โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HMPRO ร่วงต่อ 4% กังวลกำไรหด-ยอดขายสาขาเดิมอ่อนแอ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 มิ.ย. 68) ราคาหุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ณ เวลา 11:02 น. อยู่ที่ระดับ 6.80 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 4.23% สูงสุดที่ระดับ 7.10 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 119.74 ล้านบาท

บล.เคจีไอ ระบุว่า จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยในเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 55.4 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อพิจารณารายภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากเดือนก่อนหน้า ในทุกภูมิภาค แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทยจะฟื้นตัวขึ้นจากช่วงที่เลวร้ายที่สุดในช่วงการระบาดของ COVID-19 แต่ระดับดัชนีในปัจจุบันยังไม่กลับไปถึงระดับก่อนเกิดการระบาด ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ อาจเป็นสัญญาณสะท้อนภาวะการใช้จ่ายที่ยังอ่อนแอ

แม้บริษัทจะคาดว่ามีอุปสงค์ในการซ่อมแซมอาคารหลังเหตุแผ่นดินไหว แต่ ภาวะอุปสงค์โดยรวมที่ยังคงซบเซา น่าจะมี น้ำหนักมากกว่า และส่งผล ฉุดยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ของ HMPRO โดย Same-Store Sales ของบริษัท ลดลงในระดับเลขตัวเดียวค่อนไปทางสูงถึงระดับสองหลัก ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม (เทียบกับ -3.3% ในไตรมาส 1/2568) นอกจากนี้ เมื่อประกอบกับ ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล (ปีที่แล้วมีสภาพอากาศร้อนจัด กระตุ้นยอดขายเครื่องปรับอากาศ ขณะที่ปีนี้ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ) คาดว่า กำไรในไตรมาส 2/2568 จะลดลงทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ คาดว่าผลประกอบการของ HMPRO จะยังไม่น่าสนใจในไตรมาสที่ 3 เนื่องจากเป็นช่วง Low Season แต่ผลประกอบการอาจ ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งตามปกติเป็นช่วง High Season และมักเป็นไตรมาสที่บริษัทมีกำไรสูงที่สุดในรอบปี

อย่างไรก็ตาม ยังมองว่า การที่กำไรจะเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวของปีก่อนในไตรมาส 4/2568 ยังเป็นเรื่องท้าทาย

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทน่าจะสามารถทำกำไรได้ตามประมาณการปี 2568 ของเราที่ 6.5 พันล้านบาท (ทรงตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) แต่ยัง ไม่เห็นปัจจัยที่สร้างอัปไซด์ อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม

ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 8.20 บาท อิงจาก PER ที่ 16.5 เท่า (อิงค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...