โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รอบรั้วการตลาด : ฟลอร่า กรุ๊ป จับมือดิดิเย่ร์ ส่ง Divita ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

Thairath Money

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 22.00 น.
ภาพไฮไลต์

นางสาวชนัดดา หยิบเจริญพร กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟลอร่า มัลติ โซลูชั่นส์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์แบรนด์ Divita แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ฟลอร่า กรุ๊ป เราคือ ผู้คิดค้น วิจัยและพัฒนาสูตรอาหารอาหารเสริม เครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากเยอรมนี

พร้อมขอใบอนุญาตแบบครบวงจร มุ่งสร้างระบบให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์โลกด้านสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีจุดยืนชัดเจนด้าน Precision Health Supplement หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง Transfer-in-Engine และ Slow Release ในการควบคุมโมเลกุลสารอาหารให้ซึมผ่านสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผลิตภัณฑ์เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยและเอเชีย ภายใต้กลยุทธ์หลักคือใช้นวัตกรรมและการวิจัย เป็นจุดแข็งในการแข่งขันและล่าสุด ฟลอร่า กรุ๊ป (Flora Group)ร่วมกับ บริษัท Didier Pharma GmbH จากประเทศเยอรมนีเปิดตัวแบรนด์ Divitaผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่จากเยอรมนี พร้อมบุกตลาดสุขภาพในเมืองไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้บริหาร Mr.Jonn-Daniel Didier, CEO ของ Didier Pharma GmbH ร่วมงานครั้งนี้

แบรนด์ Divita เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญตระกูลเภสัชกร ที่มีเรื่องราวความเป็นมาของตระกูล Didier นักทำยาจากเยอรมนี มากกว่า 340 ปี ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผลิต และได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับโลก เช่น IFS Food, USDA Organic, Halal, Free of Top 8 Allergensที่การันตีภายใต้สูตรคิดค้นจากแพทย์นักวิจัยคนไทย

นำโดย ดร.นพ.ชำนาญ หยิบเจริญพร เป็นผู้ที่ได้จดสิทธิบัตร PhD.md formulated และ ฟลอร่า กรุ๊ป (Flora Group) เป็นบริษัทหนึ่งเดียวที่ถือเอกสิทธิ์ใน logo และยังได้รับอนุญาตจาก Didier ให้ใช้สิทธิได้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งในส่วนการรับทำสูตรเสริมอาหาร และเครื่องสำอางจากยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ เราไม่ได้มองประเทศไทย เป็นแค่ประเทศผู้บริโภค แต่เป็น ศูนย์กลางแห่งการสื่อสารคุณค่าของสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์ ที่สามารถขยายสู่ภูมิภาคนี้ได้ทั้งหมด ประเทศไทยมีศักยภาพมากในฐานะตลาดที่มีการเติบโตด้านสุขภาพสูง และในเชิงโครงสร้างยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การผลิต และผู้บริโภคมีความรู้เรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ที่สำคัญคือ คนไทยให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์จากยุโรป

โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจรที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นในการพัฒนา private brand ที่ค่ายยุโรปให้ความไว้วางใจ สำหรับในประเทศไทยและเอเชีย Divita ยังได้เตรียมพร้อมสำหรับด้านการตลาดด้วยกลยุทธ์หนุนตลาดไทยเป็น Hub เพื่อขยายสู่ประเทศจีน ฮ่องกง CLMV และ ASEAN ด้วยการจับมือกับคลินิกสุขภาพเฉพาะทาง ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับวัยทำงานและผู้สูงอายุในเอเชีย ควบคู่กับแผนเจาะตลาดใหญ่ของอาเซียนอย่างเช่นประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียด้วย

นอกจาก CEO ของ Didier Pharma GmbH ยังมี distributors จากต่างประเทศต่างๆ มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ดังนั้นการตลาดในประเทศไทย Divita จึงไม่ได้วางการแข่งขันอยู่ที่กระแส หรือเทรนด์หรือยอดขาย แต่เรามีเป้าหมายในอนาคตที่จะร่วมขับเคลื่อนไทยไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารเสริมของภูมิภาคเอเชีย เป็นแผนในระยะยาวที่จะเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสุขภาพ พร้อมนำความรู้และนวัตกรรมจากเยอรมันมาแลกเปลี่ยนแบบ Knowledge transfer ที่มีความเข้มแข็งด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม จึงถือเป็นแกนกลยุทธ์ของ Divita

ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในมิติด้านความยั่งยืน ที่จะกลายเป็นยุทธศาสตร์การตลาดที่แบรนด์อาหารเสริมยุคใหม่ต้องเผชิญ ภายใต้มาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหาร ข้อได้เปรียบนั้นเรามีสายผลิตจาก Didier Pharma GmbH ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำด้านโรงงานสีเขียว และระบบ GMP รวมทั้งแพคเกจจิ้งของ Divita ทุกผลิตภัณฑ์สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แบรนด์สุขภาพที่ดีต่อสุขภาพและดีต่อโลก ไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยปี 2567 มีมูลค่ากว่า 83,330 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ที่อัตรา 10-15% ด้วยสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง ที่เต็มไปด้วยผู้ผลิตสินค้าทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต่างช่วงชิงพื้นที่ความเชื่อมั่นในใจของผู้บริโภคอย่างเข้มข้นนั้น ยังมีแบรนด์ Divita ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไป แต่คือ แบรนด์ที่ถูกพัฒนาด้วยแนวคิดว่า สุขภาพที่ดีไม่ควรเป็นเรื่องของคนที่มีเวลาเยอะ หรือมีวินัยสูงเท่านั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้ สำหรับคนธรรมดาทุกคน

รับรางวัลใหญ่ : บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสินเชื่อออนไลน์มันนี่ทันเดอร์ (MoneyThunder) ได้รับรางวัลนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Contribution) จากเวที 7 Innovation Awards 2025 ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำด้านฟินเทคของไทย ที่นำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนโอกาสทางการเงินให้กับคนไทยแล้วว่า 2.4 หมื่นล้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุนในระบบ เพื่อให้สามารถหลุดพ้นจากการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเข้าถึงสินเชื่อที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นธรรม

เซ็นทรัลพัฒนา ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในกลุ่ม Real Estate : บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office ประกาศความสำเร็จ ติดอันดับ 2025 Fortune Southeast Asia 500 (ประจำปี 2568)

โดยเป็นปีที่ 2 ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดในภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนิตยสาร Fortune โดยเซ็นทรัลพัฒนาก้าวสู่อันดับ 1 ในกลุ่มบริษัท Real Estate จากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลื อก ทั้งนี้ในปี 2567 บริษัทฯ รายงานผลประกอบการสูงสุดเป็ นประวัติการณ์สำหรับทุกกลุ่มธุ รกิจ มีรายได้รวมที่ 51,843 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท

ส่งแคมเปญการตลาดใหม่ : KFC ประเทศไทย แบรนด์ไก่ทอดอันดับหนึ่ง เริ่มแคมเปญสุดครีเอทด้วยการปล่อยหนังโฆษณา ชิลลี่ชีสอยู่ใกล้…อย่าไว้ใจตัวเอง ปลุกกระแสการกลับมาของเมนู ‘ชิลลี่ชีส’ (Chilli Cheese) ไก่ทอด KFC สูตรลับเฉพาะ และไก่ป๊อปที่ถูกเคลือบด้วยผงพริกเผาแซ่บสไตล์ไทย คลุกเคล้าเข้ากันกับผงชีสละมุนนัว ตามด้วยการดึงนักแสดงตลกรุ่นใหญ่ หน่อย เชิญยิ้มรีมิกซ์เพลงดัง ‘อะนันตะปัตชะเย’ เวอร์ชันชิลลี่ชีส ให้คนคลั่งไก่ได้ท่องคาถายั้งใจตัวเอง สำหรับใครที่อดใจไม่ไหว… รีบพุ่งตัวไปกิน ชิลลี่ชีส’ ได้ที่ร้าน KFC ทุกสาขาทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน - 23 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...