โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนโรคผื่นกุหลาบเสี่ยงต่อการแท้งบุตร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น.
กรมการแพทย์เตือนโรคผื่นกุหลาบเสี่ยงต่อการแท้งบุตร

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนอันตรายของโรคผื่นกุหลาบ โดยเฉพาะในคุณตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อการแท้งบุตรได้ โดยระบุว่า

โรคผื่นกุหลาบ เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง มักจะมีขนาดใหญ่ จำนวน 1 ผื่น ลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรีสีแดง มีขุยบริเวณขอบ จะปรากฏขึ้นก่อนผื่นอื่น ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ในผู้ใหญ่ หรือ 4 วันในเด็ก

โรคผื่นกุหลาบ มีความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ ที่นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย

สำหรับแนวทางการรักษาในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีผื่นกระจายจำนวนมาก มีรายงานว่า การให้ยาต้านไวรัส (Acyclovir) สามารถช่วยให้โรคสงบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โรคผื่นกุหลาบ พบมากในหน้าฝน

ผื่นกุหลาบ สามารถพบได้ตลอดทั้งปี โดยส่วนใหญ่มักพบบ่อยในช่วงฤดูหนาว และฤดูฝน เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ยิ่งใครที่มีผิวค่อนข้างแห้งจะยิ่งมีอาการคันมากขึ้น

อาจกล่าวได้ว่า ความเครียด และอากาศที่หนาวเย็นที่ส่งผลให้ผิวแห้ง สามารถเป็นปัจจัยให้เกิดอาการกำเริบและคันอย่างรุนแรงในผู้ป่วยผื่นกลีบกุหลาบได้

ผื่นกุหลาบไม่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และพบโอกาสในการเป็นซ้ำนั้นมีน้อย หากสงสัยว่าจะเป็นผื่นกลีบกุหลาบ แนะนำให้มาปรึกษาพบแพทย์ เพราะถ้าหากรักษาผิดวิธี อาจทำให้เกิดอาการคันรุนแรง

และอาจมีจุดสีน้ำตาลเกิดขึ้นได้หลังอาการผื่นหายดีแล้ว นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคผื่นกุหลาบจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคเซ็บเดิร์ม โรคสิว และรังแค สูงกว่าคนทั่วไป และยังพบว่ามักมีการกำเริบของผื่นมากขึ้นในผู้ที่มีความเครียดสูงด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...