาก มีแค่หน้าที่คอยเฝ้าเวลาทรงพระรอักษรเพื่อรับใช้ก็เท่านั้น จนโชคชะตาได้เข้าข้าง ได้เป็นเหตุได้โชว์ฝีมิอการแต่งกลอนของตนเองให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในบทกลอนละคร รามเกียรติ์ ซึ่งถูกพระราชหฤทัย และได้ทดลองแต่งต่อมาจนเป็นที่พอพระทัย จนกระทั่งทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น ขุนสุนทรโวหาร

ตั้งแต่นั้นมา ผลงานการต่อกลอนของสุนทรภู่ก็เป็นที่เลื่องชื่อ ไม่ว่าจะเป็นผลงานในบทกลอน รามเกียรติ์ ตอนนางสีดาผูกคอตาย และตอนศึกสิบขุนสิบรถ ฉากบรรยายรถศึกของทศกัณฐ์ ที่ส่งผลให้ได้เลื่อนขั้นเป็นยศ หลวงสุนทรโวหาร และได้ต่อกลอน สังข์ทอง ของรัชกาลที่ 2 อีกด้วย โดยที่ในระหว่างรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่แต่งงานใหม่กับแม่นิ่ม มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อพ่อตาบ

บั้นปลายขชีวิตของกวีเอก

หลังจากชีวิตสุนทรภู่รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 ได้ออกบวชและเดินทางไปในวัดต่าง ๆ หลายแห่ง และมีผลงานนิราศมากมาย และบทกลอนงานเขียนอื่น ๆ ซึ่งสองในนั้นก็คือ พระอภัยมณี และ สิงหไตรภพ ที่ได้ถวายแก่ พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ และกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2385 พระภิกษุ ภู่ ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม ที่มีกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงอุปถัมภ์ คืนหนึ่งหลับฝันเห็นเทพยดาจะมารับตัวไป เมื่อตื่นขึ้นคิดว่าตนถึงฆาตจะต้องตายแล้ว จึงประพันธ์เรื่อง รำพันพิลาป พรรณนาถึงความฝันและเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ประสบมาในชีวิต หลังจากนั้นก็ลาสิกขาบทเพื่อเตรียมตัวจะตาย ขณะนั้นสุนทรภู่มีอายุได้ 56 ปี

หลังจากลาสิกขาบท สุนทรภู่ได้รับพระอุปถัมภ์จากเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ รับราชการสนองพระเดชพระคุณทางด้านงานวรรณคดี

จนกระทั่งเมื่อถึงปี พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 4 ได้ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าน้อยขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวังบวร มีบรรดาศักดิ์เป็น พระสุนทรโวหาร ช่วงเวลานี้สุนทรภู่ได้แต่งนิราศเพิ่มอีก 2 เรื่อง คือ นิราศพระประธม และ นิราศเมืองเพชร

ต่อมา พ.ศ. 2398 สุนทรภู่ได้เสียชีวิตในเขตพระราชวังเดิม ณ กรุงรัตนโกสินทร์ ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) รวมอายุขัยตั้งแต่กำเนิด สุนธรภู่เสียชีวิตที่อายุได้ 69 ปี

ภาพจาก ททท.

ประวัติผลงานสร้างชื่อ “สุนธรภู่”

สุนธรภู่ในช่วงชีวิตนั้น สร้างผลงานต่าง ๆ มากมาย ที่มีทั้งได้ค้นพบและยังเป็นปริศนาอยู่มากมาย เนื่องจากหลายครั้งไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน แต่ทว่าจากเท่าที่พบตามหลักฐานนั้น สามารถสรุปได้ว่ามีทั้งหมด 23 เรื่อง ดังนี้

ผลงาน นิราศ 9 เรื่อง

  • นิราศเมืองแกลง
  • นิราศพระบาท
  • นิราศภูเขาทอง
  • นิราศเมืองเพชร
  • นิราศวัดเจ้าฟ้า
  • นิราศอิเหนา
  • นิราศสุพรรณ
  • รำพันพิลาป
  • นิราศพระประธม

ผลงานนิทาน 5 เรื่อง

  • โคบุตร
  • ลักษณวงศ์
  • พระอภัยมณี
  • สิงหไกรภพ
  • พระไชยสุริยา

ผลงานสุภาษิต 2 เรื่อง

  • สวัสดิรักษา
  • เพลงยาวถวายโอวาท

ผลงานประเภทบทละคร 1 เรื่อง

  • อภัยนุราช

ผลงานเสภา 2 เรื่อง

  • ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม
  • พระราชพงศาวดาร

ผลงานบทเห่กล่อม 4 เรื่อง

  • บทเห่เรื่องจับระบำ
  • บทเห่เรื่องกากี
  • บทเห่เรื่องพระอภัยมณี
  • บทเห่เรื่องโคบุตร
ภาพจาก ศูนย์หนังสือจุุฬา

สุนทรภู่กับวิทยาศาสตร์

แม้สุนทรภู่จะเป็นกวี แต่ผลงานของท่านกลับสะท้อนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในหลายแง่มุม ทั้งด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และชีววิทยา ตัวอย่างเช่น

ดาราศาสตร์: ในบทเห่กล่อมเรื่องพระอภัยมณี มีการกล่าวถึงดวงดาวและกลุ่มดาวต่าง ๆ เช่น ดาวจระเข้ ดาวลูกไก่ ดาวพระศุกร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่มีความรู้เกี่ยวกับดวงดาวและตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า

ภูมิศาสตร์: ในนิราศต่าง ๆ ของสุนทรภู่ มีการบรรยายถึงสภาพภูมิประเทศ ลักษณะทางกายภาพของสถานที่ต่าง ๆ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ทะเล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่มีความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่ท่านเดินทางไป

ชีววิทยา: ในบทละครพระอภัยมณี มีการกล่าวถึงสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก รวมถึงพืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ

ความสำคัญของสุนทรภู่

สุนทรภู่ถือเป็นกวีเอกของไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย” ผลงานของท่านมีคุณค่าทั้งในด้านวรรณศิลป์และด้านเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยนั้น นอกจากนี้ ผลงานของท่านยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาภาษาไทย วรรณคดีไทย และประวัติศาสตร์ไทย

วันสุนทรภู่และยูเนสโก

วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันสุนทรภู่” เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการของท่านที่มีต่อวงการวรรณกรรมไทย โดยในปี พ.ศ. 2529 องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปีชาตกาลของท่าน ซึ่งถือเป็นการยอมรับในระดับสากลถึงคุณค่าและความสำคัญของผลงานของสุนทรภู่ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ

สุนทรภู่หรือพระสุนทรโวหารนั้น สร้างชื่อด้านวรรณกรรมมากมายให้กับประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกวียุคหลังให้ได้สร้างผลงานตามกันมาอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นผลงานดัดแปลงก็ดีหรือผลงานต้นตำหรับก็ดี และด้วยโอกาสในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 นี้ สำหรับวันสุนทรภู่ ที่มีไว้เพื่อระลึกคุณและยกย่องกวีเอกท่านนี้ Thaiger ขอเป็นส่วนหนึ่งในการจดจำผลงานของสุนทรภู่มา ณ ที่นี้ครับ

อ้างอิง : วิกิพีเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...