โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนเนียนๆ / จ๋าจ๊ะ วรรณคดี : ญาดา อารัมภีร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ม.ค. 2565 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี / ญาดา อารัมภีร

เปลี่ยนเนียนๆ

 

ใครเคยคิดว่าคนแต่ละชาติ มีวิถีชีวิตหรือแบบแผนการดำเนินชีวิตคงที่เฉพาะตัว จะเปลี่ยนใจก็ยังไม่สาย เพราะวัฒนธรรมนั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาษา เครื่องแต่งกาย ความคิดความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ ก็ตาม

ที่ไม่เคยมีก็มีได้ ที่ไม่เคยเห็นก็เห็นได้

ในนิทานคำกลอนเรื่อง “พระอภัยมณี” ตัวละครไทยและฝรั่งรับวิถีวัฒนธรรมของกันและกัน เริ่มจากภาษาที่ใช้ ดังตอนที่พระอภัยมณีเผลอตอบนางสุวรรณมาลีพระมเหสีเป็นภาษาฝรั่ง

“พระเคลิ้มคล้ายหมายมั่นว่าวัณฬา ทรงภาษาฝรั่งตอบบังอร”

แม้พระธิดาสร้อยสุวรรณและจันทร์สุดาที่เกิดจากนางสุวรรณมาลี พระอภัยมณีก็สนับสนุนโดย

“ให้บุตรีพี่น้องสองธิดา ตรัสภาษาฝรั่งทั้งพูดไทย”

ความที่หลงใหลนางละเวงวัณฬาทำให้พระอภัยมณียอมเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ตามนางด้วย เมื่อนางอ้างว่า ‘ทั้งต่างรีตกีดขวางยังไม่เคย มิรู้เลยจะคิดอ่านประการใด’ พระอภัยมณีก็แสดงความจริงใจด้วยการที่

“จึงสัญญาว่าพี่แต่นี้ไป ไม่จากไกลทรามสงวนนวลละออง

จะตามเจ้าเข้ารีตฝรั่งด้วย จนมอดม้วยมิได้คิดเป็นจิตสอง”

เรื่อง ‘เข้ารีต’ นี้ใช่จะมีแต่พระอภัยมณียังรวมไปถึงศรีสุวรรณและสินสมุทร ดังที่สุดสาครรำพันอย่างท้อแท้ว่า

“จะพึ่งบุญพี่ยาพระอาเล่า ก็มาเข้ารีตเมียไปเสียหมด”

ทั้งนี้เพราะสินสมุทรพี่ชายเข้ารีตตามนางยุพาผกา เช่นเดียวกับศรีสุวรรณผู้เป็นอาก็เข้ารีตตามนางรำภาสะหรี พรรคพวกของนางละเวงวัณฬา

 

ซึ่งไม่ต่างจากนางละเวง เป็นฝรั่งนับถือศาสนาคริสต์แท้ๆ แต่ประสูติโอรสที่เกิดจากพระอภัยมณีในวันสำคัญทางพุทธศาสนา

“อันโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาราช คลอดหน่อนาถเมื่อวันเข้าพรรษา

เป็นชายเฉิดเลิศลักษณ์ดวงพักตรา เหมือนบิดาประหนึ่งหล่อลออองค์

ผิวฉวีสีสังข์สำอางอ่อน เหมือนมารดรแต่พระเกศเนตรขนง

ดูคมขำอำไพวิไลทรง มาตุรงค์ให้ชื่อพระมังคลา”

สังฆราชบาทหลวงอบรมสั่งสอนมังคลาให้ศรัทธาศาสนาคริสต์

“จงสัตย์ซื่อถือพระเยวาโห เหมือนกับโมเซสังวาสพระศาสนา”

แต่ทว่าความเจ็บช้ำอับอายขายหน้าที่ถูกนางละเวงหลอกสังฆราช

“จึงบอกเหล่าชาวบ้านทหารศิษย์ เดิมกูคิดกลศึกลึกหนักหนา

แนะความในให้มันอีวัณฬา เจียนจะฆ่าพระอภัยได้หลายครั้ง

มันสับปลับกลับเอาเขาเป็นผัว ช่างชาติชั่วผิดคนแต่หนหลัง

ถึงฆ่าฟันฉันใดกูไม่ฟัง จะไปวังด่าว่าให้สาใจ”

ความโกรธแค้นทำให้สังฆราชด่านางละเวงผู้นับถือศาสนาคริสต์ด้วยคำด่าที่พุทธศาสนิกชนอ้าปากค้าง

“เพราะสับปลับลวงกูผู้มีศีล ทั้งมือตีนจะต้องถ่างบนกางเขน

น้อยหรือรุมทุ่มเถียงขึ้นเสียงเกน อีเมียเถนเทวทัตสัตว์นรก”

กางเขน เป็นเครื่องหมายแทนพระคริสต์ที่ถูกตรึงกางเขน สังฆราชนำมาบริภาษคาดโทษนางละเวงว่าต้องมีสภาพไม่ต่างกัน ร้ายกว่านั้นด่าว่านางคือ ‘อีเมียเถนเทวทัตสัตว์นรก’ พระเทวทัตเป็นพระสงฆ์ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูของพระพุทธองค์ ทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายพระพุทธองค์ให้ย่อยยับ จุดจบของพระเทวทัตคือชดใช้กรรมหนักในนรกอเวจี

สังฆราชเปรียบนางละเวงว่าเป็นเมียเทวทัต พระสงฆ์ผู้มีพฤติกรรมต่ำทราม

 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สังฆราชบาทหลวงอ้างถึงยังเกี่ยวกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและเทพเจ้าองค์สำคัญที่ชาวพุทธคุ้นเคยกันดี

“อันร่างเหมือนเรือนโรครับโศกสุข ตายแล้วทุกข์มันจะมีมาที่ไหน

กูสัตย์ซื่อถือมั่นแม้บรรไลย จะขึ้นไปเป็นพระอินทร์กินสุรา”

นอกจากนี้ ตอนทำพิธีศพของพระบิดาและอุศเรนด้วยการฝังและบรรจุในสุสาน ยังมี ‘การกรวดน้ำ’ อุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตายตามธรรมเนียมชาวพุทธอีกด้วย

“ให้ลูกหลานว่านเครือแลเชื้อสาย ได้ถวายข้าวตอกดอกบุปผา

ให้กราบลงตรงบัลลังก์ตั้งบูชา เหมือนกราบฝ่าพระบาทไม่ขาดวัน

แล้วกรวดน้ำทำบุญกับบาทหลวง ตามกระทรวงส่งให้ไปสวรรค์”

นอกเหนือจากพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ธรรมเนียมปฎิบัติของคนไทยสมัยก่อนยังเข้าไปมีส่วนในชีวิตประจำวันของสาวฝรั่งตั้งแต่นางกษัตริย์ไปจนถึงนางกำนัลเมืองลังกา

นางละเวงวัณฬาพูดถึงการอยู่ไฟหลังคลอดไว้ตอนหนึ่งว่า

“โอ้แสนเข็ญเห็นไม่รอดเมื่อคลอดลูก ต้องกินหยูกกินยาน้ำตาไหล

ยังมิหนำซ้ำจะร้อนต้องนอนไฟ ยิ่งทุกข์ใจเฝ้าสะอื้นกลืนน้ำตา”

เช่นเดียวกับนางกำนัลฝรั่ง ‘ฟันขาว’ กลายเป็น ‘ฟันดำ’ โดยอัตโนมัติ ดังที่สุนทรภู่บรรยายว่า

“แล้วปิดห้องหับให้ลับลี้ แล้วสีซี่ให้ฟันเป็นมันขลับ”

“แป้งปรัดผัดนวลถ้วนแฉล้ม ยาฟันแต้มติดฟันเป็นมันขลับ”

เก๋ไปกว่านั้นคือ ภาพการปรนนิบัติเอาอกเอาใจพระอภัยมณีของนางละเวง พระสวามีโปรดเสวยหมาก เสวยมานานจนติด นางก็อุตส่าห์จัดเตรียมให้พร้อมสรรพ

“นางแย้มยิ้มพริ้มพรายชม้ายหมอบ ให้ชื่นชอบชั้นเชิงละเลิงหลง

เจียนหมากดิบหยิบพระศรีบุหรี่ทรง ถวายองค์พระอภัยอยู่ใกล้เคียง”

เห็นไหมล่ะ วัฒนธรรมเปลี่ยนได้เสมอ จะเปลี่ยนเพราะความจำเป็นหรือเต็มใจก็แล้วแต่

เปลี่ยนเนียนๆ ทั้งนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...