โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์ (บางเรื่อง) ของรถไฟไทย ยุคริเริ่มเครือข่ายระบบขนส่ง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.พ. 2565 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2565 เวลา 09.26 น.
สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ สถานีหัวลำโพง สร้างและเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2459 ถือเป็นสถาปัตยกรรมในกิจการขนส่งสาธารณะที่มีความเก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้งานอยู่ของประเทศไทย ภาพถ่ายราวสมัยรัชกาลที่ 6 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูร ณ อยุธยา) ล่ามในคณะราชทูตไทยไปอังกฤษ ใน พ.ศ. 2400 คือคนไทยคณะแรกที่ได้นั่งรถไฟ บันทึกประสบการณ์ครั้งนั้นไว้ใน “จดหมายเหตุนิราศลอนดอน” ว่า

“ยังมีรถวิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือรถไฟสำหรับใช้ทางไกล ไปได้ตลอดทุกหัวเมืองที่อยู่ในเกาะเครดบริดเตน ทางรถไฟนั้นทำด้วยเหล็กเป็นทางตรง ถ้าถึงภูเขาก็เจาะเป็นอุโมงค์ตลอดไปจนข้างโน้น ที่เป็นเนินต่ำๆ ก็ตัดเนินลงเป็นทางราบเสมอดิน ถ้าถึงแม่น้ำฤๅคลองก็ก่อตะพานศิลาข้าม ถ้าเป็นที่ลุ่มก็ถมขึ้นให้ดอนเสมอ แล้วทำเป็นสองทางบ้าง สี่ทางบ้างเคียงกัน ทางรถไปทางหนึ่ง ทางรถมาทางหนึ่ง ไม่ให้ร่วมทางด้วยกลัวจะโดนกัน ที่เรียกว่ารถนั้นใช่จะเป็นรถไฟทุกรถหามิได้เป็นรถไฟอยู่รถเดียวแต่รถหน้า แล้วลากรถอื่นไปได้ถึงยี่สิบรถเศษ บางทีถ้าจะไปเร็วก็ลากแต่น้อยเพียงเจ็ดรถแปดรถ รถที่เดินเร็วเดินได้โมงละหกสิบไมล์ คือสองพันเจ็ดร้อยเส้นเป็นกำหนด รถเหล่านั้นมีขอเหล็กเกี่ยวต่อๆ กันไป…”

อีก 39 ปีต่อมา (พ.ศ. 2439) ไทยจึงริเริ่มกิจการรถไฟอย่างเป็นทางการ และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันกิจการรถไฟไทยเป็นอย่างไร คงเป็นที่ประจักษ์ของผู้ใช้บริการทุกท่าน แต่อดีตกว่า 120 ปี กิจการรถไฟเป็นอย่างไร ท่านสามารถหาคำตอบเรื่องนี้ได้ จากนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นำเสนอบทความเกี่ยวกับรถไฟ 2 เรื่อง

หนึ่งคือ “สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) กับผังเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ และมิวเซียมที่มีชีวิตของมหานครกรุงเทพ” โดย รศ. ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร ที่นำเสนอให้เห็นว่าการเกิดขึ้นของสถานีหัวลำโพง ที่สัมพันธ์กับผังเมือง การขยายตัวของกรุงรัตนโกสินทร์ และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของสถานี

พ.ศ. 2439 ผู้นำไทยริเริ่มกิจการรถไฟอย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ของราชอาณาจักรเข้าสู่ศูนย์กลาง ด้วยการสร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ

โดยได้วางจุดเริ่มต้นของทางรถไฟ หรือ “สถานี” ไว้ริมคลองผดุงกรุงเกษม เดิมนั้นตัวสถานีหัวลำโพงตั้งอยู่ ริมคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณใกล้วัดเทพศิรินทร์ตรงกับตึกบัญชาการการรถไฟฯ ในปัจจุบัน ตัวสถานีหันหน้าลงสู่คลองอันเป็นทางคมนาคมหลักเวลานั้น

พ.ศ. 2449 สถานที่เดิมคับแคบและไม่สะดวกในการเชื่อมต่อคมนาคม จึงมีโครงการย้ายที่ตั้งสถานีลงมาจากเดิมประมาณ 500 เมตร ใกล้จุดตั้งต้นของทางรถไฟสายปากน้ำที่เลียบคลองถนนตรงมายังคลองผดุงกรุงเกษมคือสถานีหัวลำโพง

สมัยรัชกาลที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพงสร้างแล้วเสร็จเปิดใช้งานในวันที่ 25 มิถุนายน 2459 โดยออกแบบให้มีด้านหน้าสถานีหันลงทางทิศใต้รับกับแนวคลองถนนตรง ตัวสถานีวางยาวขนานกับคลองผดุงกรุงเกษมโดยเน้นให้ทางเข้าด้านหน้าอวดโครงสร้างสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ออกสู่ลานโล่งดังที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน

สถานีหัวลำโพงมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

1. เป็นชานพระนครประกอบด้วยทุ่งโล่งที่เรียกกันว่า “ทุ่งวัวลำพอง” ไม่มีชุมชนหนาแน่นกีดขวางโครงสร้างขนาดใหญ่

2. มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อกับภายในพระนคร ไม่ว่าจะเป็นคลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทางตอนใต้, คลองถนนตรง (แนวถนนพระราม 4 ในปัจจุบัน) ที่สามารถเดินทางไปยังปากน้ำที่เป็นเมืองท่าสู่ต่างประเทศ และรถไฟสายปากน้ำ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทำให้เป็นสถานีหัวลำโพงจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญระหว่างในเมืองกับนอกเมือง

3. บริเวณที่ตั้งสถานีกรุงเทพเป็นจุดสิ้นสุดของชุมชนหนาแน่นที่ยาวจากชานพระนครสมัยแรกเริ่มมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา นั่นคือสำเพ็งและตลาดน้อย การสร้างสถานีรถไฟในบริเวณนี้คือการเลือกทำเลใกล้ย่านธุรกิจที่เติบโตอย่างมากของพระนครในสมัยนั้น ซึ่งมีผลต่อความรวดเร็วและสะดวกในการเดินทางขนถ่ายผู้คนและสินค้า

ที่สำคัญคือสถานีหัวลำโพงได้กลายเป็นศูนย์รวมทรัพยากรจากภูมิภาคต่างๆ ทางใกล้และไกล ขณะเดียวกันก็กระจายอำนาจการปกครองของสยามจากเมืองหลวงออกไปยังหัวเมืองต่างๆ และกิจการรถไฟนี้มีส่วนผลักดันให้เกิดความเจริญทั้งในพระนครและนอกพระนครอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5-รัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา

โดยทางรถไฟสายแรกของสยาม หรือเส้นทางแรกที่รถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงก็คือสายกรุงเทพ-นครราชสีมา ก่อนจะขยายไปและมีการกำหนดให้มีแนวขึ้นไปยังทิศเหนือ

ขณะที่อีกหนึ่งบทความชื่อ “ข่าวสารจาก มร. เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ (ค.ศ. 1879-1962) ช่วงเป็น Prisoners of War” เป็นของ สมโชติ อ๋องสกุล

มร. เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ (ค.ศ. 1879-1962/พ.ศ. 2422-2505) เป็นวิศวกรชาวเยอรมันเข้ามาทำงานกับการรถไฟไทยช่วง ค.ศ. 1903-1917 (พ.ศ. 2446-2460) และสร้างครอบครัวกับภรรยาชาวไทย มร. ไอเซนโฮเฟอร์ทำหน้าที่ควบคุมการเจาะอุโมงค์ขุนตานช่วง ค.ศ. 1914-1917 (พ.ศ. 2457-2460) เพื่อสร้างทางรถไฟสายเหนือสู่เชียงใหม่ ที่ช่วยให้การเดินทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ด้วยเส้นทางแม่น้ำปิง ที่ต้องใช้เวลา 1-2 เดือน เหลือเพียง 3 วัน โดยรถไฟ

กับการทำงานในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน เหว ป่าทึบ รวมทั้งไข้ป่าจากยุงและอันตรายจากสัตว์ป่าดุร้าย  คนงานและสัตว์พาหนะถูกเสือลากไปกินบ่อยครั้ง ในขณะที่ยังไม่มีเครื่องมือทันสมัย ต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคโนโลยีเท่าที่มีในเวลานั้น

จนเมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงประกาศสงครามกับเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งเป็นฝ่ายมหาอำนาจกลางเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 เข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตร ชาวเยอรมันซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในกรมรถไฟและกรมไปรษณีย์โทรเลข ต่างถูกจับกุมและถอดถอนบรรดาศักดิ์ รวมทั้ง มร. เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ วิศวกรชาวเยอรมันที่กำลังคุมงานก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานด้วย

เรื่องราวของทั้งสองบทความยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้ส่วนที่ เนื้อหาส่วนที่เหลือของสถานีหัวลำโพง และเรื่องของ มร. ไอเซนโฮเฟอร์กับการสร้างอุโมงค์ขุนตาน ขอได้โปรดติดตามอ่านใน “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

เผยแพร่ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...