โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ อพยพทูตในอิรักหลัง "ทรัมป์" ขู่ถล่มอิหร่าน หากเจรจานิวเคลียร์ล่ม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 00.55 น.
สหรัฐฯไม่ไว้วางใจเรื่องความปลอดภัยในภูมิภาคตะวันออกกลาง สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทูตในอิรัก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่าน หากการเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว ขณะที่ อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯเช่นกัน

แหล่งข่าวสหรัฐฯ 3 คน และอิรัก 2 คน เปิดเผยเมื่อวานนี้ (11 มิถุนายน) ว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมอพยพเจ้าหน้าที่ทูตในสถานทูตของตนในกรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรัก เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงด้านความปลอดภัยในภูมิภาค ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯคนหนึ่ง กล่าวว่า ผู้ติดตามของทหารก็อาจเดินทางออกจากบาห์เรนด้วย

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอะไรที่กระตุ้นให้มีการตัดสินใจอพยพเจ้าหน้าที่และกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยขู่หลายครั้งว่าจะโจมตีอิหร่าน หากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านล้มเหลว และเมื่อวานนี้ เขากล่าวว่า ความมั่นใจของเขาน้อยลงเรื่อย ๆ ว่า อิหร่านจะตกลงหยุดการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ

ขณะที่ อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่าจะโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ หากการเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว ซึ่งจะนำไปสู่สงคราม

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า “กระทรวงการต่างประเทศมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด เดินทางออกนอกประเทศ แต่กองทัพสหรัฐฯ ก็พร้อมหากมีผู้ขอความช่วยเหลือ”

ส่วนเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศของอิรัก กล่าวว่า มีการยืนยันการ “อพยพบางส่วน” ของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า “อาจมีความกังวลด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดในภูมิภาค”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...