โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมื่อเราถาม AI ว่า US Tariffs กระทบ SET Index มากแค่ไหน

Stock2morrow

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 00.34 น. • Stock2morrow
เมื่อเราถาม AI ว่า US Tariffs กระทบ SET Index มากแค่ไหน

เมื่อเราถาม AI ว่า US Tariffs กระทบ SET Index มากแค่ไหน

ผลเป็นอย่างไร Stock2morrow จะสรุปให้ฟัง

.

ประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้ที่นักลงทุนไทยควรจับตาอย่างใกล้ชิดคือ "US Tariffs" หรือมาตรการภาษีนำเข้าที่สหรัฐอเมริกาอาจเรียกเก็บจากสินค้าไทย

ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนตลาดหุ้นไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบมีมากแค่ไหน และกระทบต่อหุ้นไทยเป็นอย่างไร วันนี้ Stock2morrow จะสรุปให้ฟัง

.

ทำไม US Tariffs ถึงสำคัญกับไทย?

สหรัฐอเมริกาถือเป็นคู่ค้าและตลาดส่งออกสำคัญของไทย สินค้าไทยจำนวนมากพึ่งพาตลาดนี้ในการสร้างรายได้ หากสหรัฐฯ ตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าไทยในอัตราที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

บทวิเคราะห์ต่างๆ ชี้ชัดว่าผลกระทบจะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับ "อัตราภาษี" ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากไทย

ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 Scenario หลักๆ แบบนี้ครับ

.

Scenario ที่ 1 : กรณีแย่ที่สุด (Worst Case Scenario) – ภาษีสูงปรี๊ด

นี่คือสถานการณ์ที่หนักที่สุดที่เราต้องเตรียมรับมือ หากสหรัฐฯ เลือกที่จะเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตราที่สูงมาก อาจสูงถึง 25% หรือ 37%

ซึ่งบทวิเคราะห์มองว่ามีความเป็นไปได้ประมาณ 30%

ในกรณีนี้เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก คาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP ในปี 2568 อาจชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด (เติบโตเพียง 0.9%)

gมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็จะลดลงตามไปด้วย คาดว่าจะเหลือประมาณ 73 บาทต่อหุ้น

ฉุดเป้าหมายของ SET Index แตะระดับ 980 จุด หรือต่ำกว่า 1,000 จุดได้เลยทีเดียว

.

Scenario ที่ 2 : กรณีฐาน (Base Case Scenario) – กลางๆ ไม่แย่มาก

นี่คือสถานการณ์ที่บทวิเคราะห์ให้โอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดถึง 60% หากการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงได้บางส่วน และมีการเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่ปานกลางประมาณ 15-20%

ในกรณีนี้เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ แต่จะชะลอตัวลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดย GDP Growth ในปี 2568 อาจอยู่ที่ประมาณ 1.4% ซึ่งยังถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีอยู่บ้าง กำไรของบริษัทจดทะเบียนอาจอยู่ที่ราว 82 บาทต่อหุ้น และ SET Index มีโอกาสที่จะประคองตัวอยู่ได้ที่ระดับ 1,280 จุด

หรืออาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเหนือ 1,000 จุดได้

ในสถานการณ์นี้ ตลาดอาจมีการรับรู้ข่าวร้ายไปบ้างแล้วและมูลค่าหุ้นไทยก็ไม่ได้แพงมากนัก

อาจมีการย้ายฐานการผลิตหรือการส่งออกสินค้าบางประเภทจากจีนมาไทยได้บ้าง แต่ผลกระทบเชิงบวกอาจมีจำกัด

.

Scenario ที่ 3 : กรณีดีที่สุด (Best Case Scenario) – ฟ้าเปิดทาง

สถานการณ์นี้มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด ประมาณ 10% หากไทยสามารถเจรจาลดภาษีลงได้สำเร็จ หรือสหรัฐฯ ตัดสินใจเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำมาก หรืออาจไม่เก็บเลบ

ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ อาจยกเลิกภาษีโดยคำสั่งศาลในปลายปี 2568 นี้

หากเป็นเช่นนั้น เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจำกัด และอาจเติบโตได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมที่รัฐบาลตั้งไว้ หรือประมาณ 1.8%

กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาอยู่ในระดับที่ดีขึ้นที่ 87 บาทต่อหุ้น และ SET Index มีโอกาสที่จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง

อาจกลับไปแตะระดับ 1,360 จุดได้อีกครั้งเลยทีเดียว

.

สุดท้าย เราต้องไม่ลืมว่าไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ "ความผันผวน" ในตลาดหุ้นไทยจะยังคงอยู่

นักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการลงทุนหรือย้ายเงินทุนไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เช่น เวียดนามหรืออินเดีย

นอกจากนี้ การปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยนักวิเคราะห์ก็เป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจ

รัฐบาลไทยกำลังเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด และอาจมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดต่อไป

สำหรับนักลงทุน การเลือกหุ้นในช่วงนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ บทวิเคราะห์แนะนำให้มองหาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการจ่ายเงินปันผลดี (Dividend play), หุ้นที่ยังสามารถทำกำไรได้ดีในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Earnings play) หรือหุ้นที่มีธุรกิจในระดับโลกที่ไม่ได้พึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ มากนัก (Global play)

#Stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน #สหรัฐอเมริกา #ประเทศไทย #เศรษฐกิจ #การลงทุน #การเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...