Business Today Thai Politics 1 กรกฎาคม 2568
“แพทองธาร” เปิดใจน้อมรับมติศาลรธน. ยันทำเพื่อชาติ
วันนี้ (1 ก.ค.68) เวลา 14.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงเปิดใจหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวว่า ผลคําวินิจฉัยออกมาแล้วก็ขอน้อมรับคําพิจารณาของศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ว่ามีเวลาประมาณ 15 วัน ที่ชี้แจง ก็จะทําให้เต็มที่ ในการที่จะบอกความตั้งใจที่แท้จริงว่า เรื่องของคลิปเสียงที่หลุดออกมาว่าความตั้งใจเจตนาจริงๆ เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตั้งใจทําเพื่อประเทศชาติเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของเรา เพื่อรักษาไว้ ซึ่งชีวิตของกองทัพของทหารทุกคน เพื่อสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในประเทศของเรา ดิฉันมั่นใจในสิ่งนี้มากๆ
“แต่วิธีการที่ดิฉันทําอาจจะถูกใจและไม่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่ยังไงก็ตามดิฉันก็พยายามจะพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ว่ามันเป็นความตั้งใจ เป็นความพยายาม เกิน 100% ที่จะทําเพื่อประเทศชาติจริงๆ”นางสาวแพทองธาร กล่าว
นางสาวแพทองธาร กล่าวด้วยว่า เจตนาไม่มีอยากได้อะไรของตัวเองเลย แล้วก็คิดอย่างเดียวว่าทํายังไงที่จะไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ทํายังไงที่จะไม่ต้องสู้รบกันทางทหาร ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เพราะก็คงรับไม่ได้ถ้าพูดอะไรกับทางผู้นําและทําให้เกิดผลเสีย เกิดการทะเลาะ หรือเกิดการโกรธเคือง อันนั้นก็เป็นความตั้งใจจริงจริง
“ถ้าถ้าลองฟังดูจริงๆ ก็จะเข้าใจว่าไม่ได้ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ตั้งใจ แล้วก็จะใช้เวลาที่สามารถชี้แจงได้ให้ได้อย่างครบถ้วน”
นางสาวแพทองธาร กล่าวด้วยว่า ต้องขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ส่งกำลังใจตั้งแต่เมื่อคืนก็มีคนส่งกำลังใจมา แล้วก็ต้องขอโทษพี่น้องคนไทยทุกๆ คนที่รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ หรือรู้สึกโกรธเคือง ขอยืนยันอีกครั้งว่าตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติจริงจริง ก็ต้องขอโทษในวิธีการ ถ้าไม่ถูกใจใครหลายๆ คน
“แน่นอนว่าหลังจากนี้ ช่วงที่หยุดปฎิบัติหน้าที่ ดิฉันเองก็ยังทำเพื่อประเทศชาติได้ต่อไป ในฐานะคนไทยคนหนึ่งแน่นอน แล้วก็ยังมีแรงกายแรงใจ เต็มครบ 100% พร้อมที่จะทำงานต่อ ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม อยู่ในฐานะไหนก็ตามก็ยังเป็นคนไทยคนหนึ่งเหมือนเดิม แล้วก็พร้อมทำเพื่อประเทศชาติ เต็มที่ทุกนาที ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกท่านอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศได้รอรายงานสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลจำนวนมาก โดยภายหลังการแถลงข่าวน้อมรับมติศาลรัฐธรรมนูญแล้ว นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพิ่มเติม แต่เดินทางขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้าทางด้านข้าง เพื่อไปนั่งรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
ทั้งนี้ในระหว่างที่รถยนต์นายกฯ กำลังขับลงจากตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯ ก็ได้เปิดกระจกรถ และโบกมือให้กับผู้สื่อข่าว ก่อนที่รถยนต์จะออกไปจากทำเนียบรัฐบาลทางประตูด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทันที
‘สุริยะ’ แจงเหตุ ‘พงศ์กวิน’ ได้เก้าอี้ รมว.แรงงาน นายกฯเห็นผลงาน
วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลานชาย ได้รับการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นรมว.แรงงาน ว่า การพิจารณารัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทยเป็นอำนาจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ซึ่งนายพงศ์กวินก็เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารพรรค ซึ่งนายกฯก็คงจะเห็นว่ามีผลงานเรื่องการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียถึงประชาชน รวมถึงการทำหน้าที่ดูแลสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) อยู่ตลอดเวลา
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า เมื่อโปรดเกล้า ฯ แล้ว รัฐมนตรีทุกคนต้องทุ่มเททำงานเพื่อแก้ปัญหาในกระทรวงตัวเอง เพราะขณะนี้มีปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา จึงต้องเร่งสร้างผลงานจะนิ่งดูดายไม่ได้ ซึ่งนายพงศ์กวินต้องทำตามแนวทางนี้เช่นกัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสิทธิคุ้มครองแรงงานให้ได้สวัสดิการที่ดี เพื่อจะได้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน ซึ่งตนก็จะให้คำปรึกษานายพงศ์กวินในฐานะที่เป็นหลาน
“สรวงศ์” มั่นใจ ครม.ใหม่มีความสามารถ ทำงานต่อได้ไม่สะดุด
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษกับ ครม. ชุดเก่า โดยเป็นไปตามวาระงานและวันนี้ก็มีรัฐมนตรีหลายคนไม่ได้เข้า อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.กลาโหม พี่เพิ่งได้รับโปรดเกล้าให้เป็น รมว.มหาดไทย
ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมพิจารณา กรณีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรีนั้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ และถือเป็นหน้าที่ของศาลที่จะพิจารณา ผลออกมาอย่างไรก็ว่าตามนั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับอะไร และเห็นว่าเรื่องนี้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ไว้ คือเป็นไปตามอำนาจศาล ก็ต้องรอ
ส่วนหน้าตา ครม. ใหม่นั้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า การทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งก็ดูเรื่องความสามารถเฉพาะตัว และความสามารถในการปฏิบัติงานในอนาคตซึ่งเชื่อว่าทำงานต่อไปได้ไม่มีปัญหา สะดุดและความจริงแล้วการเมืองก็เป็นเช่นนี้ มีขึ้นมีลง เดี๋ยวค่อยว่ากัน
สำหรับเสียงส.ส.ในสภาที่ปริ่มน้ำขณะนี้จะมีผลต่อการทำงานหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเหนียวแน่น ในสภาก็ทำหน้าที่กันไปซึ่งตนในฐานะที่เป็น สส.เขตด้วย หลังจากนี้คงต้องหอบงานไปทำที่สภาในวันที่มีการประชุม
เมื่อถามว่าแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทย ลดลงแล้วหรือยัง นายสรวงศ์ ย้ำว่า ความจริงแล้วไม่มี มีแต่การพูดคุยให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี
ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว ก็เป็นเรื่องของกลุ่มที่เห็นต่าง ทำหน้าที่ของตัวเอง ตราบใดที่อยู่ในความสงบ และไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ถือ เราก็ยอมรับในความเห็นต่าง พร้อมย้ำว่าข้อเสนอที่เสนอมา รัฐบาลเห็นต่าง และยอมรับว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด อีกทั้งมองว่าผู้ชุมนุมไม่ได้มองเจตนาของนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะที่ตนเป็น สส.ชายแดน
ขอย้ำว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหา และมองว่าคนชายแดนไม่อยากให้การประทะเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำ เป็นคนหนึ่งที่มีความหวังดีและมีความสนิทติดเชื้อกับกัมพูชา จึงมีการพูดคุยกัน ต้นก็มองว่าเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะช่วยกันทำได้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็ต้องค่อยๆแก้ไขกันไป
ส่วนการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม สส. ศรีสะเกษ แทน นายอมรเทพ สมหมาย ที่เสียชีวิต นายสรวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ลูกสาวของนายอมรเทพ ได้แสดงเจตจำนงที่จะลงเลือกตั้งแทนแล้ว
ครม.ไฟเขียวปรับค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วพื้นที่ กทม.
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบ ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ลงวันที่17 มิถุนายน 2568 เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2568 เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงแรงงาน(รง.) ได้เสนอ
จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 2 เมษายน 2567 รับทราบประกาศ คณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม ลงวันที่ 27 มีนาคม 2567 (ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567 เป็นต้นไป โดยใช้สําหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ทํางานในสถานประกอบกิจการประเภทกิจการโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ในพื้นที่ 10 จังหวัดนําร่องในเขตพื้นที่ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูง โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็นอัตราวันละ ๔๐๐ บาท (ปรับเพิ่มอัตราวันละ 30-55 บาท เฉพาะบางเขตพื้นที่)
ต่อมาคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (ชุดปัจจุบัน) ได้พิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 โดยได้มีมติเห็นชอบในการกำหนดอัตราค่าจ้างใน 3 กลุ่ม โดย 1.ปรับอัตราค่าจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นอัตราวันละ 400 บาท 2.ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในกิจการประเภทโรงแรมตามกฎหมาย เฉพาะโรงแรมประเภท 2 ประเภท 3 และประเภท 4 ทั่วประเทศเป็นอัตราวันละ 400 บาท และ 3.กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเภทกิจการสถานบันเทิง ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการทั่วประเทศ เป็นอัตราวันละ 400 บาท ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป