โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CBG เด้ง 2% โบรกชี้กำไร Q2 แตะ 762 ล้านบาท รับยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (17 ก.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ณ เวลา 10:19 น. อยู่ที่ระดับ 55.75 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 2.29% สูงสุดที่ระดับ 56.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 54.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25.33 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุผ่านบทวิเคราะห์ประมาณการกำไรหลักไตรมาส 2/68 ของ CBG จะเติบโต 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 762 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขาย 13% จากปีก่อนเป็น 5.6 พันล้านบาท และมียอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 25% จากปีก่อนเป็น 1.7 พันล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ 1.2% จากปีก่อนเป็น 25.1% ยอดขายจากการจัดจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นเหล้าขาว เติบโต 25% จากปีก่อนเป็น 2.2 พันล้านบาท ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากความนิยมของเหล้าขาว

มีเพียงยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศเท่านั้น ที่ลดลง 2.4% จากปีก่อนเป็น 1.4 พันล้านบาท เนื่องจากความอ่อนแอของยอดขายในกลุ่ม CLMV ซึ่งฝ่ายนักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1% เป็น 1.32 พันล้านบาท เนื่องจากยอดขายในกัมพูชาลดลงประมาณ 10% จากปีก่อน จากการปิดพรมแดนกัมพูชา หลังจากนั้นสินค้าถูกจัดส่งทางทะเลแทน

อีกทั้ง ฝ่ายนักวิเคราะห์เชื่อว่าความล่าช้าในการขาย จะส่งผลดีต่อยอดขายในไตรมาส 3/68 ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นอาจลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อนเป็น 27.1% จากภาษีน้ำตาลที่สูงขึ้นเนื่องจากอัตราภาษีน้ำตาลใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 68 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง 0.2% จากปีก่อนเป็น 20.8% เนื่องจากการประหยัดต่อขนาดจากการเติบโตของยอดขายที่ดี โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 97 บาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุผ่านบทวิเคราะห์ถึง CBG แนวโน้มกำไตรมาส 2/68 อาจต่ำกว่าที่เคยคาดเล็กน้อยเพราะถูกกระทบจากการปิดด่านไทย-กัมพูชาในเดือน มิ.ย.68 โดยอาจทำให้รายได้กัมพูชาไตรมาส 2/68 ปรับลดลง 10% จากไตรมาสก่อนและลดลง 15% จากปีก่อนหน้าผิดไปจากเดิมที่คาดเติบโต เพราะปัญหาการปิดด่านทำให้มีคำสั่งซื้อบางส่วนจัดส่งไม่ทัน

จากปัจจัยดังกล่าว จึงคาดกำไรไตรมาส 2/68 อยู่ที่ราว 801 ล้านบาท (เดิมคาดไว้ 828 ล้านบาท) แต่ยังเป็นกำไรที่โต 5% จากไตรมาสก่อนและ 16% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ปัจจุบัน CBG ได้เปลี่ยนมาขนส่งสินค้าเข้ากัมพูชาผ่านทางเรือและคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจะมาอยู่ในไตรมาส 3/68 บริษัทจึงปรับเพิ่มเป้ารายได้กัมพูชาในไตรมาส 3/68 ขึ้นเป็นเติบโต 10% จากไตรมาสก่อนเดิมคาดโต 5% จากไตรมาสก่อนแม้มีอุปสรรคด้านขนส่ง แต่ภาพรวม Demand ในกัมพูชายังปกติ ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเร่งการก่อสร้างโรงงานและย้ายเครื่องจักรจากไทยไปกัมพูชา โดยเลื่อนแผนการ commercial run เร็วขึ้น 1 เดือน เป็น ธ.ค. 68 ขณะที่บริษัทยังให้แนวโน้มครึ่งปีหลัง จะดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก แต่ฝ่ายนักวิเคราะห์มีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น โดยต้องติดตาม 2 ประเด็น คือ

1.) ส่วนแบ่งการตลาดเดือน พ.ค. ที่ลดลง 0.6% เมื่อเทียบระหว่างเดือนมาอยู่ที่ 25.1% ต่ำกว่าเป้าสิ้นปี 68 ที่ 29% พอควร แม้บริษัทอาจปรับลดเป้าเป็น 27% แต่ก็ยังท้าทายในมุมของเรา

2.) หากสถานการณ์กัมพูชายืดเยื้อ อาจทำให้รายได้ครึ่งปีหลัง ต่ำกว่าเป้าก็เป็นได้ ทั้งยี้ยังต้องติดตามต่อไป เพราะทั้ง 2 ประเด็นเป็น downside ต่อประมาณการของเราแนะนำเก็งกำไร

นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ โดยคาดว่าในไตรมาส 2/68 CBG จะมีผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 21.6% จากปีก่อน เป็น 840 ล้านบาทจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เพิ่มขึ้น 30% และรายได้จากการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเบียร์ที่เติบโตแข็งแกร่ง

ซึ่งรายได้ที่เติบโตสูงเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว จากการลดสต็อกของผู้จัดจำหน่ายนอกจากนี้ คาดว่า CBG จะมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 40.3% แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีน้ำตาลในเดือนเม.ย. 68 เนื่องจากต้นทุนการผลิตลดลงและ operating leverage เพิ่มขึ้นตามปริมาณขาย

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ขณะที่ธุรกิจในประเทศยังมีแนวโน้มดี แต่ธุรกิจในต่างประเทศมีทิศทางแตกต่างกัน โดยประมาณการว่ายอดส่งออกในไตรมาส 2/68 จะลดลง 4% yoy นำโดยยอดขายในกัมพูชาที่ลดลง เนื่องจากมีการจำกัดการขายรอบสถานศึกษาและปัญหาข้อพิพาทชายแดน แต่ยอดขายในเมียนมากำลังอยู่ในขาขึ้นและน่าจะเติบโต 10% yoy ก่อนที่โรงงานใหม่จะเปิดเชิงพาณิชย์ในเดือนก.ค. 68

อย่างไรก็ตาม มองว่ากำลังการผลิตในประเทศพม่าที่มีอยู่จำกัด ซึ่งทำให้ยังต้องพึ่งพิงการส่งออกจากไทยอาจจำกัด upside ในระยะสั้น ดังนั้น จึงประมาณการว่ายอดขายในต่างประเทศจะเติบโตเพียง 5-6% ในปี 69-70

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ปรับประมาณการ EPS ของ CBG ลง 3.4-4.3% ในปี 68-70 หลังเห็นสัญญาณที่ชี้ว่าตลาดในประเทศใกล้จะเติบโตเต็มที่แล้ว และปัจจัยลบที่ส่งผลต่อยอดขายในกัมพูชา โดยข้อได้เปรียบด้านราคาของเครื่องดื่มคาราบาวแดงค่อยๆ ลดลงหลัง OSP เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังราคา 10 บาท ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งตลาดของคาราบาวแดงทรงตัวมาตั้งแต่ไตรมาส 4/67 นอกจากนี้ แม้รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายจะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ธุรกิจนี้มี margin ต่ำจึงส่งผลดีต่อกำไรค่อนข้างน้อย

ดังนั้น การที่ธุรกิจ margin สูงเติบโตลดลง ในขณะที่ธุรกิจ margin ต่ำขยายตัว ทำให้เชื่อว่ากำไรสุทธิของ CBG อาจเติบโตสูงกว่านี้ได้จำกัด หลังจากปี 68

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า CBG จะเปลี่ยนเป็นหุ้นปันผลคุณภาพสูง เนื่องจากงบลงทุนน่าจะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากปี 69 และบริษัทยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในเร็วๆนี้ ซึ่งเมื่อรวมกับงบดุลและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งบริษัทมีความจำเป็นในการลงทุนไม่มาก จึงประมาณการว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปี 69 และอาจแตะ 90-100% ตั้งแต่ปี 70 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในปี 68 เป็น 6.2% ในปี 70

ยังแนะนำ “ซื้อ” CBG แต่ปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 69.50 บาท ซึ่งจะเท่ากับ P/E 20 เท่า ในปี 69 และอัตรา ผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.0% ทั้งนี้เชื่อว่าการลงทุนใน CBG มีผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยง โดยบริษัทน่าจะมีกำไรเติบโตดีในระยะสั้นและรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว อย่างไรก็ตาม CBG จะมี downside risk หากผลการดำเนินงานในกัมพูชายังอ่อนตัวและ margin ถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนปัจจัยบวกคือการริเริ่มโครงการเพื่อการเติบโต/การซื้อกิจการและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเร็วกว่าคาดในเมียนมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...