โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ใส่ใจ 15 สัญญาณร่างกายฟ้องขาด ‘ธาตุเหล็ก’

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 21.34 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
ภาวะขาดธาตุเหล็กเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้มากพอๆกับโรคฮิตประเภทอื่น ส่งผลกระทบให้เกิดโรคโลหิตจางหรือมีอาการผิดปกติต่างๆ

ธาตุเหล็กถือเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาพของผู้หญิง หากร่างกายขาดแร่ธาตุดังกล่าว จะส่งผลกระทบ ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีอาการผิดปกติต่างๆ

“โรงพยาบาลราชวิถี” บอกเล่าเกร็ดความรู้เรื่องภาวะขาดธาตุเหล็ก ว่า เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้มากพอๆกับโรคฮิตประเภทอื่น ทั้งนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงและคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ ธาตุเหล็กมีความสำคัญกับเพศหญิง เพราะผู้หญิงมีโอกาสสูญเสียธาตุเหล็กในร่างกายมากกว่าผู้ชาย อีกทั้งการมีประจำเดือน ซึ่งเฉลี่ยแล้วต่อเดือน ผู้หญิงจะเสียเลือดส่วนนี้ไปประมาณ 50 มิลลิลิตร หรือเท่ากับสูญเสียธาตุเหล็กไปประมาณ 15-30 มิลลิกรัมต่อเดือน และอาจมีแนวโน้มสูญเสียธาตุเหล็กมากขึ้น หากสาวๆไม่บริโภคเนื้อสัตว์ หรือในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร ร่างกายก็ต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย

ร่างกายต้องการ “ธาตุเหล็ก” มากขนาดไหน

สำหรับผู้หญิงในวัย 15-50 ปี ควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับธาตุเหล็กให้ได้วันละ 10 มิลลิกรัม ก็เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ควรไปตรวจวัดปริมาณธาตุเหล็กในร่างกาย เพราะหากไม่ใช่ผู้ที่ขาดธาตุเหล็กอยู่แล้ว การรับประทานธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่มอาจทำให้ร่างกายกำจัดธาตุเหล็กออกไปไม่หมด และส่งผลเสียต่อการทำงานของตับได้

เช็ก 15 สัญญาณของร่างกายที่ฟ้องว่าขาดธาตุเหล็ก

1.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกเหมือนหมดแรง เหนื่อยใจ เพราะเลือดไม่มีธาตุเหล็กเพียงพอจะสูบฉีดให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า

2.ลิ้นอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อ

3.ลิ้นบวม ตุ่มบริเวณลิ้นหายไป ลิ้นเกลี้ยงเกลามากขึ้น แต่อาจทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก แปรงฟันลำบาก หรือหากลิ้นบวมหนักมาก อาจพูดไม่ชัดได้

4.ประสิทธิภาพของสมองลดลง มีอาการเหม่อลอยบ่อยขึ้น เนื่องจากออกซิเจนในเลือดน้อยเพราภาวะขาดธาตุเหล็ก

5.ตัวซีด เปลือกตาด้านในซีด บ่งบอกสภาวะโลหิตจาง

6.ริมฝีปากแห้งแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณมุมปาก และอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย จนบางครั้งไม่สามารถอ้าปากกว้างๆ ได้ มีความลำบากในเวลากินอาหาร ตอนยิ้ม หรือแม้กระทั่งตอนเปล่งเสียง

7.ร่างกายไวต่อเชื้อโรค มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย

8.มีอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Leg Syndrome) ต้องสั่นขา เขย่าขาตลอดเวลา เพราะรู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่ขา หรือไม่สั่นขาจะนั่งไม่สบาย

9.หน้ามืด วิงเวียน โดยเฉพาะเมื่อเดินขึ้นบันได ขึ้นลิฟต์ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวหนัก ๆ

10.หายใจติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะขณะทำกิจกรรมบางอย่างที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ

11.ปวดศีรษะ หนัก ๆ หัว เหมือนสมองไม่โปร่งใส รู้สึกขาดสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

12.เบื่ออาหาร รู้สึกอยากกินอาหารรสชาติแปลก ๆ เช่น อยากกินดิน อยากกินน้ำแข็ง เป็นต้น

13.มีดอกเล็บขึ้น เล็บเป็นรูปช้อน หรือหนังเล็บลอก

14.มือเย็น เท้าเย็น

15.ใจสั่นได้ง่าย แม้จะแค่เดินในระยะใกล้ๆ หรือวิ่งระยะสั้นๆ

หากพบว่าตัวเองมีอาการตรงกับอาการดังกล่าวหลายข้อ ควรไปพบแพทย์เพื่อวัดระดับธาตุเหล็กในร่างกาย หรืออาจเช็กง่ายๆ จากการไปบริจาคเลือดก็ได้ แต่หากแน่ใจจริงๆว่าร่างกายกำลังเรียกร้องการเติมธาตุเหล็ก สามารถรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กได้ตามนี้

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

-เนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเนื้อแดง

-เลือด

-ตับ

-เครื่องในสัตว์

-ธัญพืช เช่น ซีเรียล ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี

-แป้ง

-ไข่แดง

-อาหารทะเล

-ปลา

-เป็ด

-ไก่

-ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

-ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม อาหารบางประเภทอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกายได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์นม ถั่วเหลือง ข้าวไม่ขัดสี ชา กาแฟ ซึ่งถ้าต้องการธาตุเหล็ก ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ไว้ด้วย

ส่วนอาหารที่ช่วยเสริมการดูดซึมธาตุเหล็ก คือ อาหารอุดมวิตามินซี อาทิ ส้ม ฝรั่ง มะละกอ สตรอเบอร์รี ส้มโอ กีวี ซึ่งควรรับประทานอาหารเหล่านี้ระหว่างรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กเข้าไปใช้ได้อย่างสะดวกขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...