โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“นินเทนโด” ตัวอย่างแบรนด์ธุรกิจญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ เพราะการไม่ตีกรอบความคิดสร้างสรรค์คืออาวุธ!

conomi

อัพเดต 13 ก.พ. 2567 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

นินเทนโดก่อตั้งขึ้นในปี 1889 เป็นบริษัทระดับโลกที่พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายของเล่นและเกมหลากหลายประเภท ที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักในฐานะของผู้สร้างตัวละครเกมยอดนิยมอย่าง “มาริโอ (Mario)” ซึ่งในปี 2023 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ “The Super Mario Bros. Movie” ก็ได้รับผลตอบรับดีมาก ขนาดที่ทำให้ถูกจัดอันดับให้เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

นินเทนโดกำหนดทิศทางของแบรนด์ไว้อย่างไร?

View this post on Instagram

A post shared by 任天堂 (@nintendo_jp)

ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าบริษัทนินเทนโดไม่ได้มีการกำหนดแนวทางของบริษัท? คุณซาโตรุ อิวาตะ (Satoru Iwata) อดีตประธานนินเทนโด เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “นินเทนโดจะไม่มีการกำหนดแนวทางหรือค่านิยมของบริษัท เพราะการ ไม่มี นี่แหละที่คือ ความเป็นนินเทนโด (Nintendo-ism) อย่างแท้จริง ถ้าบริษัททำงานตามแนวทางนั้น ๆ คนทำงานก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายได้”

หากเราสังเกตบนเว็บไซต์ของนินเทนโดดูดี ๆ ก็จะพบว่ามีระบุถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า “ที่เราไม่ได้กำหนดแนวทางของบริษัทไว้แบบตายตัวก็เพื่อให้การบริหารจัดการธุรกิจนั้นเป็นไปอย่างยืดหยุ่น” ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าหมายถึงนินเทนโดจะไม่ตีกรอบความคิดคนทำงาน และให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ ด้วยตวามตั้งใจที่จะมอบรอยยิ้มให้ผู้คนผ่านสื่อบันเทิง ภายใต้ความเป็น “เกมที่ไม่เหมือนใครในแบบฉบับของนินเทนโด” แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารย์ตามมาว่า “ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงในรูปแบบไหนพอวันหนึ่งคนก็จะเบื่อไปเอง” แต่นินเทนโดก็ไม่หวั่น ยังคงยืนหยัดเดินหน้าสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ และบริการที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้คนทั่วโลกต่อไปเช่นเดิม

กลยุทธ์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

1. การออกแบบโลโก้

View this post on Instagram

A post shared by 任天堂 (@nintendo_jp)

โลโก้ของนินเทนโดนั้นนอกจากจะถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายและให้เข้าถึงได้ง่ายแล้ว การใช้สีแดง และสีขาวบนโลโก้นั้นยังทำให้รู้สึกถึงความเป็นกันเอง แต่ก็ยังสื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณของความเป็นนินเทนโดที่ต้องการสร้างผลิตภัฑณ์ที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่หลากหลาย โดยสีแดงแสดงถึง Passion และพลังงาน ในขณะที่สีขาวสื่อถึงความจริงใจและซื่อตรง จึงอาจกล่าวได้ว่าการเลือกใช้สีแบบนี้ก็เป็นการสะท้อนถึงตัวตนในความเป็นนินเทนโดได้ด้วยเช่นกัน

2. กลยุทธ์โลโก้เสียง

การทำให้คนได้รับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์ไม่เพียงแต่ทำได้โดยผ่านการมองเห็นเท่านั้น ทางเสียงก็ด้วยเช่นกัน เพราะเสียงเองก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนโลโก้หนึ่ง เรียกว่า “โลโก้เสียง” ซึ่งจริง ๆ แล้วในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของนินเทนโด ไม่ว่าจะเป็น Wii หรือNintendo Switch ก็ได้นำโลโก้เสียงมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็คงคุ้นเคยกับเสียงคลิกใน Nintendo Switch เป็นอย่างดี ซึ่งเสียงนี้ถูกนำไปใช้ในโฆษณาตั้งแต่วันเปิดตัว แค่เพียงได้ยินเสียงนี้เท่านั้น ผู้คนก็สามารถจินตนาการถึงความสนุกสนานของเกมนี้ได้ทันที!

การพัฒนาเครื่องเกมเพื่อขยายฐานผู้เล่น

1. สร้างประวัติศาสตร์วงการเกมด้วยเครื่อง Family Computer

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท นินเทนโดก็มีกลยุทธ์หลักโฟกัสไปที่การขยายฐานของผู้เล่นเกม โดยการที่ให้ผู้เล่นเกมได้สัมผัสถึงผลิตภัฑณ์ของนินเทนโด เช่นในปี 1983 มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Family Computer หรือที่คนไทยคุ้นหูกับชื่อเครื่อง ฟามิคอม (Famicom) นั่นเองค่ะ

View this post on Instagram

A post shared by 任天堂 (@nintendo_jp)

Super Mario Bros. และ Dragon Quest บนเครื่อง Famicom

การเปิดตัวของเครื่อง Famicom กลายเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของวงการเกมแห่งยุคเลยก็ว่าได้เพราะเจ้าเครื่องเกมนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก ชนิดที่ร้านขายเกมในญี่ปุ่นตอนนั้นถูกเรียกว่าร้านฟามิคอมเลยทีเดียว และยิ่งบูมขึ้นไปอีกเมื่อมีการเปิดตัวเกมบนเครื่องทั้ง มาริโอ ในปี 1985 และ Dragon Quest ในปี 1986 สองซีรีส์เกมที่ทำยอดขายถล่มทลาย แม้แต่ในปี 2024 นี้ ชื่อของสองเกมดังกล่าวก็ยังคงโลดแล่นให้เห็นไม่หายไปไหน

2. การมาของเครื่องเกมพกพาอย่าง Game Boy

ในปี 1989 นินเทนโดได้เปิดตัวเครื่องเกมแบบพกพาในชื่อ Game Boy ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามด้วยยอดจำหน่ายถึง 12.4 ล้านชุดในญี่ปุ่น เกมยอดฮิตในตอนนั้นก็คือเกมต่อบล็อคที่ทุกคนต้องฮัมซาวน์ประกอบเกมได้อย่าง Tetris และก็ยังมีเกม Pokemon Red & Green ที่วางจำหน่ายในปี 1996 ที่ฮอตฮิตและสร้างชื่อให้แก่นินเทนโด

3. การพัฒนาที่ต่อยอดจากของเดิมให้ดีขึ้น

ตัวอย่าง เครื่อง Super Famicom

การพัฒนาของเครื่องเกมนินเทนโดไม่ได้หยุดอยู่จุดเดิม เพราะหลังจากความสำเร็จจาก Game Boy ทางบริษัทก็ได้มีการต่อยอดขึ้นมากมาย ทั้งการอัพเกรดเครื่อง Famicom มาเป็น Super Famicom ที่อัพ จากระบบ 8 bit มาเป็น 16 bit และต่อมาในปี 1996 ก็มีการเปิดตัวเครื่องเล่นที่รองรับระบบ 3D เครื่องแรกของบริษัทอย่าง Nintendo64 และได้เกิดเกมที่สร้างตำนานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Super Smash Bros., The Legend of Zelda: Ocarina of Time และ GoldenEye 007

ตัวอย่างเครื่อง Game Boy Advance

การพัฒนาเรื่อยมาจนถึงคิวของ Game Boy ที่อัพเกรดมาสู่ Game Boy Advance กับระบบที่รองรับผู้เล่นได้หลายคน ทำให้บริษัทนินเทนโดยิ่งได้รับชื่อเสียงในฐานะผู้พัฒนาเครื่องเล่นเกมแบบพกพามากขึ้นไปอีก และในที่สุดปี 2001 เครื่อง Nintendo64 ก็ได้อัพเกรดขึ้นเช่นกัน โดยกลายมาเป็นเครื่อง GameCube ซึ่งมีเกมยอดนิยมอีกเช่นเคยกับเกม Pikmin และ Tales of Symphonia

ตัวอย่างเครื่อง Nintendo DS

พูดมาจนถึงจุดนี้แล้วต่อไปอาจจะเรียกได้ว่าเราเริ่มเข้ามาสู่นินเทนโดในยุคใหม่มากขึ้นแล้วค่ะ เพราะในปี 2004 นินเทนโดก็เปิดตัว Nintendo DS ซึ่งมาจาก Dual Screen เครื่องที่มี 2 จอพับได้ ทั้งแบบที่เป็นจอแสดงผลและจอแบบสัมผัสในเครื่องเดียว

การมามาของ Nintendo Ds ถือเป็นจุดกำเนิดของเกมสุดน่ารักซึ่งฮิตสุด ๆ ในช่วงโควิดกับเกม Animal Crossing: New Horizons รวมถึงเกมจากซีรีส์โปเกม่อนPokemon Diamond and Pearl อาจเรียกได้ว่า Nintendo DS ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องของบริษัทเลยก็ว่าได้เพราะหลังจากนั้นก็มีการวางจำหน่ายเครื่อง Nintendo 3DS ซึ่งมีการอัพเกรดระบบเครื่องให้แรงยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับเครื่องเวอร์ชั่นอัพเกรดที่ผ่านมา

4. ความท้าทายที่มากขึ้นกับเครื่อง Wii

ตัวอย่างเครื่อง Wii

ด้วยตลาดเกมในตอนนั้นเป็นยุคของเกมที่มีความลึกและซับซ้อนมากขึ้น คนจึงเริ่มออกห่างจากเกมแนวครอบครัว และเป็นที่มาให้นินเทนโดต้องเริ่มก้าวที่ท้าทายกว่าเดิมด้วยการออกจำหน่ายเครื่อง Wii ในปี 2006

Wii เป็นผลิตภัฑณ์ที่ได้รับความนิยมมากของ Nintendo เพราะทำยอดจำหน่ายเครื่องไปได้มากถึง 100 ล้านชุดทั่วโลก! โดยสามารถเล่นพร้อมกันได้หลายคนซึ่งต่างจากเกมอื่น ๆ ที่สามารถเล่นได้เพียงคนเดียว การใช้งานจริงนั้นง่ายมาก ผู้เล่นสามารถถือ และบังคับรีโมตคอนโทรลได้ด้วยมือเดียว เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวนี่เองทำให้กลายเป็นเครื่องเกมที่ใคร ๆ ก็สามารถเล่นได้ คุณแม่ที่เคยห้ามลูกเล่นเกมก็กลายมาเป็นผู้เล่นเกมนี้ไปด้วยซะเลย!

ตัวอย่างโฆษณาเครื่อง Wii

โฆษณาเปิดตัวของ Wii ที่ออกอากาศในตอนนั้นก็ดูเหมือนเป็นรายการหนึ่งของ NHK มากกว่าจะเป็นโฆษณาเกม ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจได้จากทุกเพศทุกวัย นอกจากนั้นในโฆษณายังให้ภาพลักษณ์ของเกมว่าเป็นเกมสำหรับทุกคนในครอบครัว จึงดึงกลุ่มคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนมาร่วมเล่นเกมได้ นับเป็นความสำเร็จในการสร้างมูลค่าของ Wii ให้กลายเป็นเกมที่เป็นสากล และเข้าถึงง่ายอย่างแท้จริง

5. การหลอมรวมทุกจุดแข็งมาสู่เครื่อง Nintendo Switch

ความสำเร็จจากเครื่อง Wii เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Nintendo Switch เครื่องเกมของนินเทนโดรุ่นปัจจุบันที่เรารู้จักกันดี โดยกล่าวกันว่า Nintendo Switch คือการหลอมรวมเอาทุกจุดแข็งและแก้จุดอ่อนของเครื่องเกมนินเทนโดเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งสามารถรักษาความเป็นเกมพกพาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนินเทนโดเอาไว้ และตอบโจทย์คนที่ต้องการเล่นเกมด้วยประสบการณ์แบบภาพจอใหญ่ อีกทั้งยังใส่เอกลักษณ์จาก Wii ด้วยการออกแบบให้จอยบังคับสามารถถอดออกมาและให้ประสบการณ์การเล่นแบบเดียวกับที่ Wii ทำได้

ตัวอย่างเกมยอดนิยมจากนินเทนโด

1. ซีรีส์ Mario

มาริโอถือเป็นตัวละครที่ถึงคนไม่เล่นเกมก็ต้องรู้จัก ความมีคาแรคเตอร์นี้เองทำให้ไม่ว่าจะออกซีรีส์อะไรก็ได้ใจเสมอ ถ้าชอบมาริโอล่ะก็ทุกคนก็สามารถเลือกแนวเกมเล่นได้ตามชอบเลยค่ะ เพราะมีทั้งแนวแข่งรถอย่าง Mario Kart หรือจะตีกอล์ฟ, เทนนิส ก็มี Mario Golf, Tennis ถ้าชอบแอคชั่นผจญภัยช่วยเจ้าหญิง Peach ก็แนะนำ Super Mario Bros. เลยค่ะ

2. ซีรีส์ Pokemon

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโปเกม่อนก็ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของนินเทนโดเช่นกัน เกมโปเกม่อนถูกพัฒนาโดยบริษัท Gamefreak และจัดจำหน่ายโดยนินเทนโด ซึ่งปัจจุบันออกมาแล้วกว่า 9 Generations

ความสำเร็จของโปเกม่อนนั้นไม่ใช่แค่กับเกม แต่ทั้งอนิเมะ ของเล่น การ์ดเกมส์ หรือจะสินค้าต่าง ๆ ก็ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แถมยังเคยถูกหยิบไปสร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วยค่ะ

3. Kirby

ใครรู้จักเจ้าตัวกลม ๆ ชมพูนี่บ้างคะ Kirby มักถูกแซวบ่อย ๆ ว่าเป็นตัวละครลูกรักของนินเทนโด เพราะเวลาออกซีรีส์รวมดาวอย่าง Super Smash Bros. ทีไร เจ้ากลม ๆ ตัวนี้ก็จะได้รับบทพระเอกเสียทุกที

เจ้า Kirby มีความสามารถในการกลืนกินและคัดลอกความสามารถคู่ต่อสู้ ด้วยฟอร์มที่เปลี่ยนไปตามพลังนั้นทำให้เรามักจะเห็น Kirby ในหลากหลายรูปแบบมากมายค่ะ

5. Splatoon

Splatoon เป็นเกมซึ่งได้ออกสู่ตลาดในปี 2015 โดยมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านชุด เกมนี้เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ สร้างอาณาเขตของตัวเองโดยใช้ปีนฉีดน้ำ ความสนุกของ “Splatoon” ที่ทำให้ได้รับความนิยมจากแฟนเกมมากมายนั้นอยู่ที่การออกแบบระบบเกมเพลซึ่งเป็นเอกลักษณ์ โดยผู้ที่ออกแบบ UI ของ Splatoon ให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของการทำให้เป็นเกมที่ “เข้าใจง่าย” ควบคู่ไปกับ “ความสดใหม่” ของเกม ดังจะเห็นได้จากการนำเอาเทคนิคต่าง ๆ เข้ามาใช้เพื่อให้เกมมีความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “การสร้างตัวอักษรใหม่” “การแปลงรูปภาพให้เป็นคำในแบบของ Splatoon” และ “การใช้โทนสีที่เป็นที่นิยม (การใช้สีที่มีเฉดสีแตกต่างกัน)” เป็นต้น

5. The Legend of Zelda

The Legend of Zelda เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่อยู่คู่กับนินเทนโดมาอย่างยาวนาน โดยมีตัวเอกคือเจ้าหนุ่มผมทองอย่าง Link ใช่ค่ะอ่านไม่ผิดหรอกตัวเอกเรื่องชื่อ Link ค่ะ ส่วนที่มาของชื่อเรื่อง Zelda นั้นมาจากชื่อของเจ้าหญิงในเรื่องนั่นเอง โดยเนื้อเรื่องของ The Legend of Zelda ในแต่ละภาคนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็มีความต่อเนื่องกันในบางภาคบ้าง หรือไม่งั้นก็จะเป็นเนื้อเรื่องคนละเส้นเวลา คนละโลกคู่ขนานกันไปเลย แต่รับรองว่าไม่ว่าจะหยิบภาคไหนมาเล่นก็การันตีความสนุกแน่นอนค่ะ อีกทั้งในภาค Breath of the Wild ยังได้รับรางวัล Game of The year จากงาน Game Awards ในปี 2017 ด้วยนะคะ เรียกได้ว่าถือเป็นเกมที่แฟนเกมทุกคนคาดหวังในคุณภาพได้ทุกภาคแน่นอนค่ะ

การประกาศรางวัล Game of The year 2017

การโลดแล่นของตัวละครจากนินเทนโดที่ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เกม

View this post on Instagram

A post shared by ユニバーサル・スタジオ・ジャパン USJ (@universal_studios_japan)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกหนึ่งจุดแข็งของนินเทนโดคือ การสร้างตัวละคร เราจะเห็นได้ว่าแต่ละเกมของนินเทนโดนั้นเต็มไปด้วยมาสคอตยอดนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ (Mario) หรือ เคอร์บี้ (Kirby)

ก้าวต่อไปของนินเทนโดคือต้องการที่จะต่อยอดคาแรคเตอร์เกมนั้นๆ โดยการเพิ่มจำนวนตัวละครเกม และทุ่มเทให้กับการเพิ่มช่องทางเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของนินเทนโดให้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การผลิต จำหน่ายฟิกเกอร์ และการ์ดตัวละคร อีกทั้งการเปิดตัว “Super Nintendo World” โลกของ Mario ในสวนสนุกที่มีชื่อเสียงอย่าง USJ เป็นที่แรก

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Super Mario Bros. Movie

นอกจากนี้ ภาพยนตร์ “The Super Mario Bros. Movie” ที่มี Mario เป็นตัวเอกของเรื่องก็ได้เข้าฉายในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 หลังจากเข้าฉายได้ 3 สัปดาห์ก็กวาดรายได้จากการฉายภาพยนตร์ทั่วโลกไปมากกว่าแสนล้านเยน ว่ากันว่านี่น่าจะเป็นสถิติสูงสุดของวงการภาพยนตร์แอนิเมชั่นเลยทีเดียว การกำเนิดขึ้นของตัวละครของนินเทนโดนั้นได้สร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงให้กับนินเทนโด ไม่เพียงแค่ในส่วนของเกมเท่านั้น ในส่วนอื่น ๆ ก็ด้วยเช่นกัน คาดว่าในปีต่อไปหลังจากนี้เราคงจะเห็นได้เหล่าตัวละครจากเกมค่ายนินเทนโดออกมาโลดแล่นในสื่ออื่น ๆ นอกจากเกมมากขึ้นเป็นแน่

กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ของนินเทนโดที่มีประวัติมาอย่างยาวนานนั้น ไม่มีการกำหนดกรอบของบริษัทที่ตายตัว และแม้จะเป็นแบบนั้นนินเทนโดก็ยังสามารถพัฒนาเกมที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมายมาได้โดยตลอด นินเทนโดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจไม่เพียงแต่เฉพาะในเรื่องของเกมเท่านั้น ทำให้ก้าวต่อไปของนินเทนโดนั้นเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เราคงได้เห็นอะไรใหม่ ๆ จากเครื่องรุ่นต่อไปจากแบรนด์นินเทนโดแน่นอนค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : Nintendo ec.geo-online note.zebranding
เรียบเรียงโดย : Hikary

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...