โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สองแม่ลูกกินไม่ได้นอนไม่หลับ ที่ดินถูกขายทอดตลาด ทั้งที่ชำระหนี้ธนาคารแล้ว!

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 20.23 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 13.23 น. • เดลินิวส์
แม่กับลูกสาวหอบหลักฐานขึ้นสภ.ประจันตคาม แจ้งตร.ที่ดินเกือบ 5 ไร่ ถูกบริษัทสินทรัพย์แห่งหนึ่งขายทอดตลาด ทั้งที่ชำระหนี้ธนาคาร 2.5 แสนบาทแล้ว คาใจทำไมเป็นแบบนี้ วอนให้ความกระจ่าง

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นางสาวธนัฏฐา สง่าเมือง วัย 57 ปี พร้อมด้วยลูกสาว ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี และเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อมวลชนด้วยน้ำตา หลังพบว่า โฉนดที่ดินเกือบ 5 ไร่ของตนเองถูกธนาคารแห่งหนึ่งยึดและนำออกขายทอดตลาดไปแล้ว ทั้งที่ได้ชำระหนี้ไปแล้วเป็นจำนวน 250,000 บาทตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

นางสาวณัฐพร ยอดศรี ลูกสาวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนมีหลักฐานการชำระเงินที่ทำธุรกรรมผ่านธนาคารเมื่อวันที่ 25 เม.ย.68 อย่างครบถ้วน แต่กลับพบว่าทรัพย์สินดังกล่าวถูกขายทอดตลาดไปให้บุคคลที่สามในราคา 535,000 บาท เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68 และมีการโอนกรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.68 ทำให้เกิดความเสียหายและความคลางแคลงใจอย่างหนักต่อการดำเนินงานของธนาคาร

นางสาวธนัฏฐา ผู้เป็นแม่ เล่าว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นชื่อของลูกสาว โดยได้นำไปจำนองกับธนาคาร ต่อมาเมื่อได้รับหนังสือจากกรมบังคับคดีแจ้งเรื่องหนี้สิน ตนได้ไปที่กรมบังคับคดีซึ่งแจ้งว่าต้องใช้เงิน 190,000 บาท แต่ไม่ได้เตรียมเงินไป จึงกลับไปคุยกับธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยธนาคารแนะนำให้โอนเงินเข้าบัญชี 3,000 บาทเพื่อรอการปรับโครงสร้างหนี้ และจะติดต่อกลับไป

แต่หลังจากรอการติดต่ออยู่นานด้วยความร้อนใจ เพราะที่ดินมีหลายไร่ จึงได้นำเงินไปที่ธนาคารอีกครั้งเพื่อจะไถ่ถอนที่ดินคืน แต่ทางธนาคารแจ้งว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากได้ขายทรัพย์ให้กับบริษัทสินทรัพย์แห่งหนึ่งไปแล้ว โดยธนาคารได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทสินทรัพย์นั้นมาจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะติดต่อได้สำเร็จ

นางสาวธนัฏฐา เล่าต่อว่า หลังจากคุยกับบริษัทฯ เพื่อขอไถ่ที่ดินคืนด้วยเงินสด ทางบริษัทฯ แจ้งยอด 290,000 บาท ตนจึงขอประนอมหนี้เนื่องจากมีเงินเพียง 150,000 บาท บริษัทฯ ตกลงประนอมหนี้ให้ในราคา 250,000 บาท และให้ลูกสาวเซ็นยินยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่นอกเหนือจากยอดนี้ทั้งหมด โดยบริษัทฯ ยืนยันว่าจะไม่โกง และให้เลือกชำระเงินที่ธนาคารสาขาใดก็ได้ ซึ่งตนเลือกชำระที่สาขาประจันตคามเมื่อวันที่ 25 เม.ย.68 โดยมีหลักฐานการชำระเงินจากธนาคาร ในตอนแรกไม่ได้สังเกตว่าผู้รับเงินคือบริษัทฯ

หลังโอนเงินครบ 250,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งให้รอการติดต่อกลับเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืน และให้เตรียมเงินค่าธรรมเนียมไว้ 15,000-20,000 บาท แต่เมื่อรอการติดต่อและมีการพูดคุยทางไลน์ตลอด ทางตนเริ่มสงสัยว่าทำไมเรื่องเงียบไป จึงให้เพื่อนลูกสาวตรวจสอบในอินเทอร์เน็ต และพบว่าที่ดินแปลงนี้ถูกขายทอดตลาดไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68 ทั้งที่ชำระหนี้ไปตั้งแต่ 25 เม.ย. ซึ่งห่างกันเกือบ 2 เดือน

เมื่อติดต่อผู้ที่ซื้อที่ดินไปก็ได้รับแจ้งว่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.68 จึงเกิดความสงสัยอย่างมากว่า เมื่อตนได้ชำระเงินไปแล้ว 250,000 บาท ทำไมถึงยังไม่ได้ที่ดินคืน และเงินก็ไม่ได้คืน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกโกงและยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ระหว่างธนาคารกับบริษัทฯ

ก่อนหน้านี้เมื่อได้รับเอกสารแจ้งการขาย ตนได้ส่งหลักฐานการชำระเงินไปสอบถามทางไลน์ว่าเหตุใดจึงยังมีการขายที่ดินทั้งที่ได้ชำระหนี้แล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าได้แจ้งไปยังบริษัทฯ แล้ว จึงตั้งคำถามว่า "ทำไมธนาคารถึงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้?"

นางสาวธนัฏฐา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนร้อนใจมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ และอยากได้ที่ดินคืน จึงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาให้ความกระจ่างและตรวจสอบกรณีนี้โดยด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...