โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปประเด็นออเดรย์ ถัง รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวัน เสนอแนวคิดพหุนิยมใช้เทคโนโลยี ลดซ้ายขวา หาจุดตรงกลาง

Thairath Money

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 10.35 น.
ภาพไฮไลต์

สรุปประเด็นของ Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลของไต้หวัน บนเวที DevCon 2024 งานรวมนักพัฒนา นักวิจัย และผู้ที่สนใจที่ใหญ่ที่สุดในโลกจัดโดย Ethereum Foundation ในหัวข้อ “Keynote: Infinite Diversity in Infinite Combinations” นำเสนอแนวคิดและความสำเร็จของ “Plurality” หรือ “แนวคิดพหุนิยม” ที่มุ่งเน้นการยอมรับ และการอยู่ร่วมกันของความแตกต่างทางความคิด วัฒนธรรม และมุมมองในสังคม โดยไม่พยายามให้ทุกคนต้องเหมือนกัน แต่เน้นสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ในแบบของตัวเอง ผ่านการนำเสนอยูสเคสและความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีมาใช้ส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดกว้าง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ชาวไต้หวันเผชิญกับปัญหา “ความเชื่อมั่น” (Trust) โดยเฉพาะในเรื่อง “ประชาธิปไตย” ที่ ณ ตอนนั้นระดับความเชื่อมั่นมีอยู่แค่เพียง 9% เป็นช่วงที่ไต้หวันเกิดการแบ่งขั้วอย่างหนัก จึงทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า เราไม่ควรยอมจำนนต่อความโกรธแค้นหรือชั่วร้ายที่เกิดขึ้น และไม่ใช่แค่ในไต้หวัน แต่เป็นระบบของทั่วโลก แต่ควรจะปรับความขัดแย้งนั้นให้เป็นการร่วมคิดร่วมสร้าง (Co-creation) จนระยะเวลาผ่านมากว่า 6 ปี เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวไต้หวันได้ด้วยการเชื่อมั่นในพวกเขา โดยในปี 2020 ระดับความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นมาเป็น 70%

ในเดือนมีนาคมและเมษายนปี 2014 เป็นช่วงเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์ “Sunflower Movement” หรือ “ขบวนการนักศึกษาทานตะวัน” ที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านข้อตกลงการค้าบริการข้ามช่องแคบไต้หวัน ที่รัฐบาลเสียงข้างมากของไต้หวัน ณ ตอนนั้นผลักดัน เพื่อลงนามร่วมมือกับจีน แต่ในฝั่งของประชาชนมองว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจและพึ่งพาจีนมากขึ้น และอาจกระทบต่ออธิปไตยของไต้หวัน

Audrey Tang กล่าวบนเวทีงาน DevCon 2024 ว่า เหตุการณ์วันนั้น กลุ่มผู้ที่ออกมาชุมนุมคือ “Demonstrators” ที่ออกแบบแนวทางใหม่ สร้างพื้นที่ให้ทุกคนมาเข้าร่วม มาเรียนรู้ว่าข้อตกลงการค้าบริการข้ามช่องแคบไต้หวันดังกล่าวจะกระทบกับพวกเขาอย่างไร นอกจากนี้ยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างโปร่งใสทั้งในวงสนทนาและแบบออนไลน์ และเป็นต้นแบบของการสร้างความเชื่อมั่นใหม่ให้กับประชาชน

โดยเริ่มต้นในปี 2015 ได้มีการสร้างระบบฉันทามติแบบ “Bridging Idea” ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์ม โดยจะเปิดช่องทางออนไลน์ให้คนเข้ามาโพสต์เสนอความคิดเห็น โดยผู้ที่อยู่บนแพลตฟอร์มจะสามารถโหวตได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่จะไม่เปิดให้โต้ตอบกันด้วยคอมเมนต์เพื่อลดความรุนแรงลง อย่างไรก็ตามบนระบบดังกล่าว ก็จะมีการวิเคราะห์และจัดกลุ่มความเห็นชอบ และในกรณีที่เป็นปัญหาหรือข้อถกเถียงระดับชาติ จะมีการนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ซึ่งจริง ๆ แล้ววิธี Bridging Idea นี้ เป็นการมอบพื้นที่ให้กับประชาชน เอื้อให้เกิดพฤติกรรมที่ลดการแบ่งขั้วลงได้ ผ่านการเชื่อมโยงกลุ่มหรือบุคคลที่มีมุมมองหรือเป้าหมายที่ต่างกัน โดยมุ่งสร้างความเข้าใจและการร่วมมือผ่านการสื่อสารที่เปิดกว้าง โดยมีเป้าหมายคือ การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้

บนเวที Audrey Tang ได้ยกตัวอย่างการต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยน Community Notes ที่เหล่าโซเชียลแพลตฟอร์มอย่าง X และ YouTube ใช้งานเป็นฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้งานช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในคอนเทนต์รูปภาพและวิดีโอได้ โดยจะเป็นระบบที่คนในชุมชนเข้ามาให้คะแนน อย่างไรก็ตาม คอนเทนต์ที่ถูกตรวจสอบจะต้องมีคะแนนถึงระดับหนึ่งถึงจะถูกระงับการเผยแพร่ลง

อย่างไรก็ตาม ภาพของโซเชียลมีเดียในปัจจุบันยังคงปฏิบัติกับผู้ใช้งานแบบแยกรายบุคคลอยู่ และยังคงให้ความสำคัญกับ Engagement ที่เกิดขึ้นกับเฉพาะบุคคล จึงเกิดเป็นแนวทางในการพัฒนา “Pro-Social System” หรือ “Plurality System” ระบบเอื้อสังคม หรือระบบพหุนิยม ที่จะให้ความสำคัญกับ Connection ระหว่างแต่ละบุคคลมาเป็นอันดับแรก และเป็นปัจจัยต้น ๆ ในการนำมาออกแบบแพลตฟอร์ม โดยจะเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความเห็น เข้าถึงข้อมูล และมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม โปร่งใส โดยแพลตฟอร์มควรระบุความสัมพันธ์และกลุ่มที่เราเป็นสมาชิก เพื่อให้ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์เชิงลึกและเชื่อมโยงกันในด้านต่าง ๆ เช่น วัฒนธรรม อาชีพ หรือสังคม

การศึกษาเรื่อง Plurality System กำลังดำเนินอย่างจริงจังในไต้หวัน โดยล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการทดลองด้วยการส่งข้อความ SMS กว่า 200,000 ข้อความไปให้ประชาชนชาวไต้หวันได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของโลกออนไลน์ โดยสามารถแยกย่อยออกมาได้กว่า 450 กลุ่มความคิดเห็น และได้เข้าร่วมการอภิปรายออนไลน์ โดยจะมีเครื่องมือ AI มาใช้คัดกรองความคิดเห็นแบบไม่มีความเห็นของมนุษย์มาช่วยตัดสินคัดแยก ซึ่งช่วยให้การอภิปรายมีความหมายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบความถูกต้องของโฆษณาออนไลน์

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...