โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจกพิกัด 10 จุดเช็คอิน เที่ยวสุขใจเมืองรถม้า

Manager Online

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • MGR Online

ลำปาง จังหวัดที่เงียบสงบในภาคเหนือตอนบน หลายคนอาจจะนึกถึงเพียง "รถม้า" สัญลักษณ์ประจำเมือง แต่แท้จริงแล้ว ลำปางซ่อนเร้นเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติอันงดงามไว้อีกมากมาย เป็นเมืองที่ผสมผสานความคลาสสิกของล้านนาเข้ากับวิถีชีวิตเรียบง่ายได้อย่างลงตัว หากคุณกำลังมองหาทริปที่ไม่วุ่นวาย ได้สัมผัสกลิ่นอายอดีต และเต็มอิ่มกับธรรมชาติ ลำปางคือจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม นี่คือ 10 ไฮไลต์ที่คุณต้องไปเช็คอินเมื่อมาเยือนเมืองรถม้าแห่งนี้

วัดพระธาตุลำปางหลวง

วัดพระธาตุลำปางหลวง คืออัญมณีของลำปาง เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า หนึ่งในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณที่สมบูรณ์แบบและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ทั้งวิหารหลวง, ซุ้มประตูโขง, เจดีย์, และธาตุเจดีย์ที่ไม่ควรพลาดคือการชมเงาพระธาตุกลับหัวในมณฑปซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์

ถนนคนเดินกาดกองต้า

ทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถนนริมแม่น้ำวังจะกลายสภาพเป็น ถนนคนเดินกาดกองต้า แหล่งรวมของอร่อย ของที่ระลึก งานฝีมือ และการแสดงพื้นเมือง ท่ามกลางอาคารไม้เก่าแก่สไตล์ล้านนาผสมจีนและยุโรป ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่น ช้อปปิ้ง และซึมซับบรรยากาศย้อนยุคสุดชิล

สะพานรัษฎาภิเศก

สะพานรัษฎาภิเศก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "สะพานขาว" เป็นสะพานข้ามแม่น้ำวังที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อฉลองการครองราชย์ครบ 25 ปีของพระองค์ เป็นจุดชมวิวแม่น้ำวังที่สวยงาม และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองลำปางที่ห้ามพลาดมาเก็บภาพ

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย หรือโรงพยาบาลช้างที่ดูแลช้างป่วยทั่วประเทศ ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวของช้างไทย ชมการแสดงความสามารถของช้าง และใกล้ชิดกับช้างอย่างเป็นมิตร เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างไทย

วัดปงสนุก

วัดปงสนุก วัดเก่าแก่ที่ได้รับรางวัลมรดกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO Asia-Pacific Awards for Cultural Heritage Conservation มีไฮไลต์อยู่ที่วิหารพระพุทธรูปนอนหรือวิหารพระนอน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมพม่าที่สวยงามและแปลกตา ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมือง มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวเด่นคือแหล่งน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่า "น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน" เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจ

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้ที่บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้อย่างแรกก็คือการ “ต้มไข่” ด้วยความที่น้ำพุร้อนในบ่อหลักมีอุณหภูมิสูงถึงกว่า 80 องศาเซลเซียส ร้อนจนคนไม่สามารถลงแช่ได้ แต่สามารถแช่ไข่ได้ โดยในอุทยานฯ มีไข่ไก่และไข่นกกระทาเตรียมไว้ขายให้นักท่องเที่ยวได้นำไข่ไปแช่ โดยมีคำแนะนำว่าถ้าต้มไข่ไก่นาน 17 นาที จะได้ไข่ต้มที่ไข่แดงแข็ง ส่วนไข่ขาวเหลวเป็นวุ้นคล้ายไข่เต่า เรียกว่า “ไข่น้ำแร่” หรือไข่ออนเซนนั่นเอง กินร้อนๆ รสชาติเยี่ยม ไม่มีกลิ่นคาว จะกินเปล่าๆ หรือเติมซีอิ้วโรยพริกไทยเพิ่มรสชาติก็ยิ่งอร่อยมากขึ้น

วัดไหล่หินหลวง

“วัดไหล่หินหลวง” เป็น โบราณสถานอีกแห่งหนึ่งในเมืองเขลางค์นครที่ควรแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยกรมศิลปากร ลักษณะเด่นของวัดไหล่หินเป็นวัดที่มีความครบถ้วนตามองค์ประกอบพุทธสถาน ล้านนา ประกอบด้วยลานหน้าวัดที่เรียกว่า “ข่วง” มีวิหารโถง ศาลาบาตรและลานทราย มีเจดีย์ท้ายวิหารแบบล้านนาที่บรรจุพระบรมธาตุองค์ประกอบดังกล่าว เป็นแบบจำลองภูมิภาคจักวาล คือ วิหารเปรียบเสมือนชมพูทวีป เจดีย์เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ และลานทรายเปรียบเสมือนมหานทีสีทันดร

พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา ลำปาง

“พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาลำปาง” หรือ พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยา จังหวัดลำปาง จัดตั้งโดย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ด้านธรณีวิทยา และชากดึกดำบรรพ์ในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งที่นี่ก็ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออีกด้วย

ที่นี่มีการจัดแสดง และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโลก และระบบสุริยจักรวาลเอาไว้มากมาย เช่น โลกดึกดำบรรพ์ใต้ท้องทะเล, สัตว์ในอดีตชนิดต่างๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว, แหล่งแร่ธรรมชาติที่สำคัญในไทย และยังได้เปิดโลกไดโนเสาร์ ที่รวบรวมเอาไว้หลายสายพันธุ์จำนวนมากที่ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ที่สำคัญ ยังเน้นไปที่ซากดึกดำบรรพ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในช่วงมหายุคซีโนโซอิก ซึ่งพบมากในภาคเหนือของประเทศไทย

วัดพระธาตุดอยพระฌาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ต้องไปชมสักครั้งก็คือ “พระใหญ่ไดบุตสึ” ที่ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดพระธาตุดอยพระฌาน” ใน ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ

พระพุทธรูปไดบุตสึหรือหลวงพ่อโตนี้ จึงมีลักษณะคล้ายกับพระไดบุตสึแห่งวัดโคโตคุ เมืองคามาคุระ ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ธยานมุทรา (ปางสมาธิ) ห่มจีวรคลุมแบบเปิดพระอุระแบบสมดุล พระพักตร์โน้มลงไปด้านหน้า พระเนตรมองต่ำ และที่เห็นองค์พระพุทธรูปเป็นสีออกฟ้าอมเขียวก็เกิดจากสนิมทองแดง หรือการทำปฏิกิริยาทางเคมีของทองแดงกับสภาพอากาศนั่นเอง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

“วัดพระเจดีย์ซาวหลัง” ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 5 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เป็นวัดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยที่มาชองชื่อของวัดแห่งนี้ มาจากคำว่า “ซาว” ที่แปลว่า “ยี่สิบ” และ “หลัง” แปลว่า “องค์” เมื่อนำมารวมกันวัดพระเจดีย์ซาวหลัง จึงแปลว่า “วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์”

สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อมาถึงคือ องค์เจดีย์ทั้ง 20 องค์ ซึ่งเป็นเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม ศิลปะล้านนาแบบผสมผสาน มีความงดงามและโดดเด่น ถือเป็นศูนย์กลางของวัดที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำปางและพุทธศาสนิกชนทั่วไป

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...