โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติ ‘ชิบุซาว่า เออิจิ’ บุคคลในแบงก์ 10,000 เยนใหม่ของญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 09.00 น. • conomi.co

ญี่ปุ่นเปลี่ยนโฉมธนบัตร 1,000 เยน, 5,000 เยน และ 10,000 เยน ในรอบ 20 ปี โดยนำเอาเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้เพื่อป้องกันปลอมแปลงให้ได้ผลดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การนำเอาเทคโนโลยีโฮโลแกรม 3 มิติมาในการผลิตธนบัตรเป็นครั้งแรกของโลก การออกแบบตัวเลขราคาธนบัตรให้มีขนาดใหญ่ และใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทำให้ตัวเลขมีผิวสัมผัสขรุขระ เป็นต้น ซึ่งมีกำหนดเริ่มใช้จริงในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2024

และในจังหวะที่ธนบัตรรุ่นใหม่นี้จะมาถึง เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับว่าที่บุคคลในธนบัตรธนบัตร 1,000 เยน, 5,000 เยน และ 10,000 เยน โดยครั้งนี้ เป็นคิวของ ‘ชิบุซาว่า เออิจิ’ (渋沢栄一) ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของญี่ปุ่น และได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งทุนนิยมสมัยใหม่ของญี่ปุ่นอีกด้วย

‘ชิบุซาว่า เออิจิ’ บิดาแห่งทุนนิยมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น

ชิบุซาว่า เออิจิ ประวัติ

ชิบุซาว่า เออิจิ เกิดในครอบครัวเกษตรกรเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี ค.ศ.1840 ที่เมืองฟุกายะ จ.ไซตามะในปัจจุบัน เขาช่วยเหลือกิจการครอบครัวโดยมีบิดาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ และได้เดินทางไปเรียนคำสอนของขงจื๊อกับ โอดากะ อึตสึทาดะ ญาติของเขาตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ

ปี ค.ศ. 1863 เออิจิวัย 23 ปีและเหล่าญาติ ๆ ผู้เชื่อมั่นในแนวปรัชญา ‘ซนโนโจอิ’ มองเห็นความเสื่อมถอยของระบบศักดินาของรัฐบาลโชกุน และเห็นความไม่เป็นธรรมในนโยบายต่างประเทศที่ทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตกโดยไม่ได้รับการยินยอมจากองค์จักรพรรดิก่อน เขาจึงเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปร่วมมือกับขบวนต่อต้านในการยึดปราสาททาคาซากิและร่วมแผนโจมตีโรงงานของคนต่างชาติในเมืองโยโกฮาม่าด้วย

แต่ทว่า แผนการกลับถูกยกเลิกกลางคัน เขาจึงหลบหนีการจับกุมของรัฐบาลโชกุนไปที่เมืองเกียวโต และได้มีโอกาสรับใช้ตระกูลฮิโตะสึบาชิ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 ด้วยความรู้และความสามารถที่เขามี ส่งผลให้สถานะทางการเงินของตระกูลฮิโตะสึบาชิเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงทำให้เออิจิเริ่มกลายเป็นที่ยอมรับทีละน้อย

ปี ค.ศ. 1867 เออิจิในวัย 27 ปี ได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานแสดงสินค้านานาชาติที่ปารีส ในฐานะผู้ติดตามของ โทกุงาวะ อากิทาเกะ น้องชายของ โทกุงาวะ โยชิโนบุ และได้ศึกษาถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม รวมถึงระบบสังคมสมัยใหม่ ซึ่งเหล่านี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งใหญ่สำหรับเออิจิหลังจากนี้

หลังกลับจากปารีสถึงญี่ปุ่น เออิจิได้เดินทางกลับไปพบ โทกุงาวะ โยชิโนบุ ที่ขังตัวอยู่แต่ในบ้านที่แคว้นชิซูโอกะ ก่อนจะก่อตั้ง ‘สมาคมการค้า’ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในท้องถิ่นเมื่อปี ค.ศ. 1869 และเข้ารับตำแหน่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกระทรวงการคลังในปี ค.ศ. 1872 หลังระบอบโชกุนถูกโค่นล้มและเกิดการปฏิรูปสมัยเมจิ

ธนาคารมิซูโฮะ หรืออดีตคือ ‘ไดอิจิ โคคุริซึ กิงโค’ (First National Bank)

ปี ค.ศ. 1873 เออิจิลาออกจากราชการ และก่อตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของญี่ปุ่น ชื่อ ‘ไดอิจิ โคคุริซึ กิงโค’ (First National Bank) หรือธนาคารมิซูโฮในปัจจุบัน โดยหวังสร้างญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเศรษฐกิจที่เอกชนเป็นเจ้าของ และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ให้เติบโตโดยมีธนาคารเป็นศูนย์กลาง ทั้งยังเผยแพร่แนวคิดที่ว่า ‘ธุรกิจสอดคล้องกับจริยธรรม’ และมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้บริษัทกว่า 500 แห่งในญี่ปุ่นเติบโต อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นทูตประชาชนและคอยสนับสนุนสถาบันการศึกษาและระบบสาธารณูปโภคอีกกว่า 600 แห่งด้วย เรียกได้ว่าเออิจิ มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะถึงแก่กรรมด้วยวัย 91 ปี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1931

จบกันไปแล้วสำหรับประวัติที่น่าสนใจของ ‘ชิบุซาว่า เออิจิ’ ว่าที่บุคคลในธนบัตร 10,000 เยน บิดาแห่งทุนนิยมสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ครั้งหน้า เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ สึดะ อุเมโกะ ว่าที่บุคคลในธนบัตร 5,000 เยน ผู้บุกเบิกด้านการศึกษาของผู้หญิงญี่ปุ่น เธอเป็นสตรีคนแรกของญี่ปุ่นที่เดินทางไปศึกษาที่อเมริกาอีกด้วย และยังมี คิตาซาโตะ ชิบาซาบุโร่ นักฟิสิกส์และนักจุลชีววิทยาผู้เป็นบิดาแห่งการแพทย์สมัยใหม่ของญี่ปุ่นด้วย อย่าลืมติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ!

สรุปเนื้อหาจาก : shibusawa.or.jp, city.fukaya.saitama.jp, weblio.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...