โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สรุปมหากาพย์ เจ๊อ้อย-ทนายตั้ม บิตคอยน์ 39 ล้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 10.01 น.

สรุปมหากาพย์ เจ๊อ้อย-ทนายตั้ม บิตคอยน์ 39 ล้าน

จากเหตุการณ์ในคดีหลอกลวงเงินกว่า 71 ล้านบาท ของนางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย และมีนายษิทรา เบี้ยงบังเกิด หรือทนายตั้ม เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง โดยในวันนี้ (3 พ.ย. 67) นางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจสอบสวนกลางเป็นครั้งที่ 3 หลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. และวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งใช้ระยะเวลาในการสอบสวนยาวนาน กว่า 23 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คดีการหลอกลวงเงินกว่า 71 ล้านบาท เป็นคดีหลัก และมีเรื่องเงินที่เข้ามาเชื่อมโยงโดยให้อยู่ในสำนวนคดี 71 ล้านบาทด้วย อาทิ กรณีเงิน 39 ล้าน , เงินค่าออกแบบโรงแรม 9 ล้าน เงินค่าออกแบบบ้านสามี 3 ล้าน และเงินซื้อรถเบนซ์ 13 ล้าน ที่โดนฟันส่วนต่างราคาไปประมาณ 5 ล้าน

โดยรายละเอียดที่มาของเงิน 39 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า เจ๊อ้อย โอนใช้หนี้ให้คนใกล้ชิดทนายตั้ม มีข้อมูลว่า เดิมทีเจ๊อ้อยต้องการจ้างนักร้องชื่อดังชาวจีน เฉินคุน มาแสดง ซึ่งทนายตั้มรับอาสาดำเนินการให้ จากนั้นก็อ้างว่าให้คนสนิท เป็นสามีภรรยาชื่อ นายนุ และนางสาวสา โอนบิตคอยน์มูลค่า 39 ล้านจ่ายเป็นค่าตัว เนื่องจากนักร้องดังคนนี้รับเฉพาะบิตคอยน์

ก่อนจะอ้างว่า หลังโอนก็โดนแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ หลอกเอาบิตคอยน์ไป ทนายตั้ม จึงพานายนุและนางสาวสา ไปหาเจ๊อ้อย ให้ช่วยโอนเงินคืนให้ เจ๊อ้อย จึงเขียนเช็คให้ 39 ล้านบาท ซึ่งมีข้อมูลว่า นายนุนั้น มีความเชี่ยวชาญเรื่องคริปโตและเงิน 39 ล้านที่โอนไปบัญชีปลายทางเป็นของนางสาวสา ซึ่งเป็นภรรยาของนายนุเอง ขณะที่นางสาวสา ก็สนิทสนมกับคนใกล้ชิดทนายคนดัง

ขณะที่เรื่องเงินซื้อรถเบนซ์ 13 ล้าน ที่เจ๊อ้อย ให้ทนายตั้ม นำเงิน 13 ล้านบาท ไปซื้อรถเบนซ์ไว้ให้ตนเองใช้งาน ตอนกลับมาเมืองไทย แต่เมื่อกลับมาแล้ว ถามหาเอกสารต่าง ๆ กลับไม่สามารถนำมาให้ได้ทันที พบข้อมูลว่า รถคันนี้ถูกใช้งานมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร ทั้งที่ซื้อมาเพียง 2 เดือน และยังมีข้อมูลว่า คนที่นำรถไปใช้เป็นจีน นิสัยกร่าง จึงเกิดข้อสงสัยว่ารถถูกนำไปให้คนอื่นใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายการฉ้อโกง เพราะเป็นการกระทำซ้ำๆมากกว่า 1 ครั้ง ดังนั้นพนักงานสอบสวนออกหมายจับได้ทันทีไม่ต้องมีหมายเรียก และ ปปง.จะมีบทบาทเข้ามาอายัดทรัพย์สิน ตรวจสอบทรัพย์สินได้ ทั้งนี้คาดว่าการดำเนินคดีกับทนายความชื่อดัง นอกจากข้อหาฉ้อโกงแล้ว อาจมีการแจ้งข้อหาอื่นเพิ่มเติม ด้าน เจ๊อ้อย ยืนยันว่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุดและไม่ยอมความอย่างแน่นอน

ขณะที่ในวันนี้ (3 พ.ย.67) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ๊อ้อยได้เข้ามาให้ปากคำกับทางตำรวจ โดย นายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความของเจ๊อ้อย เผย วันนี้น่าจะสอบปากคำใช้เวลาไม่นาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...