UNCTAD เตือน “FDI ทั่วโลก” ลดต่อเนื่องปีที่ 2 หวั่นปีนี้ทรุดหนัก นักลงทุนแห่เบรกลงทุนระยะยาว
UNCTAD เตือน "FDI ทั่วโลก" ลดต่อเนื่องปีที่ 2 หดตัว 11% ในปี 67 หวั่นปีนี้ทรุดหนัก นักลงทุนแห่เบรกลงทุนระยะยาว ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์
วันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 17.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า องค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในปี 2567 โดยมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ในปี 2568 อาจเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ธุรกรรมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งไม่รวมประเทศในยุโรปบางแห่งที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางผ่านการลงทุน ลดลง 11% ในปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวของกิจกรรมการลงทุนที่แท้จริงในภาคการผลิต
UNCTAD ระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการกระจายตัวของระบบการค้าโลกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การลงทุนลดลง เนื่องจากก่อให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งรีเบคกา กรินสแปน เลขาธิการ UNCTAD เรียกว่าเป็นพิษร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“เรายิ่งกังวลกับภาพรวมของปี 2568… ตอนนี้เรารู้สึกแล้วว่าการลงทุนหยุดชะงัก… ภาษีกำลังส่งผลต่อการเติบโต” กรินสแปนกล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงระยะสั้น มากกว่าการลงทุนระยะยาว
UNCTAD ประเมินว่าแนวโน้มการลงทุนระหว่างประเทศในปี 2568 ยังคงเป็นลบ เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้า โดยข้อมูลเบื้องต้นในไตรมาสแรกของปี 2568 แสดงให้เห็นว่าจำนวนดีลและโครงการลงทุนอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
เมื่อรวมประเทศในยุโรปบางแห่งที่ทำหน้าที่เป็นประเทศตัวกลาง ซึ่งเป็นศูนย์ผ่านชั่วคราวของเงินลงทุนก่อนส่งต่อไปยังปลายทาง ข้อมูลภาพรวมจะแสดงว่า FDI เพิ่มขึ้น 4% แตะระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ UNCTAD เตือนว่าตัวเลขดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริง เพราะส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนที่เพียงแค่ผ่านประเทศเหล่านั้น ไม่ได้ใช้ในการลงทุนจริงที่ก่อให้เกิดผลผลิต
ทั้งนี้ประเทศพัฒนาแล้วได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะยุโรปที่การลงทุนลดลงถึง 58% ขณะที่อเมริกาเหนือมีการเพิ่มขึ้นของ FDI ราว 23% โดยมีสหรัฐเป็นผู้นำและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำสถิติการลงทุนโดยตรงสูงเป็นอันดับสองเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 225,000 ล้านดอลลาร์
แม้ว่าการไหลเข้าของเงินทุนในประเทศกำลังพัฒนาจะยังคงทรงตัวโดยรวม แต่ UNCTAD ตั้งข้อสังเกตว่าเงินลงทุนไม่ได้ถูกนำไปใช้ในภาคส่วนสำคัญ ที่ช่วยสร้างงาน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และเทคโนโลยี
อ้างอิง : reuters.com