โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนวรบ “บุฟเฟต์” เดือด! บิ๊กเนมชิงแชร์ “สุกี้-ชาบู” 2.3 หมื่นล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 19.13 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 20.00 น.

เดือดกว่าน้ำซุปในหม้อ! สถานการณ์ตลาดร้านอาหารประเภทชาบูและสุกี้ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้น โดยเฉพาะการหันมาทำโปรโมชั่นลดราคาหรือปรับรูปแบบ “บุฟเฟต์” ที่เน้น “ราคาคุ้มค่า” เพื่อช่วงชิงลูกค้า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ค่อนข้างเปราะบาง การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงก่อให้เกิด “สงครามราคา” แบบคาดไม่ถึง

เมื่อผู้เล่นหลัก อย่าง “MK” ภายใต้บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% เมื่อต้องกำลังเผชิญโจทย์หินมาหลายปี สะท้อนจากการเดินหมากของทายาท หลัง “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” กุนซือหลักพักรบ ประกาศส่งไม้ต่ออย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายปี 2567 ทิศทางธุรกิจเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับการเดินเกม “บุฟเฟต์” เป็นครั้งแรก รวมไปถึงการบุกตลาดรีเทล ทั้งน้ำจิ้มเอ็มเค ชุดผักเอ็มเค

โดยเอ็มเค ทดลองเดินหน้า “โปรโมชันบุฟเฟต์ 299 บาท” ซึ่งเป็นความพยายามที่จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าของผู้บริโภค แต่กลับพบว่า กระแสตอบรับจากฝั่งผู้บริโภคไม่ได้เป็นไปในทิศทางบวกมากนัก ความท้าทายของเอ็มเคที่ถูกมองจากผู้บริโภคคือ เรื่องราคาและคุณภาพสินค้าที่ยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับตัวเลือกในตลาด

นอกจากนี้ ความไม่พร้อมของส่วนงานโอเปอเรชันหลังบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างผลสะเทือนจนเกิดเป็นความเห็นเชิงลบมากกว่าที่ควรจะเป็น เช่น ปัญหาการจัดการคิว ความรวดเร็วในการเสิร์ฟ หรือมาตรฐานบริการที่อาจยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควรในโมเดลบุฟเฟต์ แม้ “MK” จะมีรากฐานที่แข็งแกร่งและพยายามปรับตัวเพื่อรักษาบัลลังก์ แต่การก้าวเข้าสู่สมรภูมิบุฟเฟต์อย่างเต็มตัว จำเป็นต้องอาศัยการทำการบ้านอย่างหนักในเรื่องความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

แต่ผลลัพธ์ของโปร “อิ่มไม่อั้น” ที่ MK ได้รับ คือ ลูกค้าหน้าใหม่ สายบุฟเฟต์ ที่ช่วยดันยอดขายเอ็มเคเพิ่มขึ้นถึง 49% ภายในเวลาเพียง 4 วัน ในร้านสาขาที่จัดโปรโมชั่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในแบรนด์ MK สุกี้ที่ไม่เพียงแต่รักษามาตรฐานการบริการและคุณภาพ แต่ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

การเปิดโปรโมชั่นนี้ไม่เพียงแค่เพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นสัญญาณว่า MK พร้อมที่จะขยายกลยุทธ์ในตลาดบุฟเฟต์อย่างต่อเนื่อง แบรนด์นี้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จในตลาดบุฟเฟต์ได้ เพราะทั้งคุณภาพและมาตรฐานการบริการที่เหนือกว่า ทำให้ MK สุกี้มีแนวโน้มที่จะขยายผลในรูปแบบบุฟเฟต์ใหม่ๆ ที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ “สุกี้ตี๋น้อย” ถูกยกให้เป็นคู่เทียบที่ท้าทายเชนเจ้าตลาดมาโดยตลอด ด้วยกลยุทธ์บุฟเฟต์ในราคาที่เอื้อมถึง ผู้บุกเบิกตลาดบุฟเฟต์สุกี้ในราคาที่คุ้มค่าได้สร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เน้นทำเลแบบสแตนด์อะโลน ที่มีต้นทุนต่ำกว่า และเปิดให้บริการช่วงดึก ตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้มีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจนแตะ 7,000 ล้านบาทในปี 2567 ก็คัมแบคกลับมาทำโปรบุฟเฟต์ 199 บาท โดยให้เหตุผลว่า เพื่อฉลองครบ 1 ล้านผู้ติดตาม พร้อมกับเครื่องดื่มรีฟิลฟรี ในราคา 213 บาท

เมื่อตลาดสุกี้-ชาบู ที่มีมูลค่ารวมกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ห่ำหั่นกันด้วย“สงครามราคา” แบรนด์อื่นย่อมได้รับผลกระทบ และต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดย “ไพศาล อ่าวสถาพร” ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า การแข่งขันแบบนี้ “ไม่เฮลท์ตี้” อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว กลยุทธ์สำคัญคือ การรักษา “จุดแข็งและเอกลักษณ์” เพื่อยืนหยัดในตลาด

“ไพศาล” บอกว่า แม้ภาพรวมตลาดร้านอาหารในปีนี้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ชาบูชิ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญและทำรายได้กว่า 80% ให้กับกลุ่มร้านอาหารของโออิชิ โฮลดิ้ง ยังคงแข็งแกร่ง และปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

“เหตุผลที่ชาบูชิไม่เข้าร่วมการแข่งขันด้านราคาอย่างเต็มตัวว่า การที่แบรนด์จะอยู่รอดได้นานนั้นต้องมี “อะไรดี” และที่ชาบูชิอยู่มาได้นานก็เพราะมีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่ชัดเจน “เกมการตลาดเป็นเกมของแบรนด์ เรามองว่าราคากับแบรนด์โพสิชั่นนิ่งต้องไปด้วยกัน” การมี Brand Positioning ที่ชัดเจน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาบูชิ ถ้าผมเป็นร้านอาหารในโรงแรมแล้วผมจะขายราคาแบบฟู้ดคอร์ท ผมจะรอดหรือเปล่า”

แม้จะมองว่าสงครามราคาเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในระยะสั้น“การแข่งขันแบบนี้อาจจะไม่ยั่งยืน” สำหรับธุรกิจในระยะยาว การมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติที่หลากหลาย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ชาบูชิเลือกใช้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดหม้อร้อนที่ดุเดือดนี้

อีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตาอย่างยิ่งในสมรภูมิร้านอาหารประเภทสุกี้บุฟเฟต์ สำหรับ “ลัคกี้สุกี้” ภายใต้การดำเนินงานของ “บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด” ม้ามืดเขย่าตลาดสุกี้ในไทย โชว์ฟอร์มดีเปิดมา 3 ปี โกยรายได้พันล้าน มั่นใน ปี 2568 ยอดขายโต 100%

“รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดสุกี้ในประเทศไทย ประกอบกับเศรษฐกิจที่ซบเซา เราเห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

แม้จะอยู่ในสงครามแดงเดือด เพราะผู้บริโภคจะต้องการในสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ ลัคกี้ และจากความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์แล้วว่าลัคกี้มีวันนี้ได้ด้วยการตั้งต้นจากคำว่า “ลูกค้า” โดยในปี 2568 เรามีชาเลนจ์ที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้รักเราเหมือนเดิม ในขณะที่ฐานลูกค้าใหม่ ก็ยังต้องเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แข่งดุ แข่งแรงแบบนี้ คงต้องจับตาตลาดสุกี้-ชาบูต่อไปว่าจะฮอท ยาวนานแค่ไหน และใครที่จะยืนหยัดในตลาดต่อไปได้

หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,109 วันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...