โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติไปเป็นคุณแม่ลูกสองยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • Bumbimdarunee
เธอตื่นขึ้นมาในสถานที่ไม่คุ้นเคย และพบว่าได้ทะลุมิติไปอยู่ในยุคปฏิวัติที่แสนแร้นแค้น ที่สำคัญเธอกลายเป็นคุณแม่ลูกสอง เธอจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร

ข้อมูลเบื้องต้น

ชี้แจง

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ อาจจะมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง โดยได้รับแรงบันดานใจจากการอ่านงานเขียนนิยายของท่านอื่นๆ หากงานเขียนของไลท์บางช่วงตอนเหมือนกับนิยายท่านใดต้องขอโทษด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงงานเขียนที่ผู้แต่งอยากถ่ายทอดจินตนาการของตนเอง เนื่องจากเป็นความฝันของคนที่รักการอ่านนิยายมาตั้งแต่เด็กๆอยากมีงานเขียนเป็นของตัวเองซักเรื่อง ที่เราอยากให้เป็นอย่างที่เราชอบ หวังให้ตัวละครนั้นๆเป็น ไปตามที่เราตั้งใจอยากให้เป็น

ทั้งนี้สามารถติชมงานเขียนของไรท์ได้นะคะ เพราะทุกๆคอมเมนต์ถือเป็นแรงใจให้ไรท์มีกำลังใจเขียนงานต่อ พร้อมรับฟังทุกๆคนและพร้อมนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เนื้อเรื่องนิยายดีขึ้น หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ สุดท้ายขอฝากผลงานเรื่องแรกของไรท์ด้วยนะคะ

นิยายแม่ลูกอ่อนดาริน

บ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณลำธาร บนที่ดินขนาดสามหมู่ ภายในห้องนอนพบสตรีร่างบางกำลังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงเตา ดวงหน้าซีดเซียวเพราะพิษไข้ หากจะพูดถึงสาเหตุต้องย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ขณะที่จางเล่อเหลียน ซักผ้าอยู่ที่ลำธารเกิดหน้ามืดเนื่องจากร่างกายที่ไม่แข็งแรงเพราะขาดสารอาหาร ทำให้จางเล่อเหลียนตกลงไปในลำธาร โชคดีที่มีชาวบ้านที่มาซักผ้าอยู่แถวนั้นพอดี จึงช่วยเหลือจางเล่อเหลียนไว้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เธอสลบไสลไปถึงสามวัน

แพรพิรุณในร่างของจางเล่อเหลียนกำลังนอนเบิกตากว้างมองเพดานในห้องนอนแคบๆ มีตู้เสื้อผ้าหลังเล็กๆและเตียงเตา เท่านั้น แพรพิรุณกวาดตามองรอบๆห้องครั้งแล้วครั้งเล่า จนตอนนี้จะเริ่มทำใจได้แล้วว่าตนเองนั้นได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของจางเล่อเหลียน เหมือนกับนิยายที่ตนชอบอ่านแนวทะลุมิติมาในอดีตย้อนยุค ที่ตนเองชอบอ่านเป็นกิจวัฒประจำวัน ก่อนจะตื่นขึ้นมาพบเจอกับโลกที่แสนจะลำบากเช่นนี้ แพรพิรุณได้เห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตที่แสนจะลำบากยิ่งนัก โดยไม่คิดเลยว่าชีวิตที่แสนจะอาภัพชีวิตที่เหมือนนิยายและในละครที่คนชอบอ่านชอบดูเช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง……มันไม่จริงใช่ไหม

#ขอฝากนิยายเรื่องแรกของไรท์ด้วยนะคะ

#นิยายเรื่องแรกของคุณแม่ลูกอ่อน ใช้เวลาเขียนช่วงกลางคืนที่ลูกหลับ

#ถ้าชอบก็ขอกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ตอนที่ 1เมื่อฝันกลายเป็นจริง

บ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณลำธาร บนที่ดินขนาดสามหมู่ ภายในห้องนอนพบสตรีร่างบางกำลังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงเตา ดวงหน้าซีดเซียวเพราะพิษไข้ หากจะพูดถึงสาเหตุต้องย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ขณะที่จางเล่อเหลียน ซักผ้าอยู่ที่ลำธารเกิดหน้ามืดเนื่องจากร่างกายที่ไม่แข็งแรงเพราะขาดสารอาหาร ทำให้จางเล่อเหลียนตกลงไปในลำธาร โชคดีที่มีชาวบ้านที่มาซักผ้าอยู่แถวนั้นพอดี จึงช่วยเหลือจางเล่อเหลียนไว้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เธอสลบไสลไปถึงสามวัน

แพรพิรุณในร่างของจางเล่อเหลียนกำลังนอนเบิกตากว้างมองเพดานในห้องนอนแคบๆ มีตู้เสื้อผ้าหลังเล็กๆและเตียงเตา เท่านั้น แพรพิรุณกวาดตามองรอบๆห้องครั้งแล้วครั้งเล่า จนตอนนี้จะเริ่มทำใจได้แล้วว่าตนเองนั้นได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของจางเล่อเหลียน เหมือนกับนิยายที่ตนชอบอ่านแนวทะลุมิติย้อนกลับมาในอดีต ที่ตนเองชอบอ่านเป็นประจำ ก่อนจะตื่นขึ้นมาพบเจอกับโลกที่แสนจะลำบากเช่นนี้ แพรพิรุณได้เห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตที่แสนจะลำบากยิ่งนัก โดยไม่คิดเลยว่าชีวิตที่แสนจะอาภัพชีวิตที่เหมือนนิยายและในละครที่คนชอบอ่านชอบดูเช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง……มันไม่จริงใช่ไหม

เรื่องราวเหลือเชื่อมันเกิดขึ้นกับเธอเมื่อมักจะฝันเห็นเรื่องราวของผู้หญิงคนเดิม ซ้ำยังฝันทุกวัน จนวันหนึ่งไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ มันเหมือนฝัน หรือว่ามันเป็นฝันจริงๆกันนะเพราะเหมือนว่าความจำครั้งสุดท้ายของเธอเมื่อคืนเธอเข้านอนตามปกติ หลังจากที่แชทกับเพื่อนๆนัดกันว่าพวกเธอจะไปทำบุญเนื่องในวันครบรอบ 5 ปี ที่เปิดร้านอาหารของเธอในวันพรุ่งนี้ โดยจะนำสิ่งของจำเป็นไปบริจาคที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคระบาด โดยที่เธอเตรียมสิ่งของสำหรับบริจาคในครั้งนี้ในปริมาณที่มากเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่วางโทรศัพท์ได้ไม่นานจนเธอหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเธอเองมาอยู่ในห้องแคบๆแห่งนี้แล้ว

แพรพิรุณค่อยๆตั้งสติและลุกเดินไปที่กระจกเล็กๆที่ติดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า แต่เนื่องจากร่างนี้พึ่งเริ่มพื้นตัวจึงยังคงทรงตัวได้ไม่ดีนัก ทำให้เดินลำบากไปบ้างระยะทางจากเตียงเตาไปที่ตู้ในห้องแคบๆจึงเหมือนไกลมาก กว่าเธอจะเดินไปถึงตู้ที่มีกระจกติดอยู่เล่นเอาเหงื่อซึมตามไรผมเลยทีเดียว

เธอส่องกระจกเงาเพื่อสำรวจหน้าตาของตัวเองไม่สิต้องบอกว่าของเจ้าของร่างนี้หรือก็คือจางเล่อเหลียนถึงจะถูก ต้องบอกว่าหน้าตาของร่างนี้เหมือนและมีความคล้ายคลึงกับร่างเดิมของเธออยู่บ้างและมีแววว่าจะสวยกว่าเธอในอดีตมากอีกต่างหาก เพียงแต่ต้องบำรุงให้ดีกว่านี้ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองผอมบางอย่างคนขาดสารอาหาร และขาดการบำรุงอย่างนี้

ถึงแม้ว่าเธอในชาติที่แล้วจะเป็นเพียงเด็กกำพร้าแต่อาหารการกินเธอก็มีกินเพียงพอ และยิ่งเธอโตมาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงินมากพอใช้จ่ายอย่างสบาย เธอยิ่งดูแลบำรุงร่างกายตัวเองอย่างดี อาหารเสริมความงามและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเธอก็ทานและบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อดูจนพอใจแล้วเธอก็กลับไปนอนพักเอาแรงที่เตียงก่อนเพราะเริ่มจะยืนนานไม่ไหว

ในตอนนี้เธอย้อนอดีตมาในยุค 70 ช่วงที่ยากลำบาก มีอาหารอย่างจำกัด ยุคที่อาหารมีค่าและหายากยิ่งกว่าทอง และเธอยังมีสามีพ่วงด้วยลูกแฝดหญิงชายอีกด้วย

ตอนที่ 2 กับดักแม่เลี้ยง

จางเล่อเหลียนเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงสะอื้นไห้ของเด็กหญิงและเด็กชาย

"แม่คะตื่นเถอะ หนูกับน้องหิว"

เสียงอันคุ้นเคยนี้ทำให้เธอได้สติขึ้นมา แพรพิรุณมองดูเด็กหญิงและเด็กชายหน้าตามอมแมมซูบผอมแต่มีความสวยหวานและหล่อเหลา แม้ว่าเด็กทั้งสองคนจะอยู่ในชุดที่เก่าซ่อมซอ เด็กทั้งสองต่างพากันจับแขนของเธอเบาๆ ทั้งสองเหมือนเห็นว่าแม่ลืมตาขึ้นมาก็พากันร้องไห้และยิ้มด้วยความดีใจ เนื่องจากแม่ของพวกเขานอนหลับไม่ได้สติไปถึงสามวัน

"แม่คะแม่ดีขึ้นแล้วใช่ไหม" ลู่ซือรีบร้อนถามแม่ด้วยความเป็นห่วง

"แม่ไม่เป็นไรแล้วแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยอีกสักพักคงจะดีขึ้นพวกลูกหยุดร้องไห้ได้แล้วแม่ไม่เป็นอะไร"

ก่อนหน้านั้นจากที่เธอได้ตื่นขึ้นมาและได้ทบทวนความฝันที่เธอได้ฝันมาตลอดก่อนที่จะมาอยู่ที่แห่งนี้ มันเหมือนจริงมากคล้ายกับดูละครเรื่องหนึ่ง พอเห็นหน้าเด็กทั้งสองคนแล้วยิ่งเข้าใจแล้วว่าเธอได้ย้อนกลับมาในอดีตในยุค 70 ซึ่งก่อนที่เธอจะตื่นในฝันเธอได้พบชายชราและได้บอกกับเธอว่าเนื้อคู่แม้อยู่ไกลกันนับพันลี้ก็พบเจอ เมื่อดวงจิตที่แท้จริงกลับมาในที่ที่ควรอยู่ เธอฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจ

ท่านบอกกับเธอว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นทำให้ดวงจิตเธอไปอยู่อีกที่หนึ่งซึ่งก็คือในอนาคตที่เธอจากมา ท่านจึงให้ของตอบแทนเธอมาด้วยมิติที่สามารถเอาสิ่งของในอนาคตที่เธอมีก่อนหน้านั้นออกมาใช้ได้ซึ่งมีของเยอะมากมายเนื่องจากเธอเปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ เป็นตึกหกชั้นที่เธอเอาไว้ทำเป็นที่พักอาศัยด้วย ซึ่งเธอพักอยู่ชั้นบนสุดเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาเก็ตหนึ่งเลยก็ได้มีของครบทุกอย่าง และท่านได้อวยพรให้ฉันมีความสุข หลังจากนั้นก็มีรอยสักรูปหยดน้ำที่นิ้วชี้เพียงแค่คิดสิ่งของที่ต้องการภายในตึกก็ออกมาจากอากาศได้อย่างง่ายดาย

"โอ้นี่มันช่างดีจริงๆ"

กลับมาที่ปัจจุบันร่างที่ฉันอาศัยอยู่ตอนนี้มีชื่อว่าจางเล่อเหลียนเป็นหญิงสาวที่จัดเป็นดอกไม้งามของหมู่บ้านอายุ 22 ปี เธอมีลูกแฝดหญิงชาย อายุ 4 ขวบ กู่ลู่ซือ แฝดพี่สาว และกู่หมิงเฉิน แฝดน้องชาย

ครอบครัวของจางเล่อเหลียนพ่อของเธอได้แต่งงานใหม่หลังจากที่แม่ของเธอได้เสียชีวิตลงเนื่องจากร่างกายอ่อนแอตั้งแต่หลังคลอดเธอออกมา เธอมีพี่ชายที่เกิดจากแม่เดียวกันหนึ่งคน พี่ชายจางเฉิงฉือ อายุ 25 ปี แต่งงานกับฉู่ฉางหลิน มีลูกด้วยกัน 2 คน ลูกชายชื่อจางหานหลง อายุ 8 ขวบ และลูกสาวชื่อจางฉิงเปา อายุ 6 ขวบ เธอมีน้องสาวที่เกิดจากแม่เลี้ยงหนึ่งคน ชื่อจางเฟิงลู่ อายุ 12 ปี และพี่สาวลูกติดแม่เลี้ยง 1 คน ชื่อเว่ยหมี่เมี่ยน

จางเล่อเหลียนคนเดิมมีนิสัยดี อ่อนน้อมถ่อมตน เธอไม่ค่อยมีปากมีเสียงกับใครพ่อพี่ชายรักเธอมาก พ่อและพี่ชายเธอเฝ้าทะนุถนอมราวกับไข่ในหินงานในทุ่งนาไม่เคยให้ลูกสาวทำด้วยกว่าว่าลูกสาวตัวเองจะไม่มีคนอยากแต่งด้วย คนสมัยก่อนก็แบบนี้ลูกสาวก็เหมือนโคลนที่อยากจะสาดออกไปไกลๆ แต่ใช่ว่าพ่อเฒ่าจางจะอยากให้ลูกแต่งออกไปตกระกำลำบาก พ่อเฒ่าจางและพี่ชายใหญ่จางจึงคอยเฝ้าถนอมเลี้ยงดูอย่างดีไม่ให้ลูกสาวที่รักโดนแดด อยู่เฝ้าเรือนเย็บปักทักร้อย เรียนรู้งานบ้านและดูแลเด็กๆอยู่ที่บ้านไป ส่วนงานหนักลำบากงานในทุ่งนานั้นเขามีลูกชายคนโต สะใภ้ใหญ่และภรรยาก็เพียงพอแล้ว

ด้วยความรักที่พ่อพี่ชายและพี่สะใภ้มีให้เธออย่างมากจึงสร้างความเกลียดชังให้กับแม่เลี้ยงและหมี่เมี่ยน

จนถึงขั้นคอยปล่อยข่าวว่าร้ายจางเล่อเหลียนเป็นคนเกียจคร้าน งานบ้านงานเรือนไม่ทำวันๆคอยแต่แต่งตัวสวยหลอกล่อผู้ชายในหมูุ่บ้าน งานในไร่นาก็ไม่ยอมไปช่วยครอบครัวทำ จนเมื่อเธออายุ 18 ปีก็ยังไม่มีแม่สื่อมาทาบทาม สร้างความหนักใจให้แก่พ่อเฒ่าจางเป็นอย่างมาก

แม่เลี้ยงที่เกลียดชังจางเล่อเหลียนมากนางจึงวางแผนวางยาให้จางเล่อเหลียนได้เสียกับลูกชายเศรษฐีในตัวอำเภอผู้ไม่เอาไหนหวังจะได้เงินสินสอดและขับไล่จางเล่อเหลียนออกจากบ้านไป

แต่แผนการกลับผิดพลาดเมื่อกู่หมิงหลง ชายหนุ่มอายุ 24 ปี รูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปแดงระเรื่อ เขาพึ่งเดินทางกลับมาจากกองทัพ โดยนั่งรถไฟมาเป็นเวลาสองวัน เขาแวะมาพบเพื่อนในตัวอำเภอและได้ดื่มเหล้ากับเพื่อนๆจนเมาไม่มีสติ

ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อของเด็กๆกลับเข้าไปอยู่ในห้องนั้นแทนเพราะหลงเข้าไปในกับดักของแม่เลี้ยงทำให้เขาต้องได้รับผิดชอบตัวของจางเล่อเหลียน ถึงเขาไม่ได้รักและรู้จักเธอมาก่อนแต่เขาก็พร้อมรับผิดชอบเธอ

เป็นเหตุให้ตระกูลกู่เกลียดชังในตัวของจางเล่อเหลียนเพราะไม่ใช่สะใภ้ที่แม่เฒ่ากู่อยากได้ ว่ากันว่ากู่หมิงหลงอายุมากแล้วแต่ยังไม่แต่งงานเนื่องจากเขาไปเป็นทหารตั้งแต่อายุได้ 16 ปี ในครอบครัวเขาพี่น้องต่างพากันแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีเพียงเขาที่ยังครองตัวเป็นโสด

แม่เฒ่ากู่ต้องการให้เขาแต่งงานกับลูกสาวผู้ใหญ่บ้านเพราะเธอเรียนจบถึงมัธยมปลายมีหน้ามีตาและฐานะดีในหมู่บ้าน ดีกว่าครอบครัวชาวนาของจางเล่อเหลียนที่ใช้แผนสกปรกวางยาจับลูกชายของเธอ จึงทำให้เธอมีอคติต่อจางเล่อเหลียนเป็นอย่างมาก

ตอนที่ 3 แยกบ้าน

ข่าวเสียหายของจางเล่อเหลี่ยน กระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็วโดยผู้เป็นแม่เลี้ยงเองที่เป็นคนป่าวประกาศว่าจางเล่อเหลียนวางแผนจับผู้ชาย ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล่าของหลายหมู่บ้านไปเลยทีเดียว

กู่หมิงหลงรับผิดชอบแต่งงานกับจางเล่อเหลียนเพื่อรักษาชื่อเสียงของทั้งสองบ้าน ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักเธอแต่เขาก็ต้องดูแลเธอในฐานะที่เธอเป็นภรรยาเขาแล้ว

หลังจากแต่งงานกันกู่หมิงหลงก็ต้องเดินทางกลับไปประจำการที่กองทัพ เขาเป็นทหารจึงไม่สามารถอยู่กับเธอได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเขาได้วันลาพักช่วงปีใหม่เพียงแค่ 20 วัน โดยที่ตอนนี้สถานการณ์ที่บ้านกู่ยังคงร้อนเป็นไฟเนื่องจากแม่เฒ่ากู่ไม่ยอมรับในตัวของสะใภ้รอง

"นางผู้หญิงแพศยาวางแผนจับผู้ชาย สารเลว ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เดินไปทางไหนบ้านไหนเขาก็จับกลุ่มนินทา บ้านกู่เราได้สะใภ้ไร้ยางอาย โอ๊ยฉันอยากจะบ้าตาย"

แม่เฒ่ากู่ยืนด่า เธอก็ทำได้เพียงยืนก้มหน้าร้องไห้

"หล่อนจะร้องไห้ทำไม สมใจหล่อนแล้วนิ วางแผนจับลูกชายฉัน จนต้องมาทนรับผิดชอบหล่อน ฉันละสงสารลูกรองที่ต้องหมดโอกาสได้แต่งกับผู้หญิงดีๆมีอนาคต แต่กลับได้แต่งตัวไร้ค่า หึ "

แม่เฒ่ากู่ด่าไปหน้าแดงไปโกรธจนตัวสั่นเพราะนางเดินไปไหนก็มีแต่คนนินทา จนต้องหาทางลงกับลูกสะใภ้ไร้ประโยชน์ "ไปเลยจะไปไหนก็ไปถ้าลูกรองกลับมาฉันจะให้เขาหย่ากันหล่อน"

บ้านกู่เป็นครองครัวใหญ่ คนส่วนมากไม่ค่อยชอบแยกบ้านกัน ส่วนใหญ่จะชอบอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่แบบนี้

บ้านกู่เป็นบ้านดินเหนียวมีขนาดใหญ่พอสมควร มีรั้วรอบขอบชิด ถือว่าเป็นบ้านคนมีฐานะคนหนึ่งเลยทีเดียวในยุคสมัยนี้

พ่อเฒ่ากู่เฉวียนสุ่นและแม่เฒ่ากู่ติงฮวา มีลูกทั้งหมด 4 คน พี่ชายใหญ่กู่อี้หยาง อายุ 26 ปีแต่งงานกับสะใภ้ใหญ่ติงเจียเหม่ย อายุ 25 ปี มีลูกชาย 2 คน ชื่อกู่หยางเฟิ่ง อายุ 9 ขวบ และกู่ฟู่หลง อายุ 7 ขวบ ลูกชายคนรองคือกู่หมิงหลง ลูกชายคนที่สามกู่ไท่ฟู่ อายุ 21 ปี แต่งงานกับสะใภ้สามหวังหลินฮุย อายุ 20 ปี มีลูกสาว 1 คน ชื่อกู่ฟางลี่ อายุ 5 ขวบ และน้องสี่ลูกสาวคนเล็กของบ้านกู่ชื่อกู่อ้ายเหม่ย อายุ 19 ปี เธอแต่งงานออกไปแล้วกับคนที่อาศัยอยู่ในตัวอำเภอทำงานอยู่ที่โรงงานขนาดกลางกับสามีของเธอชื่อ ฟ่งหานเป่า อายุ 22 ปี

จางเล่อเหลี่ยนไม่เป็นที่ชื่นชอบของแม่สามี เลยทำให้เธอโดนกดขี่ใช้งานทุกอย่างภายในบ้าน ตั้งแต่วันแรกที่แต่งเข้ามา บางครั้งเธอต้องทำงานหนักกว่าคนที่ไปทำงานในทุ่งนาเสียอีก แต่เธอก็อดทนไม่พูดเพียงแค่ก้มหน้าทำงานตามที่แม่เฒ่ากู่สั่งแต่ก็มีบางครั้งที่สะใภ้สามคอยแอบมาช่วยทำงานบ้าน

ส่วนสะใภ้ใหญ่เธอจะคอยพูดจาแดกดัน ซึ่งแม่สามีก็คอยให้ท้ายสะใภ้ใหญ่เธอยิ่งได้ใจ คอยเอาเปรียบเธอทุกครั้งที่มีโอกาส

"งานแค่นี้ก็ยังต้องคอยให้คนอื่นมาช่วยเป็นผู้ดีตีนแดงมาจากไหน คนอื่นๆเขาทำงานในทุ่งนาแลกแต้มเหนื่อยสายตัวแทบขาด กลับมีตัวไร้ประโยชน์อยู่ที่บ้าน สิ่งที่ชาวบ้านเขาลือกันคงจะจริงสินะเกียจคร้านจนเคยตัว หึ"

หลังจากที่แต่งเข้ามาบ้านกู่ได้สามเดือนจางเล่อเลี่ยนก็ตั้งท้อง แต่เธอก็ยังคงทำงานหนักเหมือนเดิม ทั้งที่ท้องของเธอเป็นท้องแรกกลับมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ เธอต้องทำงานหนัก และไม่ได้รับการบำรุงเธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทั้งที่กู่หมิงหลงส่งเงินกลับมาบ้านทุกเดือน เดือนละ 25 หยวน แต่เธอไม่เคยได้ส่วนแบ่งเลย เธอต้องคอยแอบเอาเงินสินเดิมที่พ่อเฒ่าจางให้มาซื้อนมมาชงกินเพื่อบำรุงลูกในท้อง

ย่างเข้าเดือนที่ห้าจากเหตุการณ์นี้เธอทำงานหนักจนทำให้เธอเกือบแท้งลูก เมื่อพ่อเฒ่าจางและพี่ใหญ่จางรู้เรื่องก็พากันมาโวยวายที่บ้านกู่ว่าบ้านกู่รังแกสะใภ้จนเกือบแท้งลูก

กู่หมิงหลงรู้เรื่องนี้จากทางจดหมายที่จางเลอเหลียนถูกพ่อเฒ่าจางบังคับให้เขียนจดหมายไปบอกกับกู่หมิงหลงเพื่อมาจัดการเรื่องนี้ ไม่งันเขาจะเอาลูกสาวและหลานกลับไปเลี้ยงดูเอง ลูกหลานแค่สองคนเขาเลี้ยงได้

เมื่อกู่หมิงหลงรู้ข่าวก็ลางานกลับมาเขาตัดสินใจแยกบ้าน เรื่องนี้ทำให้แม่เฒ่ากู่ไม่พอใจเป็นอย่างมากหาว่ากู่หมิงหลงและจางเล่อเหลียนไม่กตัญญู แต่งงานไม่ถึงปีก็จะแยกบ้าน

แต่เรื่องนี้ก็จบลงด้วยพ่อเฒ่ากู่ที่มองดูห่างๆมานานทนดูไม่ไหว ไม่ใช่ไม่รับรู้แต่ด้วยเขาให้แม่เฒ่าจางเป็นคนดูแลเรื่องในบ้านเขาจึงไม่ได้เข้าไปยุ่ง แต่ครั้งนี้เขาสงสารสะใภ้รองที่เธอเกือบแท้งลูก เขาอาจต้องเสียหลานไปถ้าไม่ตัดสินใจเด็ดขาด และเขาตัดสินใจให้ลูกชายคนรองแยกบ้าน โดยแบ่งเงินแก่พวกเขาไป 300 หยวน สร้างบ้านหลังเล็กๆในพื้นที่ท้ายหมู่บ้าน ขนาดสามหมู่ โดยมีพ่อเฒ่าจาง พ่อเฒ่ากู่ และพวกลูกชายไปช่วยสร้างบ้านไม้ 2 ห้องนอน 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถ่ง มีลานหน้าบ้านหลังบ้าน และล้อมรั้วมิดชิด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...