พิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท คนที่ 12 ดัน 2 โปรเจกต์ใหญ่ภาคใต้-เร่งแก้จุดคอขวดทั่วไทย เดินหน้า 12 นโยบาย ยกระดับมาตรฐานถนนชนบท มุ่งทุกเส้นทางเชื่อม “โอกาส-ความปลอดภัย-ความสุข”
THE STATES TIMES
อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 06.00 น. • THE STATES TIMES TEAMกรมทางหลวงชนบท เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 จากการโอนภารกิจมาจากกรมโยธาธิการและกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท มีหน้าที่พัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สนับสนุนการคมนาคม การขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน และการพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการ รวมถึงช่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลทางหลวงท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานที่ปลอดภัยและยั่งยืนทั่วประเทศ
การได้ “พิชิต หุ่นศิริ” มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบทคนที่ 12 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนภารกิจเหล่านี้ให้เดินหน้าอย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของไทย
วันนี้ THE STATES TIMES จะพาแฟนเพจทุกคนมารู้จัก “พิชิต หุ่นศิริ” อธิบดีกรมทางหลวงชนบท คนที่ 12
พิชิต เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2514 เริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพจากสายวิศวกรรมโยธา โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2537 และต่อยอดความรู้ด้านงานโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ ด้วยปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมโครงการพื้นฐานและการบริหาร) จากสถาบันเดียวกันในปี 2559
นอกจากวุฒิการศึกษาแล้ว ยังผ่านหลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงหลายด้าน ทั้งการบริหารภาครัฐ การปกครองระดับสูง นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ และหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการงบประมาณ ซึ่งช่วยเสริมมุมมองทั้งเชิงเทคนิคและเชิงนโยบายในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่
เส้นทางรับราชการของพิชิตผูกพันอยู่กับงานทางหลวงชนบทมาอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับพื้นที่เมื่อปี 2554 ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ต่อเนื่องมากับตำแหน่งผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทปราจีนบุรี (ชื่อหน่วยงานที่ปรับใหม่) ระหว่างปี 2558-2559
จากนั้นย้ายมาดูแลพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญฝั่งตะวันออกในตำแหน่งผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทชลบุรี ช่วงปี 2559-2561 ซึ่งเป็นช่วงที่โครงข่ายทางหลวงชนบทในพื้นที่อุตสาหกรรมและท่องเที่ยวต้องรองรับปริมาณการเดินทางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ประสบการณ์ภาคสนามที่หลากหลาย นำไปสู่บทบาทเชี่ยวชาญระดับภูมิภาค โดยในช่วงปี 2561-2565 พิชิตดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านบำรุงรักษาทาง) ที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 ชลบุรี ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักบำรุงทางในปี 2565 ดูแลมาตรฐานบำรุงรักษาทางหลวงชนบททั้งประเทศอย่างเป็นระบบ
ปลายปี 2565 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบำรุงทาง) รับผิดชอบนโยบายและการบริหารงานบำรุงรักษาทางทั่วประเทศ ซึ่งเป็นฐานสำคัญก่อนก้าวสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบทในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามมติคณะรัฐมนตรี
หลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดี พิชิตได้ประกาศแนวคิดหลัก “ทางหลวงชนบท สร้างความสุข-DRR MAKES HAPPINESS” พร้อมมอบนโยบาย 12 ข้อ เพื่อเป็นกรอบการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ตั้งแต่ส่วนกลาง สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 1-18 ไปจนถึงแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ
นโยบายดังกล่าวครอบคลุมทั้งการยกระดับคุณภาพโครงข่ายทางหลวงชนบท การเพิ่มความปลอดภัยทางถนน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการงานบำรุงรักษา การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมุ่งประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ด้านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ พิชิตผลักดันอย่างชัดเจนให้กรมทางหลวงชนบทเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะ 2 โครงการสำคัญในภาคใต้ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (กระแสสินธุ์-เขาชัยสน) วงเงินประมาณ 4,841 ล้านบาท และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา (เกาะกลาง-เกาะลันตาน้อย) จังหวัดกระบี่ วงเงินประมาณ 1,854 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาท เพื่อช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนรอบข้าง
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับปรุงจุดตัดคอขวดสำคัญ เช่น โครงการอุโมงค์ทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงราย วงเงินกว่า 849 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการจราจรหน้าสนามบินและรองรับการเติบโตของการค้าและการท่องเที่ยวในภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีการเร่งสำรวจและวางแผนแก้ไขจุดตัดคอขวดสำคัญในภูมิภาคอื่น ๆ ควบคู่กันไป เพื่อให้การเดินทางบนโครงข่ายถนนชนบททั่วประเทศมีความคล่องตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ในมิติภาพลักษณ์องค์กรและบทบาทต่อสังคม นายพิชิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและคนไทย ผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และการสื่อสารกับประชาชน เช่น การประกาศจัดกิจกรรมประดับไฟสะพานภูมิพล 1 และ 2 ในวันนวมินทรมหาราช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสะท้อนบทบาทของโครงข่ายสะพานและถนนที่รับใช้ประชาชนตามพระราชปณิธานด้านการพัฒนาประเทศ
พร้อมกันนั้น กรมทางหลวงชนบทภายใต้การนำของเขายังมุ่งเน้นมาตรการอำนวยความปลอดภัยการเดินทางช่วงเทศกาล ผ่านการจัดขบวนรถอำนวยความสะดวกและการตรวจความพร้อมโครงข่ายทางร่วมกับหน่วยงานในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างมั่นใจ
เมื่อติดตามเส้นทางชีวิตและผลงานของ “พิชิต หุ่นศิริ” จะเห็นภาพของข้าราชการวิศวกรที่เติบโตจากหน้างานภาคสนามจนถึงระดับนโยบาย ผ่านทั้งการสะสมประสบการณ์ในพื้นที่ การพัฒนาตนเองด้านวิชาการและการบริหาร และการขับเคลื่อนโครงการที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชนจริง ๆ วันนี้ในฐานะอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เขาจึงเปรียบเสมือน “แม่ทัพทางหลวงชนบท” ที่ผสมผสานมุมมองวิศวกรรม ความเข้าใจพื้นที่ และวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อพาโครงข่ายทางหลวงชนบทไทยเดินหน้าอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย โปร่งใส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำให้ประชาชนและชุมชนในทุกภูมิภาคสามารถไว้วางใจได้ว่า ถนนทุกเส้นทางที่กรมทางหลวงชนบทดูแล จะเป็นเส้นทางสู่โอกาส ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง