โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดหน้าเทรด M Traders กลยุทธ์ Grid คู่ Trend Following

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.55 น.
ถอดรหัส

ในโลกของการเทรดที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์หวือหวาเพื่อทำกำไรในระยะสั้น คุณเอ็ม - นิสิต น้อยแจ่ม หรือที่รู้จักกันในนาม "M Trader" Full-time Trader ที่มีประสบการณ์ในตลาดมานานกว่า 17 ปี ได้มาเปิดเผยแนวทางการลงทุนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในรายการ WEALTH X กับกลยุทธ์ "Grid Trading" ที่เขาใช้เป็นหลักในการสร้างความมั่งคั่ง โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะรวยเร็วในสภาวะปกติ แต่เป็นการสร้าง "โรงงานปั่นเงินสด" ที่แข็งแกร่ง และรอคอยการเก็บเกี่ยวผลกำไรมหาศาลในยามที่ตลาดเกิดวิกฤต

Grid Trading: "โรงงานปั่นเงินสด" ที่ทำงานจากความผันผวน

คุณเอ็มอธิบายว่าหัวใจของ Grid Trading คือการมองสินทรัพย์เป็นการลงทุนระยะยาว และเก็บเกี่ยวกำไรจาก "ความผันผวน" (Volatility) ของมัน โดยการวางโซนราคาเป็นชั้นๆ ทั้งขาขึ้นและขาลง เมื่อราคาเคลื่อนไหวก็จะเกิดการซื้อขายทำกำไร (TP) เป็นเงินสดออกมาอย่างสม่ำเสมอ

"ข้อดีของกริดคือเราได้กระแสเงินสด เหมือนเรามีโรงงานที่ปั่นเงินตลอดเวลา ซึ่งต่างจากการลงทุนแบบ VI ที่จะเห็นกำไรก็ต่อเมื่อขายสินทรัพย์ออกไป แต่กริดทำให้เรามีเงินสดในมือทุกวันเพื่อนำไปต่อยอดได้" คุณเอ็มกล่าว

บทพิสูจน์ในยามวิกฤต: กรณีศึกษาน้ำมัน 40 ล้านบาท

แม้ในสภาวะปกติตามสถิติของเขา Grid Trading จะสร้างผลตอบแทนราว 2-3% ต่อเดือน แต่กลยุทธ์นี้จะแสดงศักยภาพสูงสุดเมื่อตลาดเกิดวิกฤต คุณเอ็มได้เล่าถึงประสบการณ์ที่สร้าง "Big Shot" ให้กับเขาในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรุนแรง

"ตอนนั้นน้ำมันลงวันเดียว 15-20 เหรียญ ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่ที่ใช้ Leverage สูงล้มหายตายจากไป แต่การวางกริดของผมที่เตรียมเงินทุนไว้เต็มจำนวน ทำให้เมื่อราคาเกิด 'แก๊ป' (Gap) หรือช่องว่างของราคา ผมจึงมีเงินสดที่ไม่ได้ใช้งานเหลืออยู่ และสามารถนำเงินก้อนนั้นไปช้อนซื้อน้ำมันที่ราคาประมาณ 5 เหรียญ/บาร์เรลได้"

จากการเข้าซื้อในจุดต่ำสุด และการฟื้นตัวของราคาที่เร็วกว่าคาด ทำให้พอร์ตของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างกำไรได้ถึงเกือบ 40 ล้านบาท จากเหตุการณ์ครั้งนั้น

กุญแจสู่ความกล้าในการลงทุน

คุณเอ็มเผยปรัชญาการลงทุนที่น่าสนใจว่า เขาแบ่งพอร์ตออกเป็น 2 ส่วนหลัก

  • พอร์ตหลัก (โรงงาน/โรงพยาบาล): คือพอร์ตที่ใช้กลยุทธ์ Grid Trading กับสินทรัพย์ที่มั่นคงและผันผวนสูงอย่างทองคำและน้ำมัน ทำหน้าที่เป็น "โรงงาน" ผลิตกระแสเงินสด และเป็น "โรงพยาบาล" คอยสนับสนุนทางการเงิน

  • พอร์ตต่อยอด (Growth Portfolio): นำกระแสเงินสดจากพอร์ตหลักมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น หุ้น หรือคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อสร้างผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด

"พอเรามีโรงพยาบาลส่วนตัว เราก็จะกล้าเทรดในตลาดอื่นมากขึ้น เพราะเราไม่กลัวตาย ถ้าการลงทุนใน Bitcoin เจ๊ง ก็ไม่เป็นไร เรายังมีโรงพยาบาลคอยช่วยให้เรากลับมาสู้ใหม่ได้ นี่คือจุดได้เปรียบที่ทำให้จิตวิทยาการลงทุนของเราดีขึ้น"

กฎเหล็กของ Grid Trading สไตล์ M Trader

คุณเอ็มได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจกลยุทธ์นี้ว่า

  • เลือกสินทรัพย์ให้ถูก: ต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง (High Volatility) เพื่อให้กลยุทธ์ทำงานได้เต็มที่ เช่น ทองคำ, น้ำมัน, หรือคู่เงินบางประเภท

  • เล่นฝั่ง Long เท่านั้น: การเล่นฝั่งซื้อ (Long) ทำให้บริหารจัดการทุนได้ง่ายที่สุด เพราะความเสี่ยงสูงสุดคือสินทรัพย์มีค่าเป็นศูนย์ ซึ่งสามารถคำนวณเงินทุนที่ต้องใช้ทั้งหมดได้ ต่างจากฝั่งขาย (Short) ที่มีโอกาสขาดทุนไม่จำกัด

  • อย่าใช้ Leverage เกินตัว: หัวใจสำคัญคือการมีเงินทุนรองรับเต็มจำนวน เพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตและมีกระสุนเหลือไปช้อนซื้อของถูกได้

  • อย่ามอง Balance พอร์ต: การรันกริดจะทำให้พอร์ตมีตัวเลขติดลบ (Floating Loss) อยู่เสมอ ต้องฝึกจิตใจให้ไม่หวั่นไหว และมองที่กระแสเงินสดที่ได้รับแทน

  • มีมุมมองระยะยาว: กลยุทธ์นี้ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการรวยเร็ว แต่เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่ในตลาดอย่างยั่งยืนและสร้างความมั่งคั่งไปตลอดชีวิต

"ผมมองว่าผมจะอยู่กับตลาดโดยได้ไปเรื่อยๆ 1-3% ต่อเดือน ผมพอใจ แต่ผมจะได้เปรียบคนอื่นตรงที่มีกระแสเงินสด และมีโรงงานที่ไม่เจ๊ง ตราบใดที่ทองคำกับน้ำมันไม่กลายเป็นศูนย์" คุณเอ็มกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามแนวคิดและกลยุทธ์ของคุณเอ็ม นิสิต น้อยแจ่ม เพิ่มเติมได้ที่เพจ M Trader

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...