โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นสหรัฐปิด แต่หุ้นโลกดิ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

PostToday

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.39 น.

ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่าน ส่งผลให้เกิดกระแสเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเร่งตัวของราคาน้ำมัน

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กดดันตลาด

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์นอกทำเนียบขาวว่า “อาจเข้าร่วม หรืออาจไม่เข้าร่วม” ในการโจมตีของอิสราเอลต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน คำกล่าวดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนในหมู่นักลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไรว่า สหรัฐฯ อาจเผชิญกับการตอบโต้โดยตรงจากอิหร่าน หากเข้าร่วมความขัดแย้งโดยตรง

หุ้นร่วงต่อเนื่องในยุโรปและสหรัฐฯ

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปร่วงลง 0.6% และลดลงรวมเกือบ 2.5% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าผ่านมาตรการภาษี ขณะที่ฟิวเจอร์สของดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปรับลดลงเกือบ 1% แม้ตลาดหลักในสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวันหยุดราชการ

Kyle Rodda นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Capital.com ระบุว่า “นักลงทุนยังคงอยู่ในภาวะตื่นตระหนกและไม่แน่นอน การแทรกแซงโดยตรงของสหรัฐฯ หากเกิดขึ้นจริง จะยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ และอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาด้านอุปทานพลังงาน”

ราคาน้ำมันและทองคำขยับขึ้น ค่าเงินผันผวน

ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 2% แตะระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยราคาปรับขึ้นกว่า 11% ภายในสัปดาห์เดียว ส่วนทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 3,365 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ลดลงเล็กน้อยในวันเดียวกัน

ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวงกว้าง โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.2% อยู่ที่ 1.1462 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นสกุลเงินเสี่ยง ต่างปรับลดลงราว 1%

นโยบายการเงินเผชิญความไม่แน่นอน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามเดิมในวันพุธ และยังคงคาดการณ์ว่าจะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในปีนี้ ประธาน Fed นาย Jerome Powell กล่าวถึงความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากมาตรการภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจจำกัดขอบเขตของการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต

นักวิเคราะห์จาก MUFG ให้ความเห็นว่า Fed “ยังประเมินความเปราะบางในเศรษฐกิจต่ำเกินไป โดยเฉพาะปัญหาในตลาดแรงงานที่มีสัญญาณอ่อนแอมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้”

ธนาคารกลางอังกฤษยังคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน โดยระบุว่า ความไม่แน่นอนด้านการค้าจะยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอังกฤษ ส่วนธนาคารกลางนอร์เวย์สร้างความประหลาดใจด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ส่งผลให้ค่าเงินโครนอ่อนค่า ขณะที่ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ปรับอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับศูนย์ตามคาด แต่ไม่เข้าสู่แดนติดลบ ทำให้ค่าเงินฟรังก์แข็งค่าขึ้น

ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาพลาตินัมพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 11 ปี ใกล้ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ผู้บริโภคกำลังมองหาทางเลือกแทนทองคำที่มีราคาสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...