โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อิ๊งค์" ถกรมต.หารือสถานการณ์ขัดแย้งตะวันออกกลาง สั่งเตรียมพลังงานสำรองแหล่งอื่น-แผนอพยพ

Manager Online

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.58 น. • MGR Online

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ เรียกรองนายกฯ และ รมต.หารือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สั่งเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสำรองจากแหล่งอื่น ๆ และเตรียมแผนอพยพคนไทยจากอิหร่าน–อิสราเอล

วันนี้ (24มิ.ย.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2568) เวลา 14.00 น. ณ ห้องโดมทอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่กระทบต่อราคาและปริมาณน้ำมันของไทย และการประชุมมาตรการเตรียมการนำคนไทยออกจากพื้นที่ตะวันออกกลาง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งมีการปิดน่านฟ้าและระบบขนส่งออกนอกประเทศ โดยเฉพาะที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นช่องแคบสำคัญที่ส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้ง นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าหารือเพื่อประเมินสถานการณ์การเตรียมความพร้อมด้านพลังงาน ซึ่งประเทศไทยได้สำรองน้ำมัน มีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน ที่ประชุมฯ ได้หารือถึงการนำเข้าพลังงานจากแหล่งอื่น ๆ โดยให้กระทรวงพลังงานกลับไปสรุปเพื่อเตรียมความพร้อมหากกรณีเกิดสงครามยาวนานระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าสถานการณ์ในประเทศอิสราเอลและอิหร่าน ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่าน ซึ่งมีคนไทยอยู่ประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มีครอบครัวแต่งงานอยู่ที่กรุงเตหะราน ส่วนแรงงานมีอยู่ประมาณ 30 คน ซึ่งหากแจ้งความจำนงก็พร้อมจะพากลับประเทศไทย

ส่วนประเทศอิสราเอลมีคนไทยอยู่ประมาณ 40,000 กว่าคน ซึ่งมีการแจ้งความประสงค์เดินทางกลับจากอิสราเอลประมาณ 100 คน ส่วนที่เหลือยังขอรอดูสถานการณ์ แต่ได้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว

“นายกรัฐมนตรีขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งสองประเทศ และเตรียมพร้อมอพยพคนไทยทันที เมื่อสถานการณ์รุนแรง โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กำหนดว่าจะอพยพหรือไม่ โดยให้มีการประเมินสถานการณ์รายชั่วโมง” นายจิรายุ กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนหน้าเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้สำรวจเส้นทางการเดินทางตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศเพื่อมาต่อเครื่องบิน เนื่องจากน่านฟ้าของทั้งสองประเทศในขณะนี้ยังปิดอยู่ไม่มีการเดินอากาศในขณะนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...